|
||||||||||||||
|
ธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล Teerachai Puwanartnaranuban ธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล Teerachai Puwanartnaranuban
วันเกิด 21 ธันวาคม 2494 Work Experience
Education
Award and Honor
ธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล แม้ชื่อของเขาจะเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อ 28 ธันวาคม 2546 นับระยะเวลาของการทำงานเพียงปีกว่าๆ แต่ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นผู้มี แอคชั่น ควบคุมตลาดทุนในเมืองไทย และวันนี้ชื่อเขาโดดเด่นในฐานะว่าที่ผู้ว่าการแบงก์ชาติฯ คนใหม่ โดยมีแรงเชียร์จากคนในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โดยตรง ! เมื่อไล่ดูประวัติธีรชัย ไม่ว่าจะเป็นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ที่ตลาดหลักทรัพย์จะพบว่าเขาได้รับโอกาสที่ดีในการทำงานอยู่เสมอ นี่อาจเป็นเพราะผลงานด้านการศึกษาที่มีความโดดเด่นมาตั้งแต่ยังเด็กก็เป็นได้ เริ่มชีวิตการศึกษาที่เซนต์คาเบรียลในช่วงมัธยมต้นปี พ.ศ.2500 แล้วก้าวมาสู่รั้วเตรียมอุดมศึกษา ในปี พ.ศ.2513 ก่อนจะมุ่งสู่ความเป็นมืออาชีพทางการเงิน ในปี 2514 กับ คณะเศรษฐศาสตร์ London School of Economicd and Political Science ลอนดอน ประเทศอังกฤษ และสำเร็จการศึกษาในปี 2517 นอกจากกนั้นธีรชัยยังเพิ่มความรู้ทางการเงินให้ตัวเอง ด้วยการศึกษาต่อเพื่อรับประกาศนียบัตรบัญชีชั้นสูง The Fellow of Chartered Accountants จากสถาบันการสอบบัญชีของอังกฤษ ในปี 2520 หลังจากได้รับทั้งปริญญาบัตรและประกาศนียบัตรแล้ว ธีรชัย ได้ใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2520 ทันที ด้วยวัยเพียงแค่ 26 ปีเท่านั้น ซึ่งคนหนุ่มไฟแรงอย่างเขาเริ่มทำงานเข้าตาผู้ใหญ่มาเรื่อยๆ ในตำแหน่งด้านกำกับสถาบันทางการเงิน และเริ่มเป็นดาวจรัสแสงมากขึ้นในสมัยที่ วิจิตร สุพินิจ เป็นผู้ว่าแบงก์ชาติในปี 2533 เพราะเขาได้รับเลือก ให้ดูแลงานด้านการบริหารเงินทุนสำรองของประเทศ ในปี 2534 เมื่ออายุเพียง 40 ปีเท่านั้น และ 2 ปีหลังจากนั้นในปี พ.ศ.2536 ได้ย้ายกลับมาดูแลงานด้านกำกับและพัฒนาสถาบันการเงินอีกครั้งหนึ่ง ธีรชัย อยู่ในตำแหน่งนี้กว่า 4 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของธนาคารแห่งประเทศไทยสมัยฝ่าดงวิกฤติเศรษฐกิจไทยในปี พ.ศ.2540 โดยชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์เป็นผู้ว่าแบงก์ชาติในปีนั้นเขา เป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องการตรวจสอบและวิเคราะห์ธนาคารพาณิชย์ ตามโยบายเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงิน พร้อมสั่งระงับการดำเนินกิจการของสถาบันทางการเงิน 56 แห่งในช่วงนั้นด้วย และในปี 2541 ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อีก 3 ปีผ่านไป ธีรชัย ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในปี 2545 ก่อนที่จะก้าวกระโดดมาสู่ตลาดทุนในปี 2546 โดยดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. บทบาทแรกที่ธีระชัยแสดงในตลาดทุน หลังจากดำรงตำแหน่ง ไม่นาน คือออกมาตรการดูแลตลาดทุนในหลายเรื่อง นับตั้งแต่ขอความร่วมมือ จากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) เพื่อจัดทำ Turnover List หรือ รายชื่อหุ้นที่มีสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ซื้อขายเปรียบเทียบกับ จำนวนหุ้นที่หมุนเวียน สำหรับ 50 อันดับแรก เพื่อเป็นฐานข้อมูลแสดง การซื้อขายทั้งระบบ สำหรับหุ้นบางตัวที่มีปริมาณการซื้อขายในระดับสูง เมื่อเทียบกับจำนวนหุ้นที่หมุนเวียน นอกจากนี้ก็ได้หารือกับสมาคม โบรกเกอร์เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการดูแลการบริหารความเสี่ยง ด้านระบบเคลียร์ริ่งหุ้น (Settlement Risk) และการป้องกันการสร้าง ราคาหุ้น ด้วยพื้นฐานของธีรชัยที่มาจากการเงิน จึงทำให้เขาต้องการลงลึกในรายละเอียด ที่รู้ที่มาที่ไปและดำเนินการ อย่างเป็นระบบที่ถูกต้องชัดเจนมากเป็นพิเศษ จนทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า ธีรชัย เป็นพวกแก่วิชาแต่อ่อนประสบการณ์ เพราะวิธีการเอามาใช้ในการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ของ ธีรชัยนั้นเป็นมาตรฐานแบงก์ชาติ ซึ่งเป็นแบบ Financial Market ซึ่งเป็นคนละมาตรฐานกับ Equity Market อย่างไรก็ตาม ธีรชัย จะตอบคำถามที่หลายคนตั้งข้อสงสัยด้วยความมั่นใจในวิชาที่ร่ำเรียนมา "ผมอยากให้ตลาดหุ้นของเรา เป็นตลาดที่มีความโปร่งใส เป็น ตลาดที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นตลาดที่เวลาราคาขึ้นก็ขึ้นด้วยความมั่นคง หากจะมีการปรับ ตัวลงก็ลงโดยปัจจัยพื้นฐาน ต้องการให้เป็นตลาดที่มีการจัดระเบียบดูแลที่ดี ก็คงจะเน้นอย่างนั้น จะเกิดแบบนั้นได้มันต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย" จากนี้ไปคงต้องจับตาดูว่าผลงานของเขาที่ "เทคแอ็คชั่น" ตลอดเวลาที่ผ่านมา และความเป็น "ลูกรักและน้องรัก" อยู่เสมอนั้นจะมีน้ำหนักพอให้ "ธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล" กลับสู่วังบางขุนพรหมอีกครั้งตามแรงเชียร์ ของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ชื่อ "สุชาติ เชาว์วิศิษฐ" และ "วิจิตร ชูพินิจ" อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท) ส่งเข้าประกวด ได้หรือไม่?
|