|
||||||||||||||
|
ชวนะ
ภวกานันท์ Chavana Pavaganun
ผศ.ดร.ชวนะ ภวกานันท์ Chavana Pavaganun
Link Fields of Interest Work Experience
EDUCATION
------------------------------------------------------ คุยขรม! กับ อ.ชวนะ กลยุทธ์ตั้งชื่อหนังให้ดัง โดย BusinessThai [19-1-2004] หนุ่มใหญ่วัยฉกรรจ์ ที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะให้กับภาพยนตร์ ด้วยการตั้งชื่อหนัง เขามีมุมมองชัดเจนว่า หนัง คือ สินค้า เราต้องสร้างให้มันเกิดจุดขาย หนังฝรั่งบางเรื่องเนื้อหาดีมาก แต่เมื่อแปลออกมาตรงตัวแล้วรับรองเจ๊งตั้งแต่อยู่ในมุ้ง ส่วนหนังไทยเราต้องช่วยพัฒนา ทุกวันนี้คนดูมีสมอง
ผู้อยู่เบื้องหลังการตั้งชื่อ ภาพยนตร์ ทั้ง ไทยและเทศ สร้างจุดขายให้โดนใจผู้ชม มีเอกลักษณ์โดดเด่น ยากหาตัวจับได้ เวียนว่ายอยู่ในวงการบันเทิง มาหลายสิบปี นับตั้งแต่เรียนจบจาก เมืองผู้ดี ประเทศอังกฤษ เป็นทั้งดารา นักเขียนบท และผู้กำกับ ก่อนจะปักหลักอยู่กับ ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ สหมงคลฟิล์ม ของ เสี่ยเจียงสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ นอกจากนี้ ในฐานะนักวิชาการ มีตำแหน่งเป็น ผศ. มีดีกรี ดร. นำหน้าชื่อ สอนหนังสือ ในคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญสาขาการตลาด และโฆษณา มีลูกศิษย์เต็มเมือง แทบทุกคนที่รู้จัก เรียกเขาว่า อาจารย์ จนติดปาก ชวนะ ภวกานันท์ หนุ่มใหญ่วัยปลาย 40 ปี บุคคลิกส่วนตัว พูดจา เสียงดัง โผงผาง บางทีอาจจะขัดหูไปบ้าง แต่แนวคิดอันแหวกแนว นอกกรอบ ของเขาได้สร้างสรรค์ ผลงานมานักต่อนัก บิสิเนสไทย พบกลับเขาตอนบ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง บนชั้น 3 ของ ตึกไอบีเอ็มอันเป็นที่ตั้งของสำนักงาน สหมงคลฟิล์ม ซึ่งเขาทำงานเป็นที่ปรึกษาอยู่ โดยมีเวลาให้เราเพียงแค่ชั่วโมงเดียว ก่อนจะไปสอนหนังสือที่ ม.ธรรมศาสตร์ ตอน 5 โมงเย็น ผมทำงานบันเทิงครั้งแรกกับพี่เทิ่ง (เทิ่ง สติเฟื่อง) เจ้าของศรีไทยการละคร เมื่อปี 2512 เป็นตัวประกอบเรื่อง คู่กรรม, ทางโค้ง และรอยมลทิน ต่อมาเป็นพิธีกรคู่กับ พี่หนิง (นิรุตต์ ศิริจรรยา) เคยร่วมงานกับ พิศาล อัครเศรนี ทำหนังเรื่อง หัวใจเถื่อน เรียนรู้เรื่องดราม่า จากพิศาลรู้จักกับทายาทหนังไทยหลายคน เช่น เชาว์ มีคุณสุต ผมเอาบทหนังเรื่องแม่ที่เขียนเองให้เชาว์ทำโดยมี สินจัย เป็นนางเอก ผมเคยชวนต๋อย (ไตรภพ ลิมปพัทธ์) มาเล่นหนัง อีก 10 วันโลกจะแตกที่ผมกำกับเอง เขาเล่าประวัติที่เวียนว่ายในวงการบันเทิงยุคเริ่มต้นให้ฟังเป็นชุด จนแทบไม่น่าเชื่อ อะไรจะมากมายปานนั้น แต่เมื่อได้สัมผัสตัวตนอย่างใกล้ชิดแล้ว ต้องยอมรับว่า ชีวิตเขานั้น คร่ำหวอดมาอย่างโชกโชนแทบทุกบทบาท จริงๆ ชวนะ เริ่มตั้งชื่อหนัง เมื่อไปร่วมงานกับค่ายโอเอของ แมน จันทร์ศรีชวาลา โดยไปทำด้านโฆษณแทน เจ๊ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ที่ลาออกไปทำรายการวิทยุ ก่อนจะติดลมบนเป็น เจ้าแม่ เอไทม์ ในปัจจุบัน COTTON CLUB คือหนังเรื่องแรกที่เขาตั้งชื่อเป็นไทยว่า จะให้บอกรักสักกี่ครั้ง มี ริชาร์ด เกียร์ แสดงนำ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เขาตั้งชื่อหนังมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 เรื่อง ตั้งชื่อหนังไทยยากที่สุด เพราะต้องให้ผู้กำกับชอบด้วย ส่วนหนังฝรั่ง หนังจีน มีวิธีที่ต่างกัน ถ้าอาร์โนลด์ แสดงต้องมี คนเหล็ก เฉินหลง ต้องมี ฟัด ส่วนหนังไทย ถ้าไม่มีคำว่า ผี รวมอยู่ด้วย ขายสายต่างจังหวัดไม่ได้ แต่ทุกวันนี้ การตั้งชื่อหนังของผมจะพยามให้สั้นลงเพราะ มีคนเลียนแบบเยอะ พอใจ ชัยยะเวฬุ คือคนแรกในวงการที่ ชื่อหนังฝรั่งเป็นหนังไทยในเรื่อง จะกู่ร้องปองรักให้ก้องโลก ซึ่ง ชวนะ เคยยึดเป็นต้นแบบ ก่อนจะมาประยุกต์เอาในภายหลัง การตั้งชื่อหนังของผมเป็นบูรณาการ เหมือนสหวิทยา หมายถึงเอาความรู้มาประยุกต์รวมกัน ชื่อของหนัง คือ สินค้า เราต้องสร้างขึ้นมาเพื่อให้เกิดจุดขาย หนังฝรั่งบางเรื่อง เนื้อหาดีมาก แต่การ ตั้งชื่อถ้าแปลมาตรงตัวแล้วรับรองขายไม่ได้ เจ๊งตั้งแต่อยู่ในมุ้ง เขากล่าวถึงหลักในการคิดประดิดคำ การตั้งชื่อภาพ-ยนตร์ แต่ในที่สุดก็ยอมรับว่า ได้ประสบการณ์เรียนรู้ วิทยายุทธ์ด้านนี้ หลังจากมาทำงานใกล้ชิดกับ เสี่ยเจียง ที่สหมงคลฟิล์ม วันหนึ่งๆ ผมจะคิดชื่อหนังไว้ตลอด เวลาอ่านนิตยสารเห็นคำอะไรแปลกก็จะจดไว้ แล้วค่อยมาขมวดคำ ตกแต่งคำ บางทีผมวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะเอาชื่อนี้ ก็จะตั้งชื่อ ห่วยๆ สักสองชื่อให้เป็นตัวเลือกในสามชื่อให้กรรมการพิจารณาสุดท้ายเค้าก็เลือกชื่อที่ผมต้องการ ต่อทัศนะมุมมองวงการภาพยนตร์ใน เมืองไทยนั้น เขาชี้ว่าการที่ภาพยนตร์เรื่องใด เรื่องหนึ่งจะประสบความสำเร็จ สำคัญที่สุดคือ กลยุทธ์โฆษณา ก่อนหนังลงโรงอย่างหนึ่งเดือน ต้องอัดฉีดสร้างกระแส ตอกย้ำ ผู้ชม ซึ่งทุกวันนี้ เจ้าของโรงหนังเท่านั้นที่ได้เปรียบเพราะเขามีโรงหนัง เป็นเครื่องมือ เหมือนกับ แกรมมี่ หรือ อาร์เอส ที่กล้าทำหนังแผ่น ออกมาสู้ตลาด เพราะแต่ละค่ายมีแผงเป็นของตนเอง ค่ายใหญ่เขามีต้นทุนที่ไม่จมเพราะ มีดารานักร้องในสังกัด ไม่เหมือนกับ นักสร้างหนังฟรีแลนด์ ที่ไม่มีอะไรอยู่ในมือ ต้องลงทุนสูง ชวนะ ให้ทัศนะถึงตลาดหนังไทยในปัจจุบัน หนังไทยต้องส่งเสริม เพราะเป็นศิลปะของคนไทย ที่มีเอกลักษณ์ในตัว ส่วนที่มองว่าหนังไทยเหมือนน้ำเน่านั้น ต้องบอกว่า อย่าตอแหล คนดูหนังทุกวันนี้มีสมอง ผู้สร้างได้พัฒนารูปแบบการนำเสนอ อย่างองค์บาท แฟนฉัน หรือ โอเคเบตง เป็นการนำชีวิตของสังคมไทยมาสะท้อนชัดเจนมากขึ้น อย่างเรื่อง นางนาค ที่อุ๋ย (นนทรีย์ นิมิบุตร) นำมาสร้างในเวอร์ชั่นใหม่นั้นเป็นอย่างไร พล็อตเดิมๆ ชีวิตในชนบทธรรมดาๆ ของไทย แต่เมื่ออุ๋ยนำมาทำในมุมมองใหม่คนตอบรับกันเต็มเมือง ทุกวันนี้ ชวนะ ต้องเค้นสมองตั้งชื่อ ภาพยนตร์ แนวต่างๆ ให้กับ มงคลเมเจอร์ อย่างน้อย เดือนละ 12 เรื่อง ซึ่งบางครั้งก็มี หนังแผ่น หรือ ซีดี เข้ามาแทรกบ้าง เขางัดแผ่นกระดาษออกมาจากลิ้นชัก ที่เขียนด้วยลายมือ ให้เห็นถึงรายชื่อหนังจำนวนมาก ที่กำลังร่างอยู่ในต้นฉบับให้เราดูเป็นตัวอย่าง เช่น เรื่อง BON VOYAGE ตั้งไว้ 4 ชื่อ รักระหว่างสงครามโลก, สงครามโลก-สงครามรัก, ขอให้โชคดีในรัก, สงครามรักสองใจ หรือ HAUTE TENSION มี 3 ชื่อ ขออภัยทางรอดไม่มี, ชนบทคนชะตาขาด และ ถึงตายก็ตาไม่หลับ บอกก่อนเลยว่า ชื่อของภาพยนตร์ทั้งหมด ยังไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน แต่เราขอไฟเขียวเจ้าตัวต้นความคิดมาล่วงหน้าแล้ว จะมาตีพิมพ์ที่นี่ และอีกไม่นาน หนึ่งในรายชื่อเหล่านี้ จะปรากฏโฉมออกมาให้เห็น หนุ่มใหญ่วัยฉกรรจ์คนนี้ ผ่านชีวิตมาโชกโชน หลากหลายรูปแบบ แม้แต่ในแวดวงการเมือง เขาก็เคยได้สัมผัสมาชั่วระยะเวลาหนึ่งในฐานะ คณะที่ปรึกษาของ บิ๊กจิ๋ว พล.อ.ชวลิต ยง-ใจยุทธ สมัยดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม ชีวิตที่สวมหมวกหลายใบ ทำงานหลายด้าน แต่ชัดเจนที่สุดที่เขายอมรับเต็มปากคือ ผมไม่ถือตัวตน แต่ถือความตายเป็นที่ตั้ง ผมทำงานสร้างสรรค์สังคม ประกอบอาชีพบริสุทธิ์ นำประสบการณ์ถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ ลูกหา และ สร้างเด็กใหม่ขึ้นมาทำงานแทนเรา เป็นบทสรุปสั้นๆ ของ ผศ.ดร.ชวนะ ภวกานันท์ ผู้ตั้งชื่อหนังแนวหน้าคนหนึ่งของไทย [จาก http://www.bcm.arip.co.th/content.php?data=406988_VIP%20Varieties ]
|