ของขวัญปีใหม่ 46

บทวิจัย     โดย ผู้จัดการออนไลน์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย   วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2546

โดย ผู้จัดการออนไลน์

ปีเก่า 2545 ผ่านไป ปีใหม่ 2546 ย่างกรายเข้ามา หลายคนอาจคิดว่าปี 2545 ผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เพิ่งเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า 2544 ต้อนรับปีใหม่ 2545 ไม่นานเท่าใดนัก

หลายคนอาจยังไม่ได้กระทำ หรือดำเนินการ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจต้นปี แต่ขณะเดียวกัน อีกหลายคนคงดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้แล้วสมบูรณ์แล้ว แต่เมื่อเทศกาลปีใหม่มาถึง พี่น้องชาวไทยส่วนใหญ่ มักจะชูให้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่มีการสังสรรค์ระหว่างญาติมิตร เพื่อนฝูง

การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะปีนี้ วันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ยังเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนส่วนใหญ่นิยมส่งบัตรอวยพร หรือของขวัญ ให้กันและกัน เพื่อส่งมอบความสุขผ่านของขวัญต่างๆ เหล่านั้น

ระหว่าง 11-13 ธันวาคม 2545 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสำรวจพฤติกรรมการซื้อของขวัญปีใหม่ปี 2546 คนกรุงเทพฯ กลุ่มตัวอย่าง 700 ราย อายุระหว่าง 16-60 ปี คนกรุงเทพฯ จับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้อของขวัญปีใหม่ 2546 เป็นเงินประมาณ 2,400 ล้านบาท

ของขวัญปีใหม่ที่นิยมมอบให้แก่กัน เน้นมอบให้พ่อแม่พี่น้อง และญาติผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญคุณภาพสินค้า ควบคู่ราคาเหมาะสม สินค้าเป็นที่นิยม ได้แก่ บัตรอวยพรปีใหม่ อาหารเสริมสุขภาพ คุกกี้/เค้ก ของใช้เครื่องประดับตกแต่งบ้าน เสื้อผ้าเครื่องประดับ เป็นต้น

คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่…ยังคงนิยมซื้อของขวัญปีใหม่

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสำรวจพฤติกรรมซื้อของขวัญปีใหม่ 2546 คนกรุงเทพฯ ระหว่าง 11-13 ธันวาคม 2545 กลุ่มตัวอย่าง 700 ราย ผลสำรวจ ลักษณะการซื้อของขวัญกลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่นิยมซื้อของขวัญทุกปีร้อยละ 48.7 ใกล้เคียงสัดส่วนกลุ่มที่ซื้อของขวัญเป็นบางปี ที่ร้อยละ 47.5 เพียงร้อยละ 3.8 ไม่เคยซื้อของขวัญปีใหม่เลย

ปี 2546 กลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 5.1 ไม่ซื้อของขวัญปีใหม่ 2546 ส่วนใหญ่กลุ่มอายุระหว่าง 16-20 ปี เป็นวัยที่ยังไม่สามารถหารายได้ด้วยตนเอง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ตัดสินใจซื้อของขวัญปีใหม 2546 สูงถึงร้อยละ 94.9

กลุ่มที่ซื้อ กระจายทุกช่วงอายุ ส่งผลมูลค่าจับจ่ายเพื่อซื้อของขวัญปีใหม่ 2546 คนกรุงเทพฯ เป็นเงินประมาณ 2,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 20

ลักษณะการซื้อของขวัญปีใหม่ 2546 กับอายุ
16- 20 ปี  21-30 ปี  31-40 ปี  41-50 ปี  50 ปีขึ้นไป  รวม
ซื้อ 21.6% 28.3% 33.3% 13.6% 3.2% 94.9%
ไม่ซื้อ 54.3% 28.6% 0% 11.4% 5.7%   5.1%

ที่มา : โพลล์ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ งบประมาณซื้อของขวัญปีใหม่ 2546 เพิ่มขึ้นเทียบปี 2545 ร้อยละ 50 กลุ่มที่งบประมาณเท่าเดิม ร้อยละ 29.7 เพียงร้อยละ 19.2 งบประมาณลดลง พิจารณาเงินโดยรวมซื้อของขวัญ ตามวัตถุประสงค์มอบของขวัญกลุ่มตัวอย่าง ทั้งเพื่อจับฉลาก เพื่อมอบพ่อแม่พี่น้อง ญาติผู้ใหญ่ สามี-ภรรยา/แฟน บุคคลที่ทำงานด้วยกัน และลูกค้า หรือหน่วยงานที่ติดต่อ

ส่วนใหญ่ใช้จ่ายเพิ่มจากปี 2545 กลุ่มที่ใช้จ่ายเพิ่มสูงสุด คือซื้อของขวัญเพื่อมอบให้พ่อแม่พี่น้อง ร้อยละ 33.8 รองลงมา คือกลุ่มลูกค้า หรือหน่วยงานที่ติดต่อ เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.2 และกลุ่มสามี-ภรรยา หรือแฟน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ตามลำดับ

ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกิจการหลายรายผลดำเนินการดีขึ้น และแจกโบนัสเพิ่มจากปีก่อน ส่งผลกำลังซื้อผู้บริโภคโดยรวมเพิ่มขึ้นด้วย

คุณภาพและราคา : ปัจจัยสำคัญตัดสินใจซื้อของขวัญปีใหม่

ปัจจัยสำคัญเลือกซื้อของขวัญปีใหม่ 2546 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่นิยมเลือกซื้อของขวัญมอบให้แก่กัน เป็นของขวัญคุณภาพดี (ร้อยละ 31.6) และระดับราคาเหมาะสม(ร้อยละ 28.5)

แม้ผู้บริโภคบางรายผลดำเนินการดีขึ้น หรือมีโอกาสได้รับโบนัสเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่เหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา ส่งผลการจับจ่ายใช้สอยผู้บริโภคปีนี้ เป็นไปอย่างมีเหตุมีผล หรือระมัดระวังการจับจ่ายมากขึ้น

กลุ่มตัวอย่างยังพิจารณาประโยชน์ใช้สอยต่อผู้รับควบคู่ด้วย ร้อยละ 18.5 ตามด้วยความแปลกใหม่และทันสมัยของสินค้า ร้อยละ 17.4 แต่การให้ความสำคัญสินค้าสื่อความเป็นไปไทย ยังสัดส่วนค่อนข้างน้อย เพียงร้อยละ 3.7 ทั้งๆ ที่พยายามรณรงค์ให้คนไทยจับจ่ายซื้อสินค้าผลิตโดยคนไทยต่อเนื่องก็ตาม

น่าสังเกตว่า จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้สนใจ หรือตั้งใจซื้อสินค้าชุมชน หรือผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 63.1 สินค้าชุมชนหรือผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือสินค้าประเภทเครื่องดื่มสมุนไพร ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรสชาติ

รองลงมา เป็นของใช้ผลิตภัณฑ์อิงธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ แชมพู เทียน หรือธูป เป็นต้น ตามด้วยผลิตภัณฑ์ผ้า หัตถกรรมและจักสาน ตามลำดับ กลุ่มที่ไม่สนใจซื้อเลย ร้อยละ 36.9

พิจารณาตามอายุ กลุ่มอายุที่ไม่สนใจซื้อสินค้าชุมชนและสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์เลยมากที่สุด คือกลุ่มอายุ 21-30 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงาน ที่เพิ่งก้าวย่างจากกลุ่มวัยรุ่น ของขวัญที่นิยมซื้อส่วนใหญ่ จึงยังเป็นของขวัญบ่งบอกความทันสมัยตามแฟชั่น

ขณะที่กลุ่มอายุสนใจซื้อสินค้าชุมชน ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 31-40 ปี ส่วนหนึ่งเพราะกลุ่มอายุดังกล่าว ผ่านและทดลองใช้สินค้า ทั้งในและต่างประเทศ พอสมควรแล้ว อีกทั้งเป็นวัยที่ได้รับข้อมูลข่าวสารอนุรักษ์นิยมไทย

รวมถึงส่งเสริมสินค้าชุมชน เพื่อกระจายรายได้สู่ชนบท ติดต่อกันต่อเนื่องหลายปี กลุ่มอายุ 31-40 ปี จึงน่าจะเป็นกลุ่มที่เป็นตัวกลาง เหมาะสมในการสื่อสารหรือถ่ายทอดสืบสานการใช้สินค้าไทย สู่เยาวชนรุ่นหลังมากยิ่งขึ้นได้

ความสนใจซื้อสินค้าชุมชนเป็นของขวัญปี2546 กับอายุ
ต่ำกว่า 20 ปี  21-30 ปี  31-40 ปี  41-50 ปี  50 ปีขึ้นไป  รวม
สนใจมาก 25% 8.3%  35.4% 20.9% 8.3% 7.3%
สนใจบ้าง 21.9 % 26% 37% 12.3% 2.7% 56.1%
ไม่สนใจเลย 21% 35.7% 27.3%   13.9% 2.1% 36.6%

ที่มา : โพลล์ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ไม่เฉพาะกลุ่มผู้บริโภคคนกรุงเทพฯ เท่านั้น ที่ให้ความสำคัญซื้อของขวัญ โดยพิจารณาคุณภาพสินค้าอันดับแรก แต่หน่วยงานราชก็เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบคุณภาพสินค้าของขวัญปีใหม่เช่นกัน 

โดยเฉพาะสินค้าบรรจุกระเช้าของขวัญปีใหม่ ที่ห้างร้านต่างๆ จัดเพื่อจำหน่ายผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทผลไม้ อาหารกระป๋อง หรือผลิตภัณฑ์สุรา กำหนดให้ผู้ประกอบการติดป้ายบอกวันหมดอายุชัดเจน พร้อมป้ายรับคืนสินค้าเมื่อลูกค้าประสบปัญหาสินค้าไม่มีคุณภาพ หรือหมดอายุ ก่อนวันที่ป้ายกำหนดไว้ได้ ภายใน 28 กุมภาพันธ์ 2546 ด้วย 

การศึกษาของศูนย์วิจัยกสิกรไทย สัดส่วนกลุ่มที่เคยและไม่เคยประสบปัญหาเมื่อเลือกซื้อกระเช้าของขวัญตามห้างร้านต่างๆ ใกล้เคียงกัน กลุ่มที่ไม่เคยประสบปัญหา ร้อยละ 51.2 ขณะที่กลุ่มที่เคยประสบปัญหา ร้อยละ 48.8 

ปัญหาที่ประสบส่วนใหญ่ คือจำนวนสินค้าไม่ครบตามรายการที่กำหนด ร้อยละ 28.7 รองลงมา เป็นสินค้าหมดอายุแล้ว ร้อยละ 28 สินค้าแตกหักเสียหาย ร้อยละ 26.8 ที่เหลืออีกร้อยละ 16.5 เป็นสินค้าเน่าเสียแล้ว 

ความซื่อสัตย์ และความเที่ยงตรง ของผู้ประกอบการร้านค้า รวมถึงผู้ผลิตสินค้า จึงเป็นปัจจัยสำคัญ จะทำให้กิจการร้านค้า กลายเป็นที่ไว้วางใจของผู้บริโภค จะเป็นจุดแข็งที่แข่งขันได้ ในสถานการณ์แข่งขันที่รุนแรงปัจจุบัน 

พ่อแม่พี่น้อง-ญาติผู้ใหญ่: กลุ่มเป้าหมายหลัก…มอบของขวัญปีใหม่

การซื้อของขวัญปีใหม่ปี 2546 กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญมอบของขวัญพ่อแม่พี่น้อง ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดที่สุด คิดเป็นร้อยละ 24.1 รองลงมา เป็นกลุ่มญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ไม่ว่าจะเป็นปู่ย่าตายาย หรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่นับถือ ร้อยละ 20.3 

กลุ่มเพื่อนร้อยละ 15.9 ส่วนกลุ่มสามี-ภรรยาหรือแฟน ร้อยละ 14.3 ขณะที่ซื้อเพื่อจับฉลากของขวัญ ร้อยละ 14.5 อีกร้อยละ 10.2 ซื้อของขวัญเพื่อมอบให้บุคคลที่ทำงานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย ลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงาน รวมถึงลูกค้า หรือหน่วยงานที่ติดต่อด้วย ที่เหลือร้อยละ 0.7 ซื้อของขวัญเพื่อมอบให้จราจร บุรุษไปรษณีย์ พนักงานเก็บขยะ เป็นต้น 

ของขวัญที่นิยมมอบให้กลุ่มพ่อแม่พี่น้องมากที่สุด คือหมวดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายทั้งที่เป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูปสำหรับสุภาพบุรุษและสตรี ผ้าชิ้นเพื่อตัดเสื้อ-กระโปรง-กางเกง และเครื่องประดับ ทั้งนาฬิกา เน็กไท เข็มกลัด เน็กไท เป็นต้น สำหรับสุภาพบุรุษ 

เครื่องประดับสุภาพสตรี มีทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู และกำไล ซึ่งอาจเป็นเครื่องประดับเพชร มุก หรือทอง แล้วแต่ความนิยมชมชอบ สินค้าที่ได้รับความนิยมรองลงมา ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เนื่องจากผู้คนเอาใจใส่ต่อสุขภาพบุคคลใกล้ชิดมากขึ้น 

บรรดาลูกหลานจึงต่างพยายามสรรหาอาหารเสริมที่มีคุณประโยชน์ ทั้งบำรุงกระดูก บำรุงสายตา หรือเสริมสร้างพลังงาน ด้วยวิตามินต่างๆ ให้บุพการี ตามด้วยของใช้ เครื่องประดับตกแต่งบ้าน และกระเช้าของขวัญปีใหม่ 

กระเช้าของขวัญปีใหม่ที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง คือกระเช้าบรรจุด้วยผลิตภัณฑ์เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพผู้รับ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ อาหารบำรุงสุขภาพ รวมถึงเครื่องดื่มต่างๆ ที่มักเป็นเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ส่วนใหญ่ มักเขียนคำอวยพรปีใหม่ลงบนบัตรอวยพรปีใหม่ให้ด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลชีวิตผู้รับ 

กลุ่มญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ นิยมซื้อกระเช้าของขวัญเพื่อมอบให้เมื่อเทศกาลปีใหม่มาบรรจบ กระเช้าของขวัญที่นิยมปัจจุบัน มักบรรจุผลิตภัณฑ์คล้ายๆ กับที่มอบให้พ่อแม่ ที่เน้นประโยชน์สุขภาพอนามัยผู้รับเป็นหลัก 

สินค้าได้รับความนิยมรองลงมา ได้แก่ ผลไม้ตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเหมาะสมกับอายุผู้รับ เช่น กลุ่มแคลเซียมบำรุงกระดูก หรือธาตุเหล็กบำรุงเลือด ตามลำดับ

รวมทั้งสินค้าประเภทของใช้ เครื่องประดับตกแต่งบ้าน พร้อมคำอวยพรเป็นสิริมงคลผู้รับ รวมถึงอำนวยพรสุขภาพพลานามัย หวังให้ผู้รัสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ 

กลุ่มเพื่อน หมายรวมถึงเพื่อนร่วมสถาบันเดียวกัน เพื่อนต่างสถาบัน เพื่อนทั้งที่เคยร่วมงาน หรือเคยเรียนด้วยกัน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ นิยมส่งมอบความสุขปีใหม่ผ่านบัตรอวยพร ที่ผู้ส่งเขียนบรรยายคำอวยพรดีๆ ผู้รับ ซึ่งส่วนใหญ่มักอวยพรให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรืออวยพรให้ได้รับการเพิ่มเงินเดือน และโบนัส สำหรับเพื่อนวัยทำงาน 

หากเพื่อนเป็นเจ้าของกิจการ มักอำนวยพรให้สร้างกำไร หรือรายได้ เพิ่มขึ้นปี 2546 ขณะที่เพื่อนวัยศึกษาด้วยกัน มักอวยพรให้ได้คะแนนดีๆ หรือสำเร็จการศึกษาภายในเร็ววัน หรือตามกำหนด ด้วยวิวัฒนาการเทคโนโลยีที่ทันสมัย ส่งผลบัตรอวยพรที่ส่งมอบความสุขให้กันและกัน จากเดิมส่งผ่านไปรษณีย์เพียงทางเดียว ก็ปรับเปลี่ยนเป็นส่งบัตรอวยพรทางอินเทอร์เน็ต หรือที่รู้จักกันในนามอิเล็กทรอนิกส์การ์ด (e-card) 

ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 31-40 ปี ซึ่งอยู่ในวัยทำงานที่คุ้นเคย และใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์สื่อสารเป็นประจำ รวมถึงกลุ่มวัยศึกษาที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่นิยมสินค้านำแฟชั่นและทันสมัย อีกทั้งยังสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานด้วยตนเองได้ 

ของขวัญที่ได้รับความนิยมตามมา คือบรรดาขนมนมเนยต่างๆ โดยเฉพาะขนม ที่เสมือนเป็นเอกลักษณ์วันปีใหม่ อย่างเค้กและคุกกี้ ซึ่งมีทั้งที่ซื้อและทำเองโดยเฉพาะ ตามด้วยสินค้ากลุ่มของใช้เครื่องประดับตกแต่งบ้าน ทั้งนาฬิกาตั้งโต๊ะ นาฬิกาแขวน กรอบรูป เป็นต้น 

ดอกไม้หรือต้นไม้ ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน มอบเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้เพื่อน ดอกไม้ที่นิยมมอบให้แก่กัน มักสื่อความหมายที่ดี หรือสวยงาม กลุ่มที่นิยมมอบดอกไม้ให้เพื่อนมากที่สุด คือกลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่ยังอยู่ในวัยหอมหวานสดใส 

ต้นไม้ที่นิยมมอบเป็นของขวัญปีใหม่ มักเป็นต้นไม้มงคล อาทิ ต้นใบเงินใบทองใบนาก ต้นกวนอิม ต้นโมก รวมทั้งว่านมหาลาภ ว่านมหาโชค ว่านเศรษฐี เป็นต้น 

ของขวัญที่นิยมมอบให้สามี-ภรรยา หรือแฟน มักเป็นสินค้าบ่งบอก หรือถ่ายทอดความรักหอมหวานสดชื่นให้แก่กันและกัน สินค้าได้รับความนิยมอันดับ 1 จึงหนีไม่พ้นดอกไม้ โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีแดง ตามด้วยขนมยอดนิยมเทศกาลปีใหม่ อย่างคุกกี้และเค้ก ที่มีรสชาติหอมหวาน เพื่อตอกย้ำความรักหวานชื่น 

ขณะเดียวกัน เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย โดยเฉพาะเครื่องประดับ ฝ่ายชายมักซื้อเป็นของกำนัลให้ฝ่ายหญิง ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน นอกจากนี้ การหยอดคำหวานผ่านการเรียงร้อยถ้อยคำแทนคำพูด ลงบัตรอวยพร เพื่อแสดงความห่วงหาอาทรซึ่งกันและกัน ยังคงเป็นที่นิยมจวบจนทุกวันนี้ 

ส่วนบุคคลที่ทำงานด้วยกัน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ นิยมส่งมอบความสุขปีใหม่ผ่านบัตรอวยพร ด้วยคำอำนวยพร ที่ปรารถนาให้ผู้รับหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า และมั่นคง พร้อมมีโอกาสปรับเลื่อนตำแหน่ง 

ยังนิยมมอบขนมประเภทคุกกี้ หรือเค้ก รวมทั้งพาย เป็นของขวัญปีใหม่ บางรายที่ถนัดทำขนมดังกล่าว มักทำแจกโอกาสพิเศษนี้ ขณะที่กลุ่มที่ไม่ถนัดทำ มักหาซื้อตามร้านค้าต่างๆ ที่อาจเคยชิมมาแล้ว ว่าอร่อย เป็นของขวัญปีใหม่ 

ของขวัญนิยมมอบให้กลุ่มลูกค้า หรือหน่วยงานที่ติดต่องาน ยังคงเป็นกระเช้าของขวัญ ร้อยละ 28.3 รองลงมา คือขนมคุกกี้และเค้ก ร้อยละ 17.9 ยังส่งมอบความสุขผ่านบัตรอวยพรปีใหม่ ประกบควบคู่ของขวัญปีใหม่ที่มอบให้ด้วย 

บรรดาดอกไม้หรือต้นไม้ ก็ได้รับนิยมเช่นกัน มอบเป็นของขวัญปีใหม่ลูกค้า หรือหน่วยงานที่ติดต่อ มักจัดเป็นกระถางหรือแจกันดอกไม้สวยงาม ต้นไม้ส่วนใหญ่ที่นิยมมอบให้ มักมีความหมายดี 

โดยชื่อ ไม่ว่าจะเป็นต้นมะยม เพื่อให้เป็นที่นิยมชมชอบ ต้นขนุน เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนค้ำจุนช่วยเหลือจากกลุ่มต่างๆ รวมทั้งบรรดาว่านต่างๆ ที่บ่งบอกโชคลาภ ไม่ว่าจะเป็นว่านเศรษฐี หรือว่านมหาโชค เป็นต้น 

ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทุกปี ห้างร้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีกขนาดเล็ก อย่างร้านโชวห่วย หรือร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ อย่างห้างสรรพสินค้า ดิสเคานท์สโตร์ หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ต่างมักนำกระเช้าของขวัญบรรจุสินค้านานาชนิดให้เลือกสรร ระดับราคาแตกต่างกัน วางจำหน่าย 

น่าสังเกตว่า กระเช้าของขวัญระดับราคาไม่เกิน 500 บาทน มีให้เลือกมากขึ้น ขณะที่จำนวนกระเช้าของขวัญราคาเกิน 3,000 บาท แนวโน้มลดลง ปริมาณสินค้าจัดในกระเช้า ก็จำนวนลดลงด้วยเนื่อง จากข้อจำกัดราคาสินค้าที่สูงขึ้น 

วัตถุประสงค์การซื้อของขวัญปีใหม่ 2546 กับอายุ
16- 20 ปี  21-30 ปี  31-40 ปี  41-50 ปี  50-60 ปี  รวม
เพื่อจับฉลาก 18.3% 31.6% 37.9% 11.0%  1.3% 14.5%
เพื่อมอบให้ พ่อแม่พี่น้อง  20.3 % 27.9% 37.1% 12.2%  2.4%  24.1%
เพื่อมอบให้ ญาติผู้ใหญ่  13.8% 28.6% 41% 14.3%  2.4%  20.3%
เพื่อมอบให้เพื่อน 27.8% 27.2% 33.5% 10% 1.5% 15.9%
เพื่อมอบให้ สามี-ภรรยา/แฟน 20.3% 27.8% 36.3% 13.2%  2.4% 14.3%
เพื่อมอบให้ บุคคลที่ทำงาน 0.9% 30.4% 42.9% 23.2% 2.7% 5.4%
เพื่อมอบให้ ลูกค้า/ หน่วยงานที่ติดด่อ 0% 21.0% 46% 30% 3% 4.8%
อื่นๆ (เช่น จราจร ตนเอง บุรุษไปรษณีย์) 0% 12.5% 12.5% 25.0% 50% 0.7%

ที่มา : โพลล์ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ห้างสรรพสินค้า : แหล่งจับจ่ายยอดฮิต

การจำหน่ายสินค้าช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นโอกาสการตลาดสำคัญช่วงโค้งสุดท้ายผลักดันการดำเนินงานของผู้ประกอบการแต่ละราย สู่เป้าหมายปีงบประมาณ สีสัน บรรยากาศ และการทำตลาด จึงเข้มข้นกว่าทุกช่วงเวลารอบหนึ่งปี 

หลายกลยุทธ์ต่างงัดออกมาใช้ ยิ่งภาวะการณ์แข่งขันรุนแรงเช่นปัจจุบัน ทั้งธุรกิจค้าปลีกรูปแบบเดียวกัน และต่างรูปแบบ ที่ขยายสาขาต่อเนื่อง ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแหล่งชุมชนสำคัญ 

การสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย แหล่งซื้อของขวัญที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 52.8 เหตุผลสำคัญคือ ความสะดวกสบายการเดินทาง ที่จอดรถกว้างขวาง อีกทั้งสินค้าวางจำหน่าย มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย เมื่อเทียบธุรกิจค้าปลีกรูปแบบอื่นๆ กลุ่มอายุที่นิยมเดินซื้อสินค้าของขวัญปีใหม่ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆมากที่สุด คือกลุ่มอายุ 21-40 ปี 

แหล่งจับจ่ายสินค้าของขวัญปีใหม่ที่ได้รับความนิยมรองลงมา คือร้านจำหน่ายสินค้าเฉพาะอย่าง ทั้งร้านเบเกอรี่ ร้านกิฟช้อป ร้านดอกไม้ เป็นต้น ปัจจุบัน ร้านค้าดังกล่าว จำนวนเพิ่มขึ้นตามลำดับ 

ส่วนหนึ่ง สาเหตุจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ส่งผลกิจการหลายแห่งในไทยได้รับผลกระทบ บางรายต้องเลิกกิจการ ส่งผลเกิดคนว่างงานจำนวนมาก กลุ่มคนว่างงาน จึงต้องประกอบอาชีพอื่นเพื่อยังชีพ ด้วยการประกอบกิจการตามกำลังทรัพย์ และความชำนาญที่มีอยู่ ช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นช่วงเวลาขายที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของร้านค้าดังกล่าว 

แหล่งที่ได้รับความนิยมอันดับ 3 คือตลาดนัดสวนจตุจักร ปัจจัยสำคัญความหลากหลายของสินค้า ที่มีทั้งบัตรอวยพรปีใหม่ ของประดับตกแต่งบ้าน ของกระจุกกระจิก ดอกไม้-ต้นไม้ แม้กระทั่งกระดาษห่อของขวัญ ที่มีให้เลือกหลากหลาย เป็นต้น 

ยังมีปัจจัยราคา ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่า สินค้าจำหน่ายในตลาดนัดสวนจตุจักร ราคาค่อนข้างถูก และต่อรองราคาได้ด้วย กลุ่มอายุที่นิยมซื้อของขวัญตลาดนัดสวนจตุจักรมากที่สุด คือกลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่กำลังทรัพย์ไม่มากนัก 

งานแสดงสินค้า ที่ทยอยเปิดงานแสดงตั้งแต่พฤศจิกายน 2545 เป็นต้นมา ภายใต้คอนเซ็ปต์แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเทศกาลของขวัญปีใหม่ งานผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรืองานเครื่องประดับตกแต่งบ้าน เป็นต้น 

ล้วนสามารถกระตุ้นผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยของขวัญปีใหม่ปี 2546 ได้ดีระดับหนึ่ง ด้วยการเสนอสินค้าหลากหลาย จากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายสินค้า การจัดงานแสดงสินค้าเทศกาลของขวัญปีนี้ ค่อนข้างแตกต่างจากปีก่อนๆ 

ด้วยการจัดงานแสดงสินค้าของขวัญเฉพาะผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ จากทุกภาคทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์ให้คนไทยซื้อสินค้าผลิตโดยชุมชนในประเทศ เพื่อมอบเป็นของขวัญวันปีใหม่ 2546 นี้ 

สินค้าที่จำหน่ายในงานแสดง มีทั้งอาหารคาวหวาน ของชำร่วยชิ้นเล็กชิ้นน้อย เครื่องประดับตกแต่งบ้าน จุดเด่นของงาน คือบรรดาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสุราพื้นบ้านทั้งหลาย ที่กำลังได้รับความนิยมค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นไวน์ผลไม้ สาโท กระแช่ หรืออุ 

ธุรกิจค้าปลีกอีกรูปแบบ ที่ก้าวมีบทบาทจับจ่ายของผู้บริโภคมากขึ้นตามลำดับ ด้วยจำนวนเครือข่ายสาขาที่กระจายอย่างรวดเร็วกว่า 50 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ปัจจุบัน คือดิสเคานท์สโตร์ 

เหตุผลสำคัญทำให้กลุ่มตัวอย่างตัดสินใจเลือกดิสเคานท์สโตร์เป็นแหล่งจับจ่ายเพื่อซื้อของขวัญปีใหม่ คือความสะดวกสบายการเดินทาง และสถานที่กว้างขวาง (ร้อยละ 47.7) ความหลากหลายสินค้า ที่มีทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค (ร้อยละ 26.6) และราคาสินค้าค่อนข้างถูกกว่าที่อื่นโดยเปรียบเทียบ (ร้อยละ 17.3) กลุ่มที่นิยมใช้บริการดิสเคานท์สโตร์ คือกลุ่มอายุ 31-40 ปี ที่มักซื้อสินค้าเป็นปริมาณมากกว่ากลุ่มอื่นๆ 

บทสรุป

การจับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้อของขวัญปีใหม่ 2546 แนวโน้มคึกคักขึ้นเทียบปี 2545 สังเกตจากสัดส่วนกลุ่มที่ซื้อของขวัญปีใหม่ สูงถึงร้อยละ 94.9 ของกลุ่มตัวอย่าง หรืออัตราขยายตัวค่าใช้จ่ายโดยรวมซื้อของขวัญปีใหม่ปีนี้ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ งบประมาณซื้อของขวัญปีใหม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เป็นไปลักษณะเพิ่มจำนวนบุคคลที่จะซื้อของขวัญให้ กลุ่มที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสูงสุด จำแนกตามวัตถุประสงค์การซื้อ คือซื้อของขวัญเพื่อมอบให้พ่อแม่พี่น้อง เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.8 รองลงมาคือกลุ่มลูกค้า หรือหน่วยงานที่ติดต่อ เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.2 และกลุ่มสามี-ภรรยาหรือแฟน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ตามด้วยกลุ่มญาติผู้ใหญ่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.8 

ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกิจการหลายราย ผลดำเนินการดีขึ้น และแจกโบนัสเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่งผลกำลังซื้อผู้บริโภคโดยรวมเพิ่มขึ้นด้วย สินค้าที่นิยมมอบให้แก่กัน มักพิจารณาคุณภาพสินค้า ควบคู่ราคา ตามด้วยคุณค่าและประโยชน์ใช้สอย โดยเฉพาะอาหาร ที่เน้นสินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา หรือกลุ่มวัยหนุ่มสาว อายุต่ำกว่า 30 ปี ยังให้ความสำคัญซื้อสินค้าชุมชนไม่มากเท่าที่ควร หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์ให้คนไทยใช้สินค้าชุมชน และกลุ่มผู้ผลิตสินค้า ควรปรับกลยุทธ์ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ ที่ควรปรับปรุงรูปแบบตอบสนองความต้องการวัยดังกล่าว ที่เน้นสินค้ารูปแบบทันสมัยและเก๋ไก๋ 

หรือการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่ควรสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้สินค้าชุมชนชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดกลุ่มดังกล่าว นิยมสินค้าไทยมากขึ้น การประชาสัมพันธ์ ควรต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความรู้สึกกลุ่มเป้าหมาย การสนับสนุนให้คนไทยนิยมสินค้าชุมชนเพิ่มขึ้น นอกจากจะป้องกันการรั่วไหลเงินตราต่างประเทศ ยังกระจายรายได้สู่ชนบท หรือกลุ่มเกษตรกรภายในประเทศ

 

กลับหน้าแรก