|
กระแสหวั่นความปลอดภัย
: กระทบท่องเที่ยวปี45-46
ชะลอตัว
โดย ผู้จัดการออนไลน์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2545 หลังจากเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมครั้งร้ายแรงในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 เพียง 1 ปีเศษ เกิดเหตุการณ์ระเบิดรุนแรงย่านแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะบาหลี อินโดนีเซีย คืนวันที่ 12 ตุลาคม ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากเสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุระเบิดครั้งนี้ กระตุ้นความรู้สึกหวั่นกลัวความปลอดภัยกลับมาสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศอีกครั้ง สำหรับประเทศไทย ช่วงแรกที่เกิดเหตุระเบิดบาหลี จะได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ที่อพยพออกจากบาหลีและเมืองต่างๆ ของอินโดนีเซีย รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแผนท่องเที่ยวจากอินโดนีเซียมาไทยแทน โดยภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมายอันดับ 1 เนื่องจากภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลสวยงามไม่แพ้บาหลี และค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกัน ยังมีกระบี่ พังงา สมุย หัวหิน และพัทยา ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นตามมาภาคใต้ของไทย ทั้งการลอบวางระเบิดสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในปัตตานี และลอบเผาโรงเรียนหลายแห่งในสงขลา แม้ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ แต่ก็สร้างความหวั่นวิตกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยเดินทางมาไทยมาก่อน เมื่อรัฐบาลหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก เยอรมนี อังกฤษ ออสเตรเลีย ประกาศเตือนประชาชนของตน ให้ระมัดระวังการเดินทางมาประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมทั้งไทย ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วน ยกเลิกเดินทางมายังไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปทัวร์จากประเทศแถบยุโรป สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลการท่องเที่ยวของไทยที่ขยายตัวร้อยละ 6 ช่วง 9 เดือนแรกปี 2545 แนวโน้มชะลอตัวช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันตก อย่างไรก็ตาม การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดของทั้งภาครัฐฯ และเอกชน ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัยของไทยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวยิ่งใหญ่ช่วงพฤศจิกายนและธันวาคม ส่งผลสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยแนวโน้มดีขึ้นช่วงธันวาคม บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดคาดว่า การท่องเที่ยวไทยโดยรวมช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2545 แนวโน้มขยายตัวร้อยละ 2.4 โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 2.68 ล้านคน ต่ำกว่าที่คาดเดิมก่อนเกิดเหตุระเบิดบาหลี เหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ และการประกาศเตือนประชาชนของประเทศต่างๆ ประมาณ 135,000 คน ทำให้ไทยสูญเสียรายได้การท่องเที่ยวประมาณ 4,000 ล้านบาทช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2545 แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยดังกล่าว ทำให้โดยรวมตลอดทั้งปี 2545 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 10,565,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ก่อเกิดรายได้การท่องเที่ยวเข้าประเทศมูลค่าประมาณ 320,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ปี 2546 มีโอกาสสูงที่จะเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิรักช่วงต้นปี แต่ก็มีแนวโน้มว่า สงครามจะยุติในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลกระทบโดยตรงสถานการณ์ท่องเที่ยวทั่วโลกช่วงไตรมาสแรก ทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยปี 2546 แนวโน้มจะไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงเท่าปี 2534 ที่การท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบ ทั้งจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิรัก และจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (รสช.) นอกจากนี้ การท่องเที่ยวไทยปัจจุบันยังมีปัจจัยสำคัญหลายประการเกื้อหนุน รวมทั้งความพยายามภาครัฐฯ และเอกชน ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจความปลอดภัยของไทยให้นักท่องเที่ยว ที่ดำเนินการช่วงปลายปี 2545 ต่อเนื่องปี 2546 บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดคาดว่า แม้จะได้รับผลกระทบสงคราม ทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยแนวโน้มลดลงช่วงไตรมาสแรกปี 2546 แต่ตลาดระยะใกล้ในเอเชีย จะมีบทบาทสำคัญ กระตุ้นการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวขึ้นไตรมาส 2 ส่งผลให้ช่วงครึ่งแรกปี 2546 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยแนวโน้มทรงตัว ระดับใกล้เคียงปี 2544 โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 5.33 ล้านคน ส่วนช่วงครึ่งปีหลัง ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ทั้งตลาดระยะใกล้ในเอเชีย และตลาดภูมิภาคอื่นๆ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยประมาณ 5.55 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 แนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้โดยรวมตลอดทั้งปี 2546 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามารวมประมาณ 11.88 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากปี 2545 ก่อเกิดรายได้การท่องเที่ยวสะพัดเข้าประเทศมูลค่าประมาณ 336,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 การขยายตัวตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2546 ยังคงได้รับแรงหนุนจากการเติบโตตลาดทุกภูมิภาค ยกเว้นอเมริกา ที่คาดว่าตลาดจะทรุดตัว เพราะผลพวงสงคราม ส่วนตลาดท่องเที่ยวหลักของไทย คือตลาดระยะใกล้ในเอเชียตะวันออก แนวโน้มฟื้นตัวได้โดยเร็ว โดยเฉพาะจากตลาดประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา รวมทั้งเกาหลีใต้ และจีน ส่วนตลาดญี่ปุ่น ยังคงแนวโน้มทรงตัว ขณะที่ตลาดเอเชียใต้ ได้รับแรงหนุนตลาดเป้าหมายหลักของไทย คือ อินเดีย แม้บางตลาดของภูมิภาคเอเชียใต้ยังถดถอย เพราะปัญหาเศรษฐกิจ และความไม่สงบในประเทศ ส่วนตลาดยุโรปและออสเตรเลีย คาดว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง โดยนักท่องเที่ยวจากทั้ง 2 ตลาดมั่นใจความปลอดภัยของไทยมากขึ้น หันมาเที่ยวภูเก็ต รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อเสียงของไทยแทนบาหลี ยังมีตลาดตะวันออกกลาง ที่นิยมไทย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่มีการแบ่งแยกศาสนาและเชื้อชาติ โดยอิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นตลาดท่องเที่ยวหลักของไทยภูมิภาคนี้ ที่คาดว่าขยายตัวต่อเนื่องแม้อัตราไม่สูงนัก อย่างไรก็ตาม ภาวะการแข่งขันหลังสงครามที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เพราะแต่ละประเทศ ต่างหวังดึงรายได้การท่องเที่ยวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐฯ และเอกชนของไทย ต้องประสานความร่วมมือด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งมีแนวทางสำคัญดังนี้ - เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดยิ่งขึ้น - เร่งแก้ไขปัญหาตัดราคาระหว่างบริษัทนำเที่ยว โดยเฉพาะตลาดทัวร์จีน - มุ่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม เพื่อเพิ่มศักยภาพสร้างรายได้เข้า ประเทศ โดยเฉพาะตลาดท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ตลาดประชุมสัมมนา ตลาดทัวร์สุขภาพ ตลาดทัวร์กอล์ฟ ตลาดพำนักท่องเที่ยวระยะยาว ตลาดคู่ฮันนีมูน เป็นต้น - พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ รองรับการกระจายนักท่องเที่ยวจากแหล่ง ท่องเที่ยวหลัก ที่ปัจจุบันมีเพียงไม่กี่แห่ง - พัฒนาสนามบินแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ - ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่กำลังได้รับ ความนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ - พัฒนาศักยภาพการซื้อสินค้าดึงเงินนักท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยจำแนกตามภูมิภาค
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| กลับหน้าแรก | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||