| ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง :
สถานการณ์ที่น่าจับตามอง
โดย ผู้จัดการออนไลน์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2545 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่องทุกตลาด ตั้งแต่กลางพฤศจิกายนเรื่อยมา แม้บางช่วงอ่อนตัวบ้าง แต่เป็นเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น จากนั้น ดีดตัวสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ โดยเฉพาะตั้งแต่ต้นธันวาคม ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกทะยานสูงขึ้นต่อเนื่อง หากนับจากวันที่ 2 ธันวาคม จนถึง 19 ธันวาคม ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกวิ่งขึ้นแล้วถึงกว่า 6.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือ 26.2% เป็นผลเนื่องจากแรงกดดันหลายด้านประดังกันเข้ามาช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เช่น การประท้วงของคนงานธุรกิจน้ำมันเวเนซูเอลา ที่เริ่มตึงเครียด 2 ธันวาคม ยืดเยื้อทั่วประเทศ เพื่อขับไล่ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซจากตำแหน่งให้ได้ ประเทศสมาชิกกลุ่มโอเปก สามารถตกลงลดการผลิตน้ำมันเกินโควตาสำเร็จ 12 ธันวาคม และสถานการณ์ความตึงเครียด ที่สหรัฐฯ จะบุกถล่มอิรัก ยังเป็นไปได้สูง ปัจจัยเหล่านี้ ต่างล้วนเพิ่มแรงกดดันอย่างหนัก ต่อการปรับตัวสูงขึ้นราคาน้ำมันตลาดโลกไม่หยุดยั้ง การปรับตัวสูงขึ้นราคาน้ำมันตลาดสำคัญๆ ของโลกตลอดช่วง 3 สัปดาห์ นับเนื่องจากต้นธันวาคมเป็นต้นมา ความเคลื่อนไหวน่าจับตามองอย่างยิ่ง รายละเอียดต่อไปนี้ ตลาดล่วงหน้า NYMEX นครนิวยอร์ก ราคาน้ำมันดิบตลาดล่วงหน้า NYMEX 2 ธันวาคม 27.24 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุด 13 พฤศจิกายนปีนี้ ที่อยู่ระดับ 24.48 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังจากวันที่ 2 ธันวาคม เป็นวันแรกการประท้วงในเวเนซูเอลา ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับ 5 ของโลก และเป็นสมาชิกกลุ่มโอเปกด้วย ส่งผลราคาน้ำมันตลาดดังกล่าว วิ่งขึ้นไม่หยุด จนทะลุ 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 18 ธันวาคมก่อนทะยานต่อเนื่องแตะจุดสูงสุดในรอบ 12 สัปดาห์ 19 ธันวาคม 31.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนปิดตลาด 30.89 ดอลลาร์ ราคาน้ำมันดิบ NYMEX เคยไต่ขึ้นจุดสูงสุด 30.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาแล้ว 24 กันยายน เท่ากับว่า ราคาน้ำมันดิบล่าสุดตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งทะยานถึง 6.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือร้อยละ 26.2 จากราคาต่ำสุด 13 พฤศจิกายน ตลาดล่วงหน้า IPE กรุงลอนดอน 19 ธันวาคม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์แหล่งทะเลเหนือตลาดดังกล่าว ซึ่งจะส่งมอบกุมภาพันธ์ ก็ปรับตัวสูงขึ้นปิดตลาด 28.80 ดอลลาร์ โดยราคาต่ำสุดที่เคยสร้างสถิติ 22.63 ดอลลาร์ 13 พฤศจิกายน สถิติราคาสูงสุดน้ำมันดิบเบรนท์ที่เคยทำไว้รอบปี 2545 คือ 29.57 ดอลลาร์ 23 กันยายน หรือเท่ากับราคาน้ำมันตลาดดังกล่าว ปรับเพิ่มขึ้นแล้วถึง 6.17 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 27.3% จากราคากลางพฤศจิกายน ตลาดน้ำมันย่านตะวันออกกลาง น้ำมันดิบดูไบ ที่เป็นมาตรวัดการแกว่งไกวราคาน้ำมันดิบย่านตะวันออกลางประเภทหนึ่ง ก็ราคาพุ่งสูงต่อเนื่องเช่นกัน 19 ธันวาคม ราคาปรับตัวขึ้นที่ 27.31 ดอลลาร์ พุ่งขึ้นจากระดับเคยร่วงหล่นลงสู่จุดต่ำสุด 22.01 ดอลลาร์ 13 พฤศจิกายน ราคาน้ำมันดิบดูไบเคยพุ่งขึ้นสูงสุด 27.68 ดอลลาร์ 24 กันยายนย่อมหมายความว่า ระดับราคาน้ำมันดิบตลาดแห่งนี้ พุ่งขึ้นแล้าถึง 5.30 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นแล้วถึง 19.7% จากราคากลางพฤศจิกายน สรุป ระดับราคาน้ำมันดิบตลาดโลกล่าสุดนี้ พุ่งขึ้นจากฉลี่ยต่ำสุดที่เคยสร้างสถิติไว้ช่วงกลางพฤศจิกายน ถึง 5.96 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 24.4% แล้ว การเคลื่อนไหวราคาน้ำมันดิบตลาดสำคัญๆ ของโลก ดังกล่าว ที่แนวโน้มสูงขึ้นมากตั้งแต่กลางพฤศจิกายเรื่อยมา ทะยานขึ้นต่อเนื่องจาก 2 ธันวาคม เมื่อการประท้วงเกิดขึ้นในเวเนซูเอลา ซึ่งมีผลให้ระดับราคาน้ำมันตลาดโลกทรงตัวระดับสูงค่อนข้างมาก เทียบราคาน้ำมันช่วงต้นปี 2545 พิจารณาราคาน้ำมันดิบตลาดล่วงหน้า NYMEX ตอนต้นปีคือมกราคม อยู่ที่เฉลี่ย 19.68 ดอลลาร์ ราคาน้ำมันดิบตลาดล่วงหน้า NYMEX ล่าสุด 19 ธันวาคม ยังยืนระดับสูงกว่าช่วงต้นปี 2545 ถึง 11.21 ดอลลาร์ ยังสูงกว่ากันถึง 57% เลยทีเดียว ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์มกราคม เฉลี่ย 20.20 ดอลลาร์ ดังนั้น ราคาวันที่ 19 ธันวาคม ยังแพงกว่ากันถึง 8.6 ดอลลาร์ แพงกว่ากันถึง 46.2% น้ำมันดิบดูไบ 19 ธันวาคม 27.31 ดอลลาร์ ยังสูงกว่าราคาเฉลี่ยมกราคม ที่มีราคา 18.48 ดอลลาร์ ถึง 8.83 ดอลลาร์ ยังสูงกว่ากันถึง 47.8% ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเห็นว่า การที่ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งทะยานขึ้ต่อเนื่องตั้งแต่กลางพฤศจิกายน จนกระทั่งล่าสุด 19 ธันวาคม ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกก็พุ่งขึ้นทดสอบสถิติสูงสุดครั้งใหม่รอบปี 2545 คาดว่าจะยังคงทำลายสถิติสูงสุดครั้งใหม่ทุกตลาดต่อไป เพราะเหตุปัจจัยแวดล้อมสำคัญๆ หลายประการ กระทบตลาดน้ำมันโลกขณะนี้มากพอสมควร ซึ่งพอสรุปประเด็นสำคัญๆ ดังต่อไปนี้ โอเปกลดผลิตน้ำมันดิบวันละ 1.7 ล้านบาร์เรล บรรดาประเทศสมาชิกโอเปก บรรลุข้อตกลงที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย 12 ธันวาคม ว่า จะลดการผลิตแท้จริงวันละ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ สมาชิกโอเปกหลายประเทศลักลอบผลิตน้ำมันเกินโควตารวมกันมากถึง 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากโควตาผลิตรวมที่กำหนดวันละ 21.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ผลผลิตจริงมากถึง 24.7 ล้านบาร์เรล มติโอเปกดังกล่าว เท่ากับว่า ซัพพลายน้ำมันดิบตลาดโลกจะลดจากปัจจุบันถึงวันละ 1.7 ล้านบาร์เรล จะมีผลต่อการกดดันราคาน้ำมันดิบตลาดโลกยังคงทรงตัวระดับสูงอยู่ อย่างน้อยตลอดช่วงไตรมาสแรกปี 2546 ขณะเดียวกัน สมาชิกโฮเปกตกลงร่วมกันกำหนดเพดานผลิตน้ำมันดิบกลุ่มช่วงไตรมาสแรก 2546 ที่ 23 ล้านบาร์เรลต่อวัน ความตึงเครียดกรณีสหรัฐฯ จะบุกถล่มอิรัก ท่าทีแข็งกร้าวของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐอเมริกา กรณีจะใช้กำลังทหารบุกถล่มอิรัก ยังเป็นไปได้สูง แม้อิรักยอมปฏิบัติตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ส่งมอบรายงานโครงการผลิตอาวุธอิรัก ความยาว 11,807 หน้าแล้ว 7 ธันวาคมก็ตาม สหรัฐฯ อาจใช้ข้ออ้างว่า อิรักละเมิดมติสหประชาชาติ ที่ไม่เปิดเผยแหล่งผลิตอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงที่มีจริงในอิรัก ซึ่งประเด็นนี้ ต้องรอคำแถลงเป็นทางการจากสหประชาชาติก่อน ว่าอิรักฝ่าฝืนมติสหประชาชาติ ตามมติคณะมนตรีความมั่นคงฯ ฉบับที่ 1441 จริง หลังจากนั้น สหรัฐจะประกาศท่าทีชัดเจนว่า จะบุกถล่มอิรักหรือไม่ อย่างไร และเมื่อใด วิกฤตการณ์เวเนซูเอลายังคงยืดเยื้อ หลังจากการประท้วงหยุดงานคนงานกลุ่มธุรกิจน้ำมันเวเนซูเอลา ที่เริ่มก่อตัว 2 ธันวาคม บานปลายทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ แห่งเวเนซูเอลา ลาออกจากตำแหน่ง หรือจัดเลือกตั้งใหม่เร็วกว่ากำหนด จนถึงขณะนี้ (20ธันวาคม) ภาวะวิกฤตประท้วงทั่วประเทศ ยืดเยื้อ และเพิ่มความรุนแรงยิ่งขึ้นตามลำดับเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ส่งผลเวเนซูเอลา ที่ผลิตน้ำมันส่งออกมากอันดับ 5 ของโลกเวลานี้ หยุดส่งออกน้ำมันดิบทั้งหมด สิ้นเชิง ขณะที่การผลิตน้ำมันดิบในเวเนซูเอลาขณะนี้ ปริมาณตกต่ำอย่างหนัก เหลือผลิตได้เพียง 200,000 บาร์เรลต่อวันเท่านั้น จากระดับผลิตปกติก่อนเกิดวิกฤต เวเนซูเอลาผลิตน้ำมันดิบมากถึงวันละ 2.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน เท่ากับว่า ผลผลิตน้ำมันเวเนซูเอลาลดถึง 92.9% เลยทีเดียว สถานการณ์เช่นนี้ มีผลโดยตรงตลาดน้ำมันโลก ที่หวั่นวิตกว่า จะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันได้ หากภาวะวิกฤตในเวเนซูเอลายืดเยื้อ จนทำให้การผลิตน้ำมันในเวเนซูเอลาเป็นอัมพาตทั่วประเทศ นอกจากจะทำให้เวเนซูเอลาต้องหยุดส่งออกทั้งหมด ยังจะส่งผลเวเนซูเอลาต้องสั่งเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจประเทศในที่สุดด้วย บรรดาเทรดเดอร์น้ำมันตลาดน้ำมันล่วงหน้า ยังคงสั่งซื้อน้ำมันเข้าสต็อกเพิ่มขึ้น ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เกิดภาวะวิกฤตประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ แห่งเวเนซูเอลา และความตึงเครียดกรณีพิพาทระหว่างอิรักกับสหรัฐอเมริกา ที่ยังมีแรงกดดันสู่ภาวะสงครามระดับสูงอยู่ ทำให้บรรดาเทรดเดอร์น้ำมันตลาดน้ำมันล่วงหน้า ต่างทยอยซื้อสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะคาดว่า ภาวะวิกฤตในเวเนซูเอลา จะยืดเยื้อ ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิรัก แม้ขณะนี้จะยังไม่ก้าวสู่ภาวะสงครามระยะสั้นๆ ภายในสิ้นปี 2545 แต่ภายในต้นปี 2546 จะชัดเจนมากขึ้นว่า สหรัฐอาจตัดสินใจถล่มอิรัก หากถล่มจริงๆ สหรัฐจะใช้ฤกษ์เริ่มปฏิบัติการณ์ถล่มอิรักเมื่อใด ซึ่งภายใต้ภาวการณ์ที่ยังอึมครึมเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบเพิ่มแรงกดดันราคาน้ำมันดิบตลาดโลกสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยดันราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงกลางพฤศจิกายน ตราบกระทั่ง 19 ธันวาคม ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกวิ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดปี 2545 แล้ว คาดว่าจะยังคงสร้างสถิติราคาสูงสุดครั้งใหม่ จนกว่าจะถึงสิ้นปี 2545 ที่เหลือเวลาอีกเพียงแค่สัปดาห์เศษเท่านั้น ที่ปี 2545 จะผ่าพ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเห็นว่า ตลาดน้ำมันโลกเวลานี้ กำลังอยู่ช่วงขาขึ้น ที่น่าติดตามใกล้ชิด ระดับราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเริ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่กลางพฤศจิกายน จากสถานการณ์วิกฤตในเวเนซูเอลา ความตึงเครียดกรณีพิพาทอิรัก-สหรัฐฯ ที่ยังคงอึมครึม และล่อแหลม ที่จะเกิดสงครามได้ตลอดเวลา ยังมีผลกดดันราคาน้ำมันตลาดโลกสูงขึ้นต่อไปอีก การปรับตัวสูงขึ้นราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ช่วงเวลาที่เหลือปี 2545 อีกเพียงสัปดาห์เศษ ที่จะสิ้นสุดปี 2545 ต่อเนื่องช่วงไตรมาสแรกปี 2546 จะเพิ่มขึ้นอีกมากน้อยเพียงใด ขึ้นกับสถานการณ์ความไม่แน่นอน ทั้งกรณีสงครามระหว่างอิรักกับสหรัฐฯ วิกฤตการณ์การเมืองในเวเนซูเอลา ที่เขม็งเกรียวเวลานี้ จะแปรเปลี่ยนอย่างไร ปัจจัยดังกล่าว จะส่งผลกระทบโดยตรงการกำหนดทิศทางราคาน้ำมันโลกระยะต่อไป ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงการปรับตัวราคาน้ำมันขายปลีกในไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุด (20 ธันวาคม) ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ลิตรละ 15.59 บาท เบนซินออกเทน 91 ลิตรละ14.59 บาท และดีเซลหมุนเร็ว ลิตรละ 13.69 บาท
|
| กลับหน้าแรก |