|
อินเดีย :
พลังเงียบเศรษฐกิจเอเชีย
ไทย
& อาเซียน
เล็งผลประโยชน์ร่วม
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ผู้จัดการออนไลน์ วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2545 อินเดียและอาเซียน เปิดฉากความสัมพันธ์หน้าใหม่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น หลังจากอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศ ที่ได้รับเชิญร่วมประชุมสุดยอด กับผู้นำอาเซียน ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา ต้นพฤศจิกายน เป็นการแผ่ขยายบทบาทอาเซียน ครอบคลุมเอเชียตะวันออกจรดเอเชียใต้ ซึ่งมีแนวโน้มนำไปสู่ การผนึกพลังร่วมมือเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียโดยรวมเข้มแข็งขึ้น อินเดีย & อาเซียน : เส้นทางผลประโยชน์ร่วม อินเดีย เล็งเศรษฐกิจอาเซียนฟื้น การที่เศรษฐกิจอาเซียนอยู่ในช่วงขาขึ้นขณะนี้ ส่งผลภูมิภาคอาเซียนกำลังเนื้อหอมในสายตาต่างชาติ ขณะเดียวกัน การที่ ญี่ปุ่นและจีน มุ่งเพิ่มพูนปริมาณการค้ากับอาเซียน กระตุ้นอินเดียสนใจร่วมมือการค้ากับอาเซียนเช่นกัน เพื่อถ่วงดุลการแข่งขันการค้าในเอเชีย ปัจจุบันการค้ารวม (ส่งออก+นำเข้า) ระหว่างอินเดีย-อาเซียน มูลค่าเฉลี่ยราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลค่าค่อนข้างน้อยหาก เทียบการค้ารวม อาเซียน-ญี่ปุ่น ที่สูงถึง 113,761 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การค้ารวมอาเซียน-จีน มูลค่า 41,000 ล้านดอลลาร์ปี 2544 คาดว่าการประชุมสุดยอดระหว่างอาเซียนกับอินเดียครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มพูนการค้าระหว่างกันต่อไป ขณะนี้รัฐบาลอินเดียประกาศ เร่งผลักดันการค้ารวม (ส่งออก+นำเข้า) กับกลุ่มอาเซียนเพิ่ม 2 เท่าตัว อยู่ระดับ 20,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2548 หรือ 25% ของมูลค่าการค้าต่างประเทศทั้งหมดของอินเดีย เทียบ 12% ปัจจุบัน อาเซียน เล็งอินเดียตลาดใหญ่ ปัจจุบันเศรษฐกิจอินเดียแนวโน้มสดใส คาดว่าอัตราเติบโตเศรษฐกิจจะขยายตัว 6.5% ปี 2545 ต่อเนื่องจาก 5.4% ปี 2544 ประกอบกับอินเดียเป็นตลาดใหญ่ ประชากรมากถึง 1,000 ล้านคน หากพิจารณาเฉพาะชนชั้นกลางอินเดีย ประมาณ 200 ล้านคน อินเดียจึงเป็นตลาดศักยภาพสูงแห่งหนึ่ง ยิ่งกว่านั้น เศรษฐกิจอินเดียหลากหลาย และครอบคลุมทั้งภาคเกษตรดั้งเดิมจนถึงเกษตรสมัยใหม่ การผลิตสินค้าหัตถกรรม จนถึงอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งรวมถึงความก้าวหน้าการศึกษา และอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ อินเดียจึงเป็นตลาดน่าสนใจของอาเซียน ที่จะส่งออกสินค้ากึ่งสำเร็จรูปป้อนภาคอุตสาหกรรมอินเดีย ข้อตกลงอาเซียน-อินเดีย การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับผู้นำอินเดีย ที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา ต้นพฤศจิกายน บรรลุข้อตกลงระหว่างอาเซียนกับอินเดีย 2 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. ข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย ผู้นำอาเซียนและอินเดียประกาศตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดียอีก 10 ปีข้างหน้า คือปี 2555 ผู้นำอินเดียเรียกร้องอาเซียน 10 ชาติ ร่วมสานสัมพันธ์ และความร่วมมือเศรษฐกิจ กับอินเดียมากขึ้น เพื่อให้การตั้งการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย ลุล่วงโดยเร็ว
การตั้งเขตการค้าและการลงทุนเสรีระหว่างกลุ่มอาเซียนกับอินเดีย จะครอบคลุมตลาดผู้บริโภคถึง 1,500 ล้านคน เป็นตลาดขนาดใหญ่ ศักยภาพอันดับ 2 รองจากเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ที่คาดว่าจะตั้งเสร็จภายในปี 2553 รวมผู้บริโภค 1,700 ล้านคน ส่วนเขตการค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่น จะตั้งภายในปี 2555 ครอบคลุมผู้บริโภคราว 750 ล้านคน
คาดว่า เขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย จะผลักดันผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในภูมิภาคให้มีมูลค่า 1,700 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2555 ส่วนเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน จะมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในภูมิภาคมูลค่าสูงราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ปี 2558 ขณะที่เขตการค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่น ผลิตภัณฑ์มวลรวมภูมิภาคมูลค่าสูงถึง 4.9 ล้านล้านดอลลาร์ปี 2555
2. ข้อตกลงร่วมมือต่อต้านการก่อการร้ายข้ามชาติ ผู้นำอาเซียนและ อินเดียตกลงจะร่วมกันพัฒนาโครงการความร่วมมือต่อต้านการก่อการร้าย เน้นก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ลักลอบค้ายาเสพติดข้ามพรมแดน โจรสลัด ลักลอบค้าเด็กและผู้หญิง ค้าอาวุธเถื่อน ฟอกเงิน รวมทั้งการก่ออาชญากรรมเศรษฐกิจโลกอินเทอร์เนต เป็นต้น
อินเดีย & ไทย : มิตรภาพเกื้อเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีอินเดีย นาย Atal Behari Vajpayee แวะเยือนไทยช่วงสั้นๆ ต้นพฤศจิกายน หลังร่วมประชุม Asean-India Summit ที่กัมพูชา การพบปะหารือของผู้นำไทยและอินเดียครั้งนี้ ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือใกล้ชิดระหว่างไทยและอินเดียแนบแน่นมากขึ้น
ประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับอินเดียที่น่าสนใจสรุปดังนี้ เขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย อินเดียและไทยมีแผนการจะเปิดเขตการค้าเสรีร่วมกันอนาคต แม้ขณะนี้ ยังไม่สามารถระบุเวลาเริ่มดำเนินการได้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่จะกระชับความร่วมมือการค้าระหว่างกันอย่างใกล้ชิดต่อไป
คาดว่าผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร จะเป็นประเด็นสำคัญการพิจารณาเปิดเสรีร่วมกัน โดยเฉพาะสินค้าการเกษตรบางรายการ ที่ไทยและอินเดียนำเข้าระหว่างกัน เช่น ไทยนำเข้าปลาหมึกสดแช่เย็นแช่แข็ง ธัญพืชและธัญพืชสำเร็จรูป จากอินเดีย เป็นต้น ขณะที่อินเดียนำเข้าอาหารสัตว์ ยางพารา ของไทย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สินค้าเกษตรบางประเภทที่อ่อนไหวสูง ได้แก่ ข้าว และปาล์มน้ำมัน คาดว่าจะยกเว้นการเจรจาประเด็นดังกล่าว เบื้องต้น ไทยและอินเดียจะร่วมมือเพิ่มพูนมูลค่าการค้ารวมระหว่างกันก้าวสู่ระดับ 2,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2548 เทียบกับการค้ารวมระหว่างไทยกับอินเดีย ที่คาดว่าจะอยู่ระดับ 1,160 ล้านดอลลาร์ปี 2545 หรือ 10% ของมูลค่าการค้ารวมอาเซียน-อินเดีย 20,000 ล้านดอลลาร์ ที่ตั้งเป้าหมายปี 2548 การค้ารวม (ส่งออก+นำเข้า) ของไทยและอินเดีย ช่วง 9 เดือนแรกปี 2545 มูลค่าทั้งสิ้น 872 ล้านดอลลาร์ แยกเป็น ไทยส่งออกสินค้าไปอินเดีย 313 ล้านดอลลาร์ ลดลง 12.8% ขณะเดียวกัน ไทยนำเข้าสินค้าจากอินเดีย 559 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8.3% ส่งผลไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้ากับอินเดีย 246 ล้านดอลลาร์ ช่วง 9 เดือนแรก 2545 สินค้าออกสำคัญ 5 รายการแรกของไทยไปอินเดีย ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ์ เป็นต้น สินค้านำเข้าสำคัญ 5 รายการแรกจากอินเดีย ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เคมีภัณฑ์ เหล็กและเหล็กกล้า กากพืชน้ำมัน สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะ เป็นต้น Asia Bond Market หรือตลาดพันธบัตรแห่งเอเชีย นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรขอให้นายกรัฐมนตรีอินเดีย สนับสนุนการตั้งเอเชียบอนด์ หรือพันธบัตรแห่งภูมิภาคเอเชีย เพื่อพึ่งพาการเงินระหว่างประเทศในภูมิภาคเดียวกันมากขึ้น โดยเฉพาะการระดมทุนให้ภาคเอกชนและรัฐบาลแต่ละประเทศในเอเชีย คาดว่าจะมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบจากการไหลเข้า-ออกเงินระยะสั้นระหว่างประเทศ เป็นผลดีเสถียรภาพทุนสำรองภูมิภาคเอเชียภายภาคหน้า เส้นทางคมนาคมไทย-อินเดีย เส้นทางถนนแม่สอด-เมียวดี-มะละเแหม่ง-มาดราส เป็นหนึ่งในโครงการ เส้นทางสายเอเชีย ที่จะเชื่อมโยงประเทศต่างๆ ในเอเชียเข้าด้วยกัน เส้นทางดังกล่าว เชื่อมต่ออำเภอแม่สอด จังหวัดตากของไทย กับเมืองมะละแหม่งของพม่า ออกสู่ท่าเรือน้ำลึกมาดราส (Madras) ของอินเดีย โครงการดังกล่าว แนวคิดริเริ่มจัดตั้งตั้งแต่ปี 2540 แต่ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก โครงการนี้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้ง เมื่อนาย Atal Behari Vajpayee แวะเยือนไทยช่วงต้นพฤศจิกายน และเจรจาประเด็นดังกล่าวกับไทย คาดว่าโครงการถนนแม่สอด-เมียวดี-มะละเแหม่ง- มาดราส แนวโน้มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เนื่องจากไทยกับอินเดียแสดงความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาโครงการดังกล่าว ส่วนประเทศพม่า ไทยร่วมให้เงินช่วยเหลือพม่า ก่อสร้างเส้นทางคิดมูลค่าเบื้องต้นราว 300 ล้านบาท เงินสมทบจากกองทุนให้ความช่วยเหลือเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน หน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลังของไทย สรุป โครงการถนนแม่สอด-เมียวดี-มะละเแหม่ง-มาดราส หากเกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว คาดว่าจะช่วยเพิ่มพูนปริมาณการค้าระหว่างไทย พม่า และอินเดีย รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านเอเชียโดยรวม ข้อควรระวัง การตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดียล่าช้า การทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย อาจเกิดขึ้นไม่ง่ายนัก เนื่องจากระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและพื้นฐานสังคมแตกต่างกัน ทำให้แต่ละประเทศปกป้องผลประโยชน์ภายในประเทศตน อาจเกิดการแข่งขันกันเองในที่สุด อุปสรรคเอเชียบอนด์ ปัจจุบันแนวโน้มเศรษฐกิจแต่ละประเทศแถบเอเชียต้องเผชิญความเสี่ยงด้านฟื้นตัว เป็นผลจากความไม่แน่นอนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และประเทศทวีปยุโรป รวมทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดด้านการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลเสียบรรยากาศการลงทุนตลาดทุนกลุ่มประเทศเอเชีย เป็นอุปสรรคสำคัญการตั้งตลาดพันธบัตรเอเชีย
|
| กลับหน้าแรก |