จับตาเกาหลีใต้ 2546 … บทเรียนเศรษฐกิจไทย

โดย ผู้จัดการออนไลน์   ศูนย์วิจัยกสิกรไทย  วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2545

เกาหลีใต้กับไทยกอบกู้ฐานะเศรษฐกิจซึ่งเสียหายเกือบยับเยินช่วง 3-4 ปีที่แล้ว ให้พ้นปากเหวได้น่าพอใจระดับหนึ่ง เศรษฐกิจไทยส่งท้ายปี 2545 คาดว่าจะเติบโตราว 4.7% ขณะที่เศรษฐกิจเกาหลีใต้ร้อนแรง ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 6% ปีนี้

กลยุทธ์ผลักดันเศรษฐกิจขยายตัวอย่างมากของเกาหลีใต้ เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงผู้นำคนปัจจุบัน แต่คาดว่า ผลงานเศรษฐกิจขณะนี้ อาจกลายเป็นเผือกร้อนผู้นำเกาหลีใต้คนใหม่ ซึ่งกำลังจัดการเลือกตั้งวันนี้ (19 ธันวาคม) อาทิ ปัญหาหนี้สินภาคประชาชน หนี้เสียบัตรเครดิต เป็นต้น

ปัญหาเหล่านี้ เป็นปัจจัยเสี่ยงส่วนหนึ่ง ที่อาจบั่นทอนเศรษฐกิจเกาหลีใต้ปี 2546 อย่างน่าเสียดาย สำหรับไทย ซึ่งเศรษฐกิจกำลังขับเคลื่อนต่อเนื่อง ควรจับตามาตรการเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ที่มีทั้งจุดเด่นและจุดด้อย เป็นอุทธาหรณ์เศรษฐกิจไทยระยะต่อไป

เศรษฐกิจเกาหลีใต้ 2546 … ภายใต้บังเหียนประธานาธิบดีคนใหม่

เกาหลีใต้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง และเศรษฐกิจ หลังจากเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 19 ธันวาคมนี้ เกาหลีใต้จะได้ผู้นำประเทศคนใหม่ ซึ่งจะบริหารประเทศ และนำพาเศรษฐกิจเกาหลีให้เจริญก้าวหน้า ต่อจากประธานาธิบดี Kim Dae Jung คนปัจจุบัน

การชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ครั้งนี้ ขับเคี่ยวกันระหว่างผู้สมัคร 2 พรรคการเมือง ที่มีแนวคิดและนโยบายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าผู้ใดจะช่วงชิงตำแหน่งประมุขประเทศสำเร็จ ระหว่างนาย Lee Hoi Chang ที่ชูนโยบายอนุรักษ์นิยม กับนาย Roh Moo Hyun ซึ่งเน้นนโยบายเสรีนิยม

ผู้นำคนใหม่เกาหลีใต้ มีภาระหนักหน่วงที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ ที่อาจปะทุขึ้นใหม่ เพื่อพยุงเศรษฐกิจเกาหลีใต้ขยายตัวมั่นคงต่อไป

เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จน่าชื่นชม ผลักดันเศรษฐกิจขยายตัวราว 6%-6.5% ปี 2545 เพิ่มกว่า 2 เท่าตัว เมื่อเทียบอัตราเติบโต 3% ปี 2544 ปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่ การส่งออก และการใช้จ่ายผู้บริโภคภายในประเทศ

แต่เศรษฐกิจเกาหลีใต้แนวโน้มชะลอตัวปีหน้า คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 5-5.5% ปี 2546 เนื่องจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคชาวเกาหลีใต้ส่อเค้าอ่อนแรง หลังจากธนาคารกลางเกาหลีใต้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็น 4.25% กลางปี 2545 ทำให้ธนาคารต่างๆ พลอยขยับดอกเบี้ยสูงขึ้นตาม

ประกอบกับมาตรการยกเว้นภาษีบางประเภทชั่วคราว สิ้นสุดลงช่วงปลายปี 2545 อาทิ ภาษีการค้ารถยนต์ใหม่ เป็นต้น คาดว่าจะส่งผลกระทบการบริโภคชาวเกาหลีใต้ช่วงต้นปีหน้า การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนเกาหลีใต้ แนวโน้มขยายตัวเชื่องช้าลงอัตรา 6.5% ปี 2546 เทียบกับ 8.5% ปี 2545

ทางการเกาหลีใต้ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแข็งขันระยะแรก ด้วยการเพิ่มพลังซื้อประชาชน ประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวัง แต่ผลกระทบด้านลบตามมา คือยอดหนี้สินชาวเกาหลีใต้พอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งหนี้เสียจากการจับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเครดิต ที่บูมอย่างมากรอบปีนี้

จะกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ที่ต้องเร่งสะสางต่อไป แนวโน้มบั่นทอนเศรษฐกิจเกาหลีใต้อนาคต นอกจากนี้ สถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ กรณีอาจเกิดสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิรักช่วงต้นปีหน้า เป็นปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะส่งผลเสียการส่งออกภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งเกาหลีใต้

เกาหลีใต้ VS ไทย : เน้นปัจจัยภายใน … ระวังภัยแทรกซ้อน

บทเรียนเศรษฐกิจเกาหลีใต้เนื่องจากมุ่งเน้นการใช้จ่ายประชาชนเป็นแกนนำฟื้นฟูเศรษฐกิจ น่าจะเป็นอุทธาหรณ์ประเทศไทย ให้ต้องระวังผลเสียที่จะติดตามมาเช่นกัน ซึ่งจะย้อนรอยกลับมากดดันการขยายตัวเศรษฐกิจภายหน้า

เนื่องจากขณะนี้ ไทยกับเกาหลีใต้ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยอาศัยพลังซื้อประชาชนในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อลดการพึ่งพาปัจจัยการส่งออก ที่มักผันแปรตามสถานการณ์ภายนอกประเทศ แต่ดูเหมือนว่า แกนนำเศรษฐกิจทั้ง 2 ประการ อยู่ในภาวะเสี่ยง ที่อาจชะลอตัวปีหน้า ทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจ แนวโน้มอ่อนแรงด้วย

ข้อพึงระวัง 5 ประการเศรษฐกิจเกาหลีใต้ & ไทย 2546

 หนี้สินครัวเรือนพุ่ง

ปัจจุบันวิถีชีวิตเกาหลีใต้เปลี่ยนแปลงจากเดิม หลังจากประเทศพัฒนาการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตยช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ชนชั้นกลางเกาหลีใต้มีอำนาจ และมีอิสระเสรีภาพเศรษฐกิจมากขึ้น

ส่งผลชาวเกาหลีใต้ยุคใหม่พลังบริโภคมหึมา กลายเป็นผู้กู้ยืม และเป็นลูกหนี้รายใหญ่ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ อุปนิสัยดั้งเดิมคนเกาหลีใต้ทั่วไป คือทำงานหนักและเก็บออมเงินทอง มากกว่าใช้จ่ายเงิน

พฤติกรรมการบริโภคประชาชนชาวเกาหลีใต้ ที่ใช้จ่ายเงินอย่างมือเติบ สนองรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลเห็นได้ชัดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับธนาคารเกาหลีใต้หลายแห่ง มีนโยบายปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น แทนปล่อยกู้บริษัท หรือธุรกิจต่างๆ

เพราะธนาคารประเมินความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ประชาชนง่ายกว่า ส่งผลยอดกู้ยืมเงินจากธนาคารของประชาชนเพิ่มขึ้น โดยเงินที่ธนาคารชั้นนำเกาหลีใต้ปล่อยกู้ลูกค้าประชาชนชาวเกาหลีใต้ทั่วไป สัดส่วนสูงกว่ายอดปล่อยกู้ลูกค้าบริษัท เป็นครั้งแรกปี 2544 ยังคงสูงขึ้นต่อเนื่องจนถึงปีนี้

ประมาณว่า ยอดสินเชื่อที่ธนาคารปล่อยกู้ประชาชนชาวเกาหลีใต้ จะมีสัดส่วนสูงกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินที่ธนาคารปล่อยกู้ทั้งหมดภายในสิ้นปี 2545 เทียบกับ 45% และ 35% สิ้นปี 2544 และสิ้นปี 2543 ตามลำดับ

ประเด็นน่าสังเกต :

 เกาหลีใต้มือเติบ การใช้จ่ายผู้บริโภคเกาหลีใต้ แนวโน้มคล้ายคลึงประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมนี พิจารณาสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อรายได้ประชาชนเกาหลีใต้ ขยับสูงขึ้น

คาดว่า สัดส่วนดังกล่าวจะทะลุ 100% ปี 2545 เพิ่มจาก 96% สิ้นปี ขณะที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อรายได้ประชาชนเฉลี่ยราว 100-120%

 ยอดหนี้สินค้างชำระเพิ่ม การขยายตัวอย่างรวดเร็วของสินเชื่อบุคคลเกาหลีใต้ช่วงที่ผ่านมา เริ่มมีปัญหา เมื่ออัตราดอกเบี้ยทั่วไปเกาหลีใต้สูงขึ้นกลางปี 2545 ส่งผลกระทบการชำระคืนเงินกู้ชาวเกาหลีใต้

ทำให้ยอดหนี้สินค้างชำระสินเชื่อประเภทนี้ แนวโน้มขยับขึ้น คาดว่าหนี้สินค้างชำระประชาชนเกาหลีใต้ จะสูงกว่า 2% ของสินเชื่อครัวเรือนทั้งหมด สิ้นปี 2545 เทียบกับ 1.2% สิ้นปี 2544

สำหรับไทย สถานการณ์หนี้สินครัวเรือนของไทย ยังไม่น่าวิตกเท่าใดนักขณะนี้ เมื่อพิจารณาสัดส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลของคนไทย ต่อสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด ราว 12% คิดเป็นมูลค่าสินเชื่อส่วนบุคคล 535,268 ล้านบาท สิ้นมิถุนายน 2545 ขยับสูงขึ้นจากปลายปี 2544 ซึ่งยอดสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคล 494,695 ล้านบาท

สัดส่วนดังกล่าวของไทย นับว่าต่ำเมื่อเทียบสัดส่วนเกาหลีใต้ ซึ่งสูงกว่าครึ่งหนึ่งของเงินสินเชื่อทั้งหมดธนาคารเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตาม การกู้หนี้ยืมสินของประชาชนชาวไทย ส่วนใหญ่กู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย เฉลี่ยราว 70% ของสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งหมด มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รัฐบาลช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลยอดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแนวโน้มขยับสูงขึ้นปีนี้ เป็นมูลค่า 379,805 ล้านบาท สิ้นมิถุนายน เทียบกับมูลค่า 356,039 ล้านบาทช่วงสิ้นปี 2544

การที่อัตราดอกเบี้ยทั่วไปของไทยยังคงทรงตัวต่ำ ประกอบกับเงื่อนไขปล่อยสินเชื่อผ่อนคลาย อาทิ การลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน และภาษีธุรกิจเฉพาะ ช่วยลดภาระประชาชนที่ต้องการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยช่วงนี้ ทางการไทยไม่ควรประมาท ควรควบคุมดูแลการขยายสินเชื่อดังกล่าวสมเหตุสมผล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ซ้ำรอยเดิมอีก

 หนี้เสียบัตรเครดิตพุ่ง

ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจเกาหลีใต้ที่ติดตามมาพร้อมๆ กับการอุปโภคบริโภคประชาชนที่เพิ่มขึ้น คือการจับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเครดิต และการใช้บัตรเครดิตเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าคนเกาหลีใต้ พุ่งขึ้นรวดเร็วเช่นกัน

ทำให้ยอดหนี้สินเพิ่มพูน หลังจากระดับอัตราดอกเบี้ยทั่วไปเกาหลีใต้สูงขึ้นช่วงกลางปี 2545 ส่งผลยอดผู้ใช้บัตรเครดิตค้างชำระหนี้ เฉลี่ยสูงกว่า 700,000 ราย/เดือน ตั้งแต่ธนาคารกลางเกาหลีใต้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็น 4.25% พฤษภาคม

เพราะเพิ่มภาระผู้ถือบัตรเครดิตจำนวนมาก ที่ไม่สามารถจ่ายหนี้สินค้างชำระได้ ขณะเดียวกัน ผู้ถือบัตรเครดิตที่ชำระค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตช้ากว่ากำหนด เฉลี่ยประมาณ 2.5 ล้านราย/เดือน น ตั้งแต่กลางปี 2545 เป็นต้นมา

ประเด็นน่าสังเกต :

 บัตรเครดิต … แหล่งเพิ่มสภาพคล่องชาวเกาหลีใต้ ปัจจุบันชาวเกาหลีใต้ถือบัตรเครดิตรวม 58 ล้านใบ เฉลี่ยประมาณ 3 ใบต่อประชากรผู้ใหญ่เกาหลีใต้ 1 คน ยอดหนี้สินจากการใช้บัตรเครดิตราว 52 ล้านล้านวอน/เดือน (ประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท)

น่าสังเกตคือ ชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ นิยมใช้บัตรเครดิตเบิกเงินสดล่วงหน้า ซึ่งเสียดอกเบี้ยค่อนข้างสูง ทำให้จำนวนหนี้สินบัตรเครดิตค้างชำระพอกพูนขึ้นรวดเร็ว เมื่ออัตราดอกเบี้ยขยับสูงขึ้น

 บัตรพลาสติกครอบงำเศรษฐกิจเกาหลีใต้ พฤติกรรมผู้บริโภคเกาหลีใต้ที่จับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเครดิตมากขึ้น ปัจจุบันสูงถึง 56% ของมูลค่าใช้จ่ายผู้บริโภคทั้งหมด เทียบ 16% ปี 2542

ทำให้เงินใช้จ่ายเพื่อการบริโภคโดยรวมประชาชนเกาหลีใต้สูงขึ้น ราว 62% ของ GDP ช่วงต้นปี 2545 เทียบกับประมาณครึ่งหนึ่งของ GDP ช่วงก่อนหน้านี้ หากหนี้สินบัตรเครดิตส่วนใหญ่ กลายเป็นหนี้ค้างชำระ จะส่งผลเสียระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

สำหรับไทย ทางการไทยออกกฎเกณฑ์ใหม่ควบคุมธุรกิจบัตรเครดิตของไทย ทั้งกรณีธนาคารพาณิชย์ผู้ออกบัตรเครดิต และบริษัทผู้ให้บริการบัตรเครดิตอื่นๆ ที่ไม่ใช่ธนาคาร เพื่อลดความร้อนแรงภาวะการแข่งขันให้บริการบัตรเครดิต พร้อมสร้างวินัยการจับจ่ายใช้สอยผู้ถือบัตรเครดิต ไม่ให้ใช้จ่ายเงินเกินตัว หรือก่อหนี้เพิ่มขึ้นรวดเร็ว

กำหนดรายได้ขั้นต่ำผู้ถือบัตรเครดิต 15,000 บาท/เดือน มาตรการใหม่ของรัฐบาล เพิ่งเริ่มมีผลบังคับใช้กลางพฤศจิกายน จึงส่งผลกระทบปริมาณถือบัตรรายใหม่ไม่มากนักช่วงท้ายของปี

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดคาดว่า จำนวนบัตรเครดิตทั้งหมดของไทยจะขยายตัว 38% เป็นรวม 5 ล้านใบภายในสิ้นปี 2545 เทียบกับ 3.6 ล้านใบสิ้นปี 2544

อย่างไรก็ตาม การใช้บัตรเครดิตของไทย เพิ่งอยู่ระยะเริ่มต้นเท่านั้น เทียบกับเกาหลีใต้ ที่มีจำนวนบัตรเครดิตรวมกัน 58 ล้านใบ

การที่ทางการไทยกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิต 18% ต่อปี จะมีส่วนทำให้ยอดสินเชื่อบัตรเครดิตคงค้างชะลอตัวช่วงปลายปี 2545 เพราะช่วยลดภาระผู้ถือบัตรเครดิต ชำระหนี้ได้บางส่วน

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดประเมินว่า ยอดสินเชื่อบัตรเครดิตคงค้างของไทย สิ้นปีนี้ จะเพิ่มขึ้น 25% ใกล้เคียงอัตราขยายตัว 26% ปี 2544 คิดเป็นเงินสินเชื่อบัตรเครดิตคงค้างไม่ต่ำกว่า 52,000 ล้านล้านบาทสิ้นปี 2545

ด้านมูลค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของไทย ประมาณว่าจะเติบโตราว 30% ปีนี้ ชะลอตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบอัตราเพิ่ม 36% ปี 2544 คาดว่าจะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในประเทศไม่ต่ำกว่า 46,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2545

แต่เมื่อพิจารณายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของคนไทย เทียบกับมูลค่าใช้จ่ายเพื่อบริโภคเอกชนทั้งหมด สัดส่วนไม่สูงนัก ราว 5-6% เท่านั้น ขณะที่สัดส่วนดังกล่าวของเกาหลีใต้ สูงกว่าครึ่งหนึ่งของการใช้จ่ายเพื่อบริโภคทั้งหมด

มาตรการคุมเข้มธุรกิจบัตรเครดิตทางการไทย จะช่วยป้องปรามปัญหาหนี้เสียบัตรเครดิตบางส่วน ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับบริการเป็นธรรมขึ้น

 การใช้จ่ายเพื่อบริโภคชะลอตัว

การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคประชาชนชาวเกาหลีใต้ เคยบูมอย่างมากปี 2545 เนื่องจากชาวเกาหลีใต้สนองนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำรัฐบาลเต็มที่ แต่ปี 2546 การใช้จ่ายแนวโน้มชะลอ เป็นผลจากระดับอัตราดอกเบี้ยทั่วไปขยับสูงขึ้น และมาตรการยกเว้นภาษีการค้ารถยนต์ใหม่ สิ้นสุดปลายปี 2545

รวมทั้งทางการเกาหลีใต้ เริ่มควบคุมการให้บริการบัตรเครดิต ตลอดจนแก้ไขนโยบายปล่อยกู้เอกชน โดยต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น ที่ดิน มาตรการต่างๆ เหล่านี้ จะเป็นปัจจัยประกอบกัน ที่จะทำให้ประชาชนเกาหลีใต้ชะลอการจับจ่ายใช้สอยปีหน้า คาดว่า การใช้จ่ายเพื่อบริโภคภายในประเทศเกาหลีใต้จะขยายตัวราว 6.5% ปีหน้า เทียบกับ 8.5% ปี 2545 ซึ่งจะส่งผลเศรษฐกิจเกาหลีใต้แนวโน้มคลายความคึกคักปี 2546

การใช้จ่ายชาวเกาหลีใต้ ส่อเค้าอ่อนแรงชัดเจน เห็นได้จากดัชนีวัดความเชื่อมั่นผู้บริโภค ลดลงอยู่ระดับ 97.1 ตุลาคม เทียบกับ 103.9 กันยายน เป็นครั้งแรกในรอบ 12 เดือน ที่ดัชนีวัดความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำกว่าระดับ 100 ขณะเดียวกัน การที่หนี้สินครัวเรือนเกาหลีเพิ่มพูน ปัจจุบันสูงถึง 70% ของ GDP เทียบกับ 65% สิ้นปี 2544 และ 50% สิ้นปี 2542 ล้วนบั่นทอนความเชื่อมั่น และกำลังซื้อคนเกาหลี

สำหรับไทย การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคเอกชน มีบทบาทสำคัญเศรษฐกิจไทยมากขึ้นช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีส่วนช่วยชดเชยการส่งออก ปัจจัยหลักเกื้อหนุนเศรษฐกิจ ซึ่งมักอ่อนไหวง่าย ตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองนอกประเทศ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดประมาณว่า การบริโภคเอกชนจะขยายตัวราว 4% ปี 2545 เทียบกับ 3.4% ปี 2544

แต่น่าเสียดายที่การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของไทย แนวโน้มชะลอตัวอยู่ระดับราว 3.5%-3.9% ปี 2546 เนื่องจากคาดว่า จะได้รับแรงกดดันบางส่วน กรณีอาจเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิรัก ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ราคาน้ำมัน และราคาสินค้า สูงขึ้น รวมทั้งบั่นทอนความเชื่อมั่นผู้บริโภคระดับหนึ่ง

การที่รัฐบาลมีนโยบายปรับลดวงเงินงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2546 จะส่งผลกระทบทางอ้อมการจ้างงาน และรายได้ประชาชน ทำให้ความต้องการจับจ่ายใช้สอยประชาชนอ่อนตัวตามปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ระดับอัตราดอกเบี้ยของไทยที่ยังคงทรงตัวต่ำ จะช่วยประคับประคองความต้องการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคประชาชนต่อไปอีกระยะ ยิ่งกว่านั้น หากสงครามสหรัฐฯ–อิรักปะทุช่วงต้นปีหน้า แต่การสู้รบอยู่ในวงจำกัด และสิ้นสุดเวลาอันรวดเร็ว

จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นประชาชนให้หวนคืนดังเดิม รวมทั้งปัดเป่าความไม่แน่นอนการค้า และภาวะอึมครึมการลงทุน ให้หมดไป ส่งผลดีสถานการณ์เศรษฐกิจโลก กลับสู่สภาพปกติอีกครั้ง

 ดุลบัญชีเดินสะพัดเสี่ยงขาดดุล

การใช้จ่ายผู้บริโภคเกาหลีใต้เฟื่องฟูอย่างมากปี 2545 ทั้งการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ และการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ สถานการณ์ดังกล่าว กระทบยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเกาหลีใต้ ซึ่งแนวโน้มลดกว่า 40% เหลือมูลค่าราว 5,100 ล้านดอลลาร์ปี 2545 คาดว่าจะลดเหลือ 4,100 ล้านดอลลาร์ปี 2546 เทียบกับยอดเกินดุล 8,617 ล้านดอลลาร์ปี 2544 แนวโน้มอาจขาดดุลระยะต่อไป

สาเหตุสำคัญบั่นทอนฐานะดุลบัญชีเดินสะพัดเกาหลีใต้ คือดุลท่องเที่ยวปรากฏยอดขาดดุล 2,800 ล้านดอลลาร์ช่วง 9 เดือนแรก 2545 เพราะคนเกาหลีเดินทางต่างประเทศเพิ่มขึ้น และใช้จ่ายเงินในต่างประเทศสูงขึ้น

โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศชาวเกาหลีใต้บูมอย่างมากสิงหาคมปีนี้ เพิ่มขึ้น 20% เป็น 773,908 คนสิงหาคม เมื่อเทียบเดือนเดียวกันปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดฤดูร้อนเกาหลีใต้

จำนวนนี้ เป็นชาวเกาหลีใต้เดินทางเรียนพิเศษภาคฤดูร้อนต่างประเทศ 50,700 คน เพิ่มขึ้น 35% เทียบสิงหาคมปีที่แล้ว ชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ นิยมเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน

การใช้จ่ายชาวเกาหลีที่เดินทางต่างประเทศ เพิ่มขึ้นเช่นกัน ยอดค่าใช้จ่ายต่างประเทศโดยใช้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 26% เป็นมูลค่า 576 ล้านดอลลาร์ ไตรมาส 2 ปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องช่วงครึ่งปีหลัง 2545

สำหรับไทย ฐานะดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย ยังไม่น่าห่วงมากนัก เนื่องจากคาดว่า ไทยจะยังคงเกินดุลปี 2545-2546 ทั้งดุลการค้าและดุลบริการ ประมาณว่า จะมูลค่าราว 3,800-3,900 ล้านดอลลาร์ และ 3,200-3,300 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ซึ่งส่งผลดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุลประมาณ 6,900-7,100 ล้านดอลลาร์ช่วงเดียวกัน

ปัจจัยช่วยเกื้อหนุนดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย คือดุลท่องเที่ยวของไทย เกินดุลต่อเนื่อง ยอดเกินดุลราว 4,500-5,000 ล้านดอลลาร์ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ไทยได้เปรียบด้านดุลบริการ เป็นจุดแข็งประการหนึ่งของไทย

แตกต่างจากเกาหลีใต้ ที่คาดว่าจะดุลท่องเที่ยวจะติดลบประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ปีนี้ แนวโน้มจะขาดดุลท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงบั่นทอนยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเกาหลีใต้ให้ลดลงรวดเร็ว

 ส่งออกผันผวน … เศรษฐกิจ & การเมืองโลกปั่นป่วน

การส่งออก เป็นปัจจัยเกื้อหนุนเศรษฐกิจสำคัญเกาหลีใต้ปี 2545 ประมาณว่า การส่งออกเกาหลีใต้ จะขยายตัว 5.8% ปีนี้ เทียบกับติดลบ 12.7% ปี 2544 ทางการเกาหลีใต้คาดว่า การส่งออกจะเติบโตต่อเนื่องราว 8% ปี 2546

อย่างไรก็ตาม หากเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ–อิรัก อาจส่งผลกระทบสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ให้ชะลอตัว และส่งผลเสียการส่งออกเกาหลีใต้

ประเด็นน่าสังเกต :

 ตลาดจีน … ชุบชีวิตส่งออกเกาหลีใต้ การส่งออกเกาหลีใต้ที่กระเตื้องอย่างมากปี 2545 ได้รับแรงเกื้อหนุนจากการส่งสินค้าออกตลาดจีน ที่พุ่งขึ้นรวดเร็ว ส่งผลจีนก้าวเป็นประเทศที่เกาหลีใต้ส่งสินค้าออกขายมากอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา ช่วยชดเชยการส่งออกตลาดสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวช่วงนี้

โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกาหลีใต้ไปจีนพุ่งถึง 69% ตุลาคม ทำให้ยอดส่งออกโดยรวมเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 26% เดือนเดียวกัน เป็นอัตราขยายตัวมูลค่าส่งออกรายเดือนสูงสุดของเกาหลีใต้รอบกว่า 2 ปีที่ผ่านมา

คาดว่าการส่งออกเกาหลีใต้จะได้รับอานิสงส์จากการส่งออกตลาดจีนต่อเนื่องช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ซึ่งช่วยให้การส่งออกเกาหลีใต้ฟื้นตัวดีขึ้นปี 2545 หลังจากสถานการณ์การส่งออกของเกาหลีใต้ย่ำแย่ตลอดปีที่แล้ว

เหตุการณ์อึมครึมตะวันออกกลาง ที่อาจปะทุกลายเป็นสงคราม เป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะบั่นทอนการส่งออกเกาหลีใต้ปีหน้า อย่างไรก็ตาม การค้าขายระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ที่เฟื่องฟูขึ้น อาจมีส่วนช่วยพยุงการส่งออกโดยรวมเกาหลีใต้ ไม่ให้ตกต่ำมากนัก กรณีเกิดสงครามสหรัฐฯ – อิรัก และการสู้รบอยู่ในวงจำกัด

สำหรับไทย การส่งออกของไทยฟื้นตัวดีขึ้นเช่นกันปี 2545 บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดประมาณว่า การส่งออกจะขยายตัว 5.8% ปีนี้ เทียบกับติดลบ 6.9% ปี 2544 แต่การส่งออกของไทย แนวโน้มชะลอตัวปีหน้า คาดว่า การส่งออกจะเติบโตราว 4.5% ปี 2546

ที่น่าห่วงคือ กรณีเกิดสงครามสหรัฐฯ–อิรักช่วงต้นปีหน้า จะกดดันการส่งออกของไทยขยายตัวเชื่องช้าเหลือราว 2% ปี 2546 ตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอ ส่งผลเสียการเติบโตเศรษฐกิจของไทย ให้อ่อนแรงลงอยู่ระดับ 3.3% ปีหน้า

ความไม่แน่นอนสถานการณ์การเมืองตะวันออกกลาง เป็นปัจจัยภายนอก ที่จะกระทบการส่งออกของไทยโดยตรง ทางการไทยควรเตรียมมาตรการบรรเทาภาวะวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งผลกระทบทางอ้อม จากภัยสงคราม ต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคภายในประเทศ เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวมีเสถียรภาพต่อไป

 

กลับหน้าแรก