ค่าเงินบาทปี 2546 : อาจเผชิญความผันผวน จากภาวะสงคราม และเศรษฐกิจญี่ปุ่น

โดย ผู้จัดการออนไลน์  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2545

ปี 2545 ค่าเฉลี่ยเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นประมาณ 3.4% จากค่าเฉลี่ยปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราแข็งค่าสูงอันดับ 2 ในภูมิภาค รองจากเงินรูเปี๊ยะห์อินโดนีเซีย (+10.8%) ขณะที่เงินวอนเกาหลีใต้ แข็งค่าประมาณ 3.2% ส่วนดอลลาร์สิงค์โปร์ ค่าเฉลี่ยใกล้เคียงปี 2544 ขณะที่เงินเยน ญี่ปุ่น กลับอ่อนค่าลงประมาณ 3% จากค่าเฉลี่ยปี 2544

การแข็งค่าบาทปี 2545 เป็นประเด็นน่าสังเกต เนื่องจากแข็งค่าเหนือค่าเฉลี่ยเงินสกุลหลักภูมิภาค โดยเฉพาะเยนและดอลลาร์สิงค์โปร์ ที่โดยทั่วไป บาทมักเคลื่อนไหวสอดคล้องค่าเงินทั้ง 2 สกุล

ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา บาทมีค่าสหสัมพันธ์ (correlation) กับเงินทั้ง 2 สกุลประมาณ 70-80% จึงอาจกล่าวได้ว่า การแข็งค่าบาทปี 2545 ส่วนหนึ่งสะท้อนปัจจัยพื้นฐานเฉพาะเศรษฐกิจไทยเอง


ค่าเฉลี่ยเงินบาท เงินเยน และดอลลาร์สิงค์โปร์
หน่วย: ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
2544 2545
Q1 Q2 Q3 Q4*  เฉลี่ยทั้งปี*
เยน 121.53 132.46 127.05 119.19 122.95 125.41
สิงค์โปร์ดอลลาร์ 1.7917 1.8330 1.8040 1.7575 1.7719 1.7916
บาท 44.48 43.74 42.79 42.07 43.46 43.01
* ประมาณการโดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

   ปัจจัยภายในประเทศหนุนค่าบาทปี 2545 ได้แก่ :-

 ฐานะดุลระหว่างประเทศดีขึ้นจากปีก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นดุลการค้า ที่คาดว่าจะเกินดุล 3.3 พันล้านดอลลาร์ฯ จาก 2.5 พันล้านดอลลาร์ฯ ปี 2544 ดุล

บัญชีเดินสะพัด (คาดว่าจะเกินดุล 7.1 พันล้านดอลลาร์ฯ เมื่อเทียบกับ 6.2 พันล้านดอลลาร์ฯปีก่อนหน้า) และดุลชำระเงิน (ซึ่งคาดว่าจะเกินดุล 4.6 พันล้านดอลลาร์ฯ เมื่อเทียบกับ 1.3 พันล้านดอลลาร์ปี 2544)

ฐานะเกินดุลดังกล่าว ส่งผลทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 37.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 33 พันล้านดอลลาร์ฯ ปลายปี 2544 การเพิ่มขึ้นปริมาณเงินตราต่างประเทศ เป็นปัจจัยหนุนสำคัญค่าบาท ตามกลไกอุปสงค์-อุปทาน ตลาดเงินตราต่างประเทศ

 การปรับเพิ่มดัชนีหุ้นไทย นับว่าตลาดหุ้นไทยอัตราผลตอบแทนโดดเด่นที่สุด

ตลาดฯ หนึ่งในภูมิภาค จนถึงขณะนี้ ดัชนี SET ตลาดหุ้นไทย ปรับขึ้นจากปลายปีก่อนหน้าถึงประมาณ 20% เมื่อเทียบตลาดฯ อื่นในภูมิภาค ที่มักลดลง

ได้แก่ ดัชนีนิเคอิญี่ปุ่น (-17.22%) ดัชนีสเตรทไทมส์สิงค์โปร์ (-15.35%) ดัชนีฮั่งเส็งฮ่องกง (-14.15%) และดัชนีคอมโพสิทมาเลเซีย (-8.75%) การปรับเพิ่มของดัชนีหุ้นไทย และการซื้อสุทธินักลงทุนต่างชาติ (ช่วง 11 เดือนแรกปีนี้ นักลงทุนต่างชาติยอดซื้อสุทธิรวม 1.68 หมื่นล้านบาท เทียบกับขายสุทธิ 6.5 พันล้านบาทปี 2544) มีส่วนทำให้เกิดความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย และค่าบาท ช่วงที่ผ่านมา

 การขยายตัวเศรษฐกิจไทย การแข็งค่าบาท ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากตัวเลข

เศรษฐกิจ ที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะไตรมาส 2 และ 3/2545 คาดว่าปี 2545 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวประมาณ 4.7% ซึ่งจะสูงอันดับ 3 ในภูมิภาค รองจากจีน (7.8%) และเกาหลีใต้ (6%)

 ปัจจัยกำหนดค่าบาทปี 2546

ปี 2546 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปัจจัยที่จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวค่าบาท จะได้แก่ :-

 การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และการไหลเข้าเงินทุนจากต่างประเทศ หากภาวะเศรษฐกิจ

และบรรยากาศตลาดทุนเอื้ออำนวย การเแปรรูปและขายหุ้นระดมทุน (IPO/PO) รัฐวิสาหกิจหลายแห่งปี 2546 จะทำให้เงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญค่าบาท

รัฐวิสาหกิจที่มีแผนขายหุ้นระดมทุนปี 2546 ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย (ขนาดระดมทุนประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท) บมจ. ทศท. คอร์ปอเรชั่น (ขนาดระดมทุนประมาณ 1.5-2 หมื่นล้านบาท) การบินไทย (ขนาดระดมทุนประมาณ 1-1.5 หมื่นล้านบาท) และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) (ขนาดระดมทุนประมาณ 1-1.2 หมื่นล้านบาท)

 ตัวเลขเศรษฐกิจไทย ปี 2546 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า หากไม่เกิดสงคราม

ระหว่างอิรักและสหรัฐ เศรษฐกิจไทยจะการขยายตัวประมาณ 4% เทียบกับ 4.7% ปี 2545 การส่งออกและนำเข้าปี 2546 จะขยายตัวประมาณ 4.5% และ 5% ตามลำดับ

การขยายตัวของการนำเข้า จะส่งผลการเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2546 ลดลงเป็นประมาณ 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับเกินดุล 3.3 พันล้านดอลลาร์ปี 2545 อย่างไรก็ตาม แม้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดจะลดลงจากปีก่อนหน้า แต่การฟื้นตัวเศรษฐกิจ จะทำให้เงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ (เช่น จากความคืบหน้าการแปรรูปและขายหุ้นระดมทุนรัฐวิสาหกิจ) จะเป็นปัจจัยบวกหนุนค่าบาท

อีกกรณี หากเกิดสงครามระหว่างอิรักและสหรัฐ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวชะลอเป็นประมาณ 3.3% การส่งออกและนำเข้าปี 2546 จะขยายตัวประมาณ 2% ขณะที่ฐานะเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2545

แม้ฐานะดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด อาจดีขึ้นจากปี 2545 (เนื่องจากการนำเข้าไม่ขยายตัวมาก) แต่ภาวะความไม่แน่นอนจากสงคราม รวมทั้งการชะลอตัวอัตราขยายตัวเศรษฐกิจ อาจกระทบการไหลเข้าเงินทุนต่างประเทศ ส่งผลกดดันค่าบาทได้


ประมาณการอัตราขยายตัวเศรษฐกิจไทย และฐานะดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด
หน่วย: % อัตราเปลี่ยนแปลงจากปีก่อนหน้า ยกเว้น ดุลการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัด และราคาน้ำมันดิบ ที่หน่วยเป็นดอลลาร์สหรัฐ

2544 2545* 2546*
ไม่มีสงคราม มีสงคราม

GDP: ผลิตภัณฑ์มวลรวม
ภายในประเทศ
1.8 4.7 4 3.3


อัตราขยายตัวของการส่งออก
(รูปดอลลาร์สหรัฐ)

-6.9 5.8 4.5 2

อัตราขยายตัวการนำเข้า
(รูปดอลลาร์สหรัฐ)

-2.8 4. 8 5 2
ดุลการค้า (หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ) 2,525 3,278 3,108 3,344

ดุลบัญชีเดินสะพัด
(หน่วย:ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

6,236 7,135  6,940  7,176

* ปี 2545-2546 ประมาณการโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย

 เศรษฐกิจสหรัฐและภาวะสงคราม การวิเคราะห์แบ่งเป็น 2 กรณี คือ กรณีแรก ไม่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐและอิรัก และเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวได้ โดยอัตราขยายตัวปี 2546 ประมาณ 2.6% จาก 2.4% ปี 2545

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่ากรณีนี้ ค่าดอลลาร์ฯ จะเพิ่มขึ้นได้ การฟื้นตัวเศรษฐกิจดังกล่าว จะทำให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐแนวโน้มขยับเพิ่มขึ้น ในที่สุด อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยอาจเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2546 การแข็งค่าดอลลาร์ฯ ย่อมหมายถึงการอ่อนค่าเงินสกุลหลักอื่นๆ รวมทั้งเงินสกุลต่างๆ ในภูมิภาคและบาท 

อีกกรณีตรงข้าม คือหากเกิดสงครามระหว่างสหรัฐกับอิรัก และเศรษฐกิจสหรัฐประสบภาวะถดถอย (recession) ช่วงครึ่งแรกปี 2546 กรณีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ดอลลาร์ฯ อาจอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างน้อยช่วงครึ่งแรกปี 2546 

ย้อนดูช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งก่อน ช่วงระหว่างสงคราม ดอลลาร์ฯ อ่อนตัวเมื่อเทียบเงินสกุลหลักอื่นๆ คาดว่า เงินสกุลหลักอื่นๆ รวมทั้งค่าเงินภูมิภาคและบาท อาจแข็งค่าขึ้นเทียบดอลลาร์สหรัฐ อย่างน้อยก็ช่วงครึ่งแรกปี 2546 ก่อนอ่อนตัวหลังจากดอลลาร์ฯ เริ่มขยับค่าขึ้น ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐช่วงครึ่งหลังปี 2546 หลังสงครามยุติ 

การเคลื่อนไหวดอลลาร์ฯ ปี 2546 ที่อาจส่งผลต่อค่าบาท

ไตรมาส 1/46 ไตรมาส 2/46 ไตรมาส 3/46 ไตรมาส 4/46
กรณีเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว และไม่มีสงคราม เงินสกุลหลักอื่นๆ และบาทอ่อนค่า เมื่อเทียบดอลลาร์ฯ จากการที่เศรษฐกิจสหรัฐ
ขยายตัวดี และไม่มีสงคราม
ทั้ง 2 กรณี 
ดอลลาร์ฯ อาจถูกกดดันชั่วขณะ จากความกังวล
การก่อวินาศกรรม กรณีครบรอบเหตุการณ์ 
11 ก.ย. ซึ่งทำให้บาท
อาจแข็งค่าชั่วคราว
ดอลลาร์ฯ อาจแข็งค่าขึ้น หากสันญาณบ่งชี้ว่า เฟดอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ช่วงปลายปี 2546
กรณีมีสงคราม และเศรษฐกิจสหรัฐ
ชะลอตัวช่วงครึ่งแรกของปี ดอลลาร์ฯ อ่อนค่าจากภาวะสงคราม 
และการชะลอตัวเศรษฐกิจ 
ทำให้เงินสกุลหลักอื่นๆ 
รวมทั้งบาท แข็งค่าขึ้น
ดอลลาร์ฯ อาจดีดตัวกลับขึ้นมาได้
จากการอ่อนตัวไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากการฟื้นตัว
เศรษฐกิจสหรัฐช่วงครึ่งหลังปี 46

ที่มา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย 

 เศรษฐกิจญี่ปุ่น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ค่อนข้างจะเผชิญปัจจัยเสี่ยง ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ปัจจัยเสี่ยงภายในประเทศ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาหนี้ NPL ในระบบธนาคารญี่ปุ่น ที่แม้ว่า จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อฐานะดำเนินการธนาคารในญี่ปุ่น แต่ช่วงแรกๆ มาตรการดังกล่าว อาจกลายเป็นชนวนนำมาสู่ปัญหาล้มละลายธุรกิจ และว่างงานที่เพิ่มขึ้น 

ปัจจัยภายในประเทศที่น่าจะยังคงสร้างแรงกดดันค่าเยนอีกประการคือ ปัญหาภาวะเงินฝืด (deflation) ซึ่งสร้างแรงกดดันรัฐบาลญี่ปุ่น ให้ดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายลงอีก รวมถึงการทำให้เยนอ่อนค่า 

เห็นได้จากคำกล่าวรัฐมนตรีกระทรวงการคลังญี่ปุ่นช่วงต้นธันวาคม ที่ว่า ค่าเงินเหมาะสมควรจะอยู่ในช่วง 150-160 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ 

ส่วนปัจจัยเสี่ยงภายนอก แน่นอนว่า ได้แก่ ความเป็นไปได้การเกิดสงครามระหว่างสหรัฐกับอิรัก ที่อาจกระทบราคาน้ำมัน ซึ่งย่อมส่งผลอย่างมากต่อเศรษฐกิจ และภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ที่ไม่มีแหล่งพลังงานภายในประเทศศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงมองว่า ปี 2546 เยนอาจยังคงตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน ค่าเฉลี่ยเยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปี 2546 อาจอ่อนตัว คือจะอยู่ช่วงประมาณ 128 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 125.4 เยน/ดอลลาร์ฯ ปี 2545 

 สรุป

โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ปี 2546 การเคลื่อนไหวบาท อาจถูกกระทบโดยสถานการณ์สงครามที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐกับอิรัก กรณีไม่เกิดสงคราม และเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวดี บาทจะมีแนวโน้มอ่อนตัว เนื่องจากการแข็งค่าดอลลาร์สหรัฐ 

โดยเฉพาะช่วงปลายปี ที่อาจเริ่มมีสัญญาณเงินเฟ้อในสหรัฐ ซึ่งจะทำให้คาดการณ์ในตลาดเงินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ บาทยังอาจได้รับแรงหนุ จากกระแสเงินลงทุน ที่อาจไหลเข้าสู่ตลาดทุนในประเทศ โดยเฉพาะจากการระดมทุนของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งทำให้บาทอาจดีดตัวกลับขึ้นมาได้ ช่วงมีเงินทุนไหลเข้าจากการระดมทุนดังกล่าว 

กรณีเกิดสงครามช่วงครึ่งแรกของปี บาทอาจแข็งค่าขึ้นช่วงระหว่างสงคราม เนื่องจากความไม่แน่นอนภาวะสงคราม มักเป็นปัจจัยกดดันอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าบาทอาจถูกจำกัดโดยข้อเท็จจริงว่า เศรษฐกิจไทยยังคงต้องพึ่งการส่งออกและไหลเข้าเงินลงทุนต่างประเทศ นอกจากนี้ ดอลลาร์ฯ อาจดีดตัวกลับขึ้นได้ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี หลังจากเหตุการณ์สงครามสงบ และราคาน้ำมันลดลงเป็นปกติ 

นอกจากเหตุการณ์ระหว่างสหรัฐกับอิรัก บาทยังอาจตกอยู่ภายใต้แรงกดดันค่าเยน ที่คาดว่า อาจอ่อนตัวปี 2546 จากการแก้ไขปัญหาหนี้เสียธนาคารพาณิชย์ในญี่ปุ่น และความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่น อาจต้องดำเนินนโยบายการเงิน และอัตราแลกเปลี่ยน ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อจะแก้ปัญหาเงินฝืดในประเทศ 

สรุปปี 2546 บาทอาจต้องเผชิญความผันผวนปัจจัยภายนอกประเทศเป็นสำคัญ โดยเฉพาะค่าดอลลาร์สหรัฐและเยน ขณะที่ปัจจัยในประเทศ เช่น ความสำเร็จการระดมทุนรัฐวิสาหกิจ และตัวเลขอัตราขยายตัวการส่งออกและ GDP จะยังคงมีอิทธิพลต่อค่าบาท 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ค่าเฉลี่ยบาทปี 2546 อาจอยู่ช่วงประมาณ 43-43.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับเฉลี่ยประมาณ 43.1 บาท/ดอลลาร์ฯ ปี 2545 

สรุปปัจจัยที่อาจมีผลต่อค่าเงินบาทปี 2546 

ปัจจัยที่จะส่งผลบวกต่อค่าเงินบาท

ปัจจัยที่จะส่งผลลบต่อเงินบาท 

 การขยายตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทย (กรณีไม่เกิดสงคราม) 

 การระดมทุนประสบความสำเร็จของรัฐวิสาหกิจ (กรณีไม่เกิดสงคราม) 

 อย่างไรก็ตาม ภาวะสงครามระหว่างอิรักกับสหรัฐ และเหตุการณ์วินาศกรรม ที่อาจเกิดขึ้น อาจสร้างแรงกดดันค่าดอลลาร์สหรัฐได้ และกลับกลายเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินภูมิภาค รวมทั้งค่าเงินบาท อย่างน้อยก็ช่วงสั้นๆ 

• แนวโน้มการอ่อนค่าเงินเยน จากปัญหาสถาบันการเงินและภาวะเงินฝืดในญี่ปุ่น

• ความเป็นไปได้ที่อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ หากเศรษฐกิจฟื้นตัวดีกว่าคาด โดยเฉพาะช่วงปลายปี 2546 (กรณีไม่เกิดสงคราม)

• แนวโน้มที่อัตราขยายตัวเศรษฐกิจไทย อาจชะลอปี 2546 (กรณีเกิดสงคราม) 

ที่มา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

 

กลับหน้าแรก