สุนทรพจน์เปิดตัวเวบไซต์ FoodMarketExchange.com
ฯพณฯ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์
ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์
วันที่ 14 กันยายน 2543



ท่านประธานบริษัท บีส ไดเมนชั่น จำกัด หม่อมราชวงศ์ปรีดียาธร เทวกุล ท่านผู้บริหารบริษัทบีส ไดเมนชั่น จำกัด ท่านผู้มีเกียรติทีเคารพ

งานเปิดตัวที่บริษัท บีส ไดเมนชั่น จัดขึ้นในวันนี้เพื่อเป็นการแนะนำการใช้เวบไซต์ที่ชื่อ FoodmarketExchange.com ถือว่าเป็นงานระดับประวัติศาสตร์งานหนึ่ง เป็นงานที่แสดงให้ไม่ใช่เฉพาะพวกเรากันเอง คนไทยได้เห็นและได้ทราบว่า ผู้ประกอบการนักธุรกิจคนไทยของเราก็มีความสามารถในการมองการณ์ไกลในการที่จะจัดให้มีระบบการค้าในเชิงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในระดับทัดเทียมกับระดับของบริษัทอื่นๆ ที่ทำธุรกิจทำนองนี้ในเวทีโลกได้

ผมขอท้าวความไปถึงรายงานที่เพิ่งได้รับการเผยแพร่ไม่นานมานี้ของวารสาร Economic เป็นรายงานของ Economic Intelligence Unit (EIU) รายงานนี้ประเมินความสามารถและความเป็นไปได้ในการที่จะทำธุรกิจ โดยการใช้สื่อสารสนเทศที่เป็นทางอิเล็กทรอนิกส์ของ 60 ประเทศทั่วโลกครับ จากทั้งในยุโรป ในเอเชีย ในอเมริกาใต้ ผมเรียนอย่างนี้ เพื่อจะเรียนให้ท่านผู้มีเกียรติได้ทราบว่า ถ้าเราฟังอย่างนี้แล้วถามว่าประเทศไทยใน 60 ประเทศจะอยู่ที่ไหน บางท่านคิดว่าอาจจะที่ 50 กว่าๆ มั้ง เพราะว่าข่าวที่ออกมาในแต่ละเรื่องก็ดูว่าเราจะอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างที่จะล้าหลังกว่าคนอื่นเค้า หลายครั้งครับในการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปบุกเบิกตลาดต่างๆ มีบางคนถามถึงความพร้อมของนักธุรกิจไทย ความพร้อมของรัฐบาลไทย ความพร้อมของกฎหมายไทยที่จะรองรับธุรกรรมทางการค้าอิเล็กทรอนิกส์ Economic Intelligence Unit (EIU) ที่ผมกล่าวถึงนี้ ถือว่าเป็นองค์กรที่ถือว่าทำเรื่องของการประเมินความสามารถในการแข่งขันในรูปแบบต่างๆ มานานกว่าทุกองค์กรที่ท่านเคยได้ยินชื่อมา มีหลายองค์กรที่ทำอยู่ขณะนี้ ประเทศไทยใน 60 ประเทศออกมาเป็นที่ 28 ในเรื่องความพร้อม ความเป็นไปได้ที่จะนำในเรื่องสื่อทาง Electronic มาใช้ในเรื่องการพาณิชย์ คำถามว่าทำไมถึงอยู่ในระดับสูงอย่างนั้น ความจริง 28 ผมถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่มากไม่น้อย ในกลุ่ม Asian มีสิงคโปร์ประเทศเดียวที่ขึ้นไปอยู่ในอันดับสูงสุด 5 อันดับ ส่วนใหญ่แล้วใน 20 อันดับแรกนั้นเป็นประเทศที่มาจากยุโรป เอเชียตอนเหนือแทบทั้งหมด ในอาเซียนมีสิงคโปร์เท่านั้นที่อยู่ในอันดับสูงกว่าประเทศไทย ผมต้องเล่าให้ฟังครับ เพราะว่ามันมีเหตุผลที่อธิบายได้และจะโยงไปถึงเรื่องงานของบริษัท บีส ไดเมนชั่น เขาวัดความสามารถ เขาวัดความพร้อมสองเรื่องครับ เรื่องหนึ่งคือ ความพร้อมในเชิงของบรรยากาศทางด้านการประกอบธุรกิจ เขาวัดอีกปัจจัยหนึ่ง ก็คือ คำว่า Connectivity คือ ความพร้อมในการที่จะเชื่อมโยงระบบของเราที่เป็นระบบสื่อสารโทรคมนาคมเข้าไปสู่ระบบอินเทอร์เน็ตของโลก เขาวัดสองทางด้วยกัน ผมเรียนให้ทราบว่า ความพร้อมด้าน Connectivity เราอยู่ในระดับปานกลางพอๆ กับประเทศในกลุ่มอาเซียนส่วนใหญ่ ต่ำกว่าประเทศญี่ปุ่นแน่นอน ต่ำกว่าในประเทศยุโรปแน่นอน แต่ไม่อยู่ในระดับสุดท้าย พอๆ กับเพื่อนบ้านของเรามาเลเซียซึ่งดูว่าเขาน่าจะไปไกลกว่าเรา แต่จริงๆ แล้ว Connectivity พอๆ กัน แต่สิ่งที่เราเป็นต่อก็คือความพร้อมทางด้านบรรยากาศ สิ่งแวดล้อมทางด้านการประกอบธุรกิจ ซึ่งเราสูงกว่าหลายประเทศและบางท่านอาจจะคิดว่าอินเดียน่าจะสูงกว่าเราในด้านความพร้อมที่จะทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต่อไปในอนาคต ไม่ใช่ครับ อินเดียนั้นอยู่ในอันดับ ผมเข้าใจว่าประมาณอยู่อันดับ 30-40 กว่าๆ เพราะเหตุที่ว่าถึงแม้เขาจะมีอุตสาหกรรมในด้านซอฟแวร์ก็ตาม แต่ว่าบรรยากาศทางด้านการค้า ความพร้อมทางด้านสิ่งแวดล้อมทางการค้า อาจจะเสียเปรียบไทยอยู่บ้างเล็กน้อย ผมพูดอย่างนี้ไม่ใช่พูดเอง เป็น Economic Intelligence Unit พูดออกมา เพราะฉะนั้นผมเรียนให้ทราบตั้งแต่ต้นเพื่อที่จะให้กำลังใจท่านทั้งหลาย แล้วอยากจะเน้นในประเด็นที่ว่า เมื่อเรามีผู้ประกอบการ อย่างเช่น บริษัท บีส ไดเมนชั่น ซึ่งมีผู้ที่มีความคิดก้าวหน้า มีท่านประธานอย่างเช่น หม่อมราชวงศ์ ปรีดียาธร ซึ่งได้พิสูจน์ความสามารถในวงการธุรกิจ แล้วมีเพื่อนนักธุรกิจในวงการค้าสินค้าประเภทอาหารแทบทุกวงการมาร่วมกันคิดเพื่อสร้างที่เราเรียกว่า E-Market ขึ้นมา นี่คือแต้มต่อที่ประเทศไทยมีครับ แต้มต่อที่ประเทศจะนำไปสู่ภาวะการที่เรามีความพร้อมและน่าดึงดูดใจสำหรับธุรกรรมด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นั้นอยู่ที่ด้านความพร้อมในเรื่องระบบ Internet ระบบสื่อสารโทรคมนาคมและระบบการค้า สภาพแวดล้อมทางด้านการค้า การพาณิชย์ในประเทศ เรามีสินค้าถ้าหากเราต่อสินค้านั้นติดกับระบบ Internet เชื่อมโยงทั่วโลกได้ เราคือผู้ที่จะเข้าไปมีบทบาทสำคัญได้ นี่คือความสำเร็จ และนี่คือสิ่งที่บริษัท บีส ไดเมนชั่น ได้นำมาสู่การจัดตั้งเวบไซต์ FoodMarketExchange.com ขึ้นมา เป็นความเหมาะสมลงตัวพอดีที่สุด

ผมคงไม่สามารถทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์เวบไซต์ตัวนี้ได้ดีกว่าท่านประธาน ท่านผู้ก่อตั้งเวบไซต์นี้ขึ้นมา แต่ในฐานะที่ผมดูแลงานทางด้านการพาณิชย์ของประเทศ ผมต้องเรียนไว้ไม่ใช่เป็นการโฆษณา แต่ความจริงแล้วไปในงานไหนก็ไม่มีงานไหนที่จะไปฟรีซักงาน งานนี้ผมถือว่าที่ต้องเชียร์ก็เพราะว่าเวบไซต์นี้เป็นเวบไซต์ที่จะตอบสนองต่อความต้องการเศรษฐกิจของเรา ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเศรษฐกิจทางด้านภาคการเกษตรและการที่เราจะนำการเกษตรนั้นไปสู่ตลาดโลก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายและจะเป็นปัญหามากยิ่งขึ้น ขณะนี้ท่านก็ทราบอยู่แล้วว่าปัญหาด้านการเกษตรของเราก็เป็นปัญหาทั้งทางด้านการผลิตส่วนหนึ่งแน่นอนครับและเป็นปัญหาทางด้านการตลาด ในเวบไซต์ FoodMarketExchange.com อันนี้ผมมีความมุ่งหวังมากว่าจะสามารถช่วยเราในด้านการขยายตลาดของเราในโลกให้เป็นตลาดที่ไม่มีขอบเขตจำกัด มันจำกัดแค่มีเครื่องที่ต่อเข้ามาและก็มีนิ้วที่กดได้แล้วสามารถต่อรองราคา เจรจากันได้ สามารถหาข้อมูลกันได้ ที่สำคัญคือว่า E-Market ตัวนี้มีข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับภาวะการค้าสินค้าตลาดเกษตรต่างๆ มากมาย มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับตลาดสินค้าต่างๆ ระเบียบการค้าในประเทศต่างๆ มีข้อมูลที่เชื่อมโยงกับระบบการค้าที่เป็นเรื่องอาหาร ของท่านที่ท่านจำเป็นต้องใช้ อย่างเช่น เรื่องการขนส่ง เรื่องการประกัน เรื่องการเงิน เรื่องการหีบห่อ Packaging ผมไม่ได้โฆษณาแต่ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เราต้องการเห็นว่ามันเป็นการค้าเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วที่สำคัญมันเปิดโอกาสให้กับบริษัทที่มีขนาดต่างๆ กัน ไม่ว่าจะใหญ่หรือน้อย โดยเฉพาะบริษัทเล็กๆ ซึ่งผมเข้าใจว่าในธุรกิจการค้าด้านอาหารของเรา บริษัทที่เป็น SME มีอยู่มากและช่องทางที่ให้เค้าไปบุกเบิกตลาดต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ก็ช่วยอยู่แต่ก็คงจะไม่เพียงพอ แต่ถ้าหากเค้าสามารถประหยัดต้นทุนได้ด้วยการใช้บริการที่ไม่ใช่การโฆษณา แต่ผมก็คิดว่าเป็นประโยชน์จริงๆที่จะต่อตัวเค้าเองไปสู่โลกภายนอกได้ นี่แหละครับคือสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างชัดเจน ถามว่ารัฐบาลจะช่วยอะไรได้หรือไม่ ผมคิดว่าบางครั้งเราประเมินตัวเองค่อนข้างต่ำ ผมไม่ใช่นักขายฝัน ผมไม่พูดในสิ่งที่เลยเถิด ผมจะยอมรับความเป็นจริงอยู่เสมอ ผมคิดว่าเรามีงานที่ต้องทำอีกมากที่จะช่วยกันพัฒนาระบบ Internet ที่จะเป็นประโยชน์ แต่ท่านต้องยอมรับว่าเวลานี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มต้นจัดทำ Web Site และเชิญชวนนักธุรกิจที่มาทำธุรกิจในลักษณะ B2B ในเวบไซต์ให้กระทรวงพาณิชย์เริ่มต้นแล้ว แล้วเริ่มต้นสอนธุรกิจต่างๆ ให้รู้จักการใช้ Web Site รู้จักการสร้าง Web Site ขึ้นมาของตนเอง แล้วก็ใช้ให้เกิดประโยชน์ที่จะทำให้ขยายขอบเขตของตลาดของบริษัทเหล่านั้นออกไป รัฐบาลได้ผลักดันอย่างน้อยให้มีพระราชบัญญัติทีคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแล้วสองพระราชบัญญัติด้วยกัน

1. พระราชบัญญัติดูแลธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทำให้ท่านสบายใจได้ว่าเมื่อมาใช้บริการ ใน Web Site อย่างนี้แล้ว สัญญาที่เกิดขึ้นบนจอภาพก็คือ สัญญาที่ท่านเห็นในแผ่นกระดาษ เหมือนกัน ผมพูดง่ายๆ นั่นก็คือ ข้อสรุปของพระราชบัญญัติที่ดูแลคุ้มครองพื้นฐานทางกฎหมาย ของธุรกรรมด้านการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่บนจอ แต่ขณะนี้จะได้รับการคุ้มครอง เราจะผลักดันกฎหมายนี้ให้สำเร็จเสร็จสิ้นภายในสมัยประชุมนี้ให้ได้
2. การดูแลคุ้มครองความปลอดภัยของการลงนามการใช้ Signature การใช้ระบบ Encoding ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการที่จะทำให้สัญญานั้นเป็นสัญญาซึ่งผูกพันขึ้นมา ก็จะมีพระราชบัญญัติคุ้มครองนี้เหมือนกัน

ท่านประธานบริษัท บีส ไดเมนชั่น ได้พูดถึงเรื่องความลับที่บริษัทจะต้องเก็บไว้สำหรับท่านที่จะนำมาใช้อันนี้เป็นสิ่งที่ดีครับ บริษัทจำเป็นจะต้องรักษาข้อมูลความลับของลูกค้า แล้วต่อไปในอนาคตการรักษาความลับนี้ก็จะได้รับการรองรับด้วยพระราชบัญญัติที่ดูแลในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ ซึ่งจะเข้าสู่เวบไซต์ เข้าสู่ระบบ Internet อย่างนี้เหมือนกัน ก็เป็นการเริ่มต้นดำเนินธุรกิจที่ในอนาคตอีกไม่นานนี้ ขณะนี้รัฐบาลก็กำลังพยายามเสนอกฎหมายที่เหลืออีก 3-4 ฉบับแต่ว่าคงไม่ทันในปีนี้ ก็คงต้องรอไปในการประชุมสมัยหน้า แต่กฎหมายทั้งหลายนี้กำลังได้รับการเตรียมโดยรัฐบาล เพราะฉะนั้นบริษัทจะรักษาความลับไว้ให้และต่อไปในอนาคตความลับเหล่านี้ก็จะได้รับการป้องกัน รักษาความปลอดภัย โดยพระราชบัญญัติที่จะออกมาต่อไปในอนาคต

รัฐบาลได้พยายามที่จะส่งเสริมการใช้ Web Site ด้วยการออกไปประชาสัมพันธ์ ฝึกอบรม และพยายามทำทุกวิถีทางที่จะลดการกีดกั้น การขัดขวาง การสร้างระเบียบที่ไม่จำเป็นที่ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้ระบบ Internet มันแพงเกินเหตุ มันใช้ยากเกินไปหรือมันมีกฎระเบียบมากเกินไป ผมยืนยันได้ในอดีตแน่นอนมีการแทรกแซงเพราะว่าสมัยนั้นก็ถือว่าเป็นสมัยที่เราต้องให้รัฐวิสาหกิจไปทำมาหากิน ในขณะนี้เรากำลังแปรรูป เรากำลังจะเปิดเสรีระบบคมนาคมของเราตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เพราะฉะนั้นท่านรับทราบแล้วก็ได้รับการยืนยันจากผมได้ว่าเรากำลังจะทำให้การใช้ระบบเช่นนี้มันถูกลงไปเรื่อยๆ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการสื่อสารโทรคมนาคม ผมคิดว่าผมคงได้เรียนมามากพอสมควรเพื่อจะให้ท่านได้เกิดความเชื่อมั่นว่าระบบเช่นนี้ที่บริษัท บีส ไดเมนชั่น มาใช้กับ FoodMarketExchange.com นั้นเป็นระบบที่มีความเป็นไปได้สูง เป็นระบบซึ่งล้ำหน้าแต่ไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางเลย สอดคล้องตอบสนองต่อความต้องการของภาวะการค้าขายของประเทศไทยเราในปัจจุบันแล้วจะได้รับการรองรับด้วยพระราชบัญญัติและการส่งเสริมของรัฐบาลของรัฐในทางต่างๆ ที่จะสร้างให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยและความสะดวกสบายในการใช้มากยิ่งๆ ขึ้นต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นก็เป็นสิ่งซึ่งควรได้รับการส่งเสริม

ผมขอถือโอกาสนี้แสดงความยินดีแสดงความชื่นชมกับผู้ที่ได้เป็นผู้บุกเบิกกับผู้บริหารของบริษัท บีส ไดเมนชั่น พนักงานและท่านที่เกี่ยวข้องทุกท่าน รวมทั้งผู้ประกอบธุรกิจในวงการอาหาร ซึ่งผมเชื่อว่าคงจะได้ใช้ประโยชน์กับการเปิดเวบไซต์ตัวนี้ และก็จะทำให้ธุรกิจของท่านได้สามารถมีขอบเขตที่กว้างขวางมากขึ้น มีการเจรจาต่อรองซึ่งเราจะทำให้ได้ข้อมูลมากขึ้น จะได้ประโยชน์หรือไม่นั้นก็แล้วแต่ท่านที่จะไปพยายามทำธุรกิจของท่านเองให้อยู่ในจุดที่แต่ละท่านจะได้ประโยชน์สูงที่สุดอันนี้ก็เป็นเรื่องที่แต่ละบุคคลนำไปใช้ได้ ผมขอถือโอกาสนี้อวยพรให้บริษัท บีส ได-เมนชั่น จำกัด ผู้บริหาร พนักงาน ประสบความสำเร็จทุกๆ ประการในการประกอบธุรกิจ แล้วก็ขอให้ได้รับการสนับสนุนตามที่ท่านสมควรได้รับการสนับสนุนจากการประกอบธุรกิจที่สมควรแก่การสนับสนุนต่อไปมากยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคตครับ

ขอเปิดการเปิดตัวของเวบไซต์ FoodMarketExchange.com ณ บัดนี้ด้วย ขอบคุณครับ

หน้าแรก