|
แบงก์ชาติขู่ฟ่อแบงก์กดดอกเบี้ย
งัดไม้ตายหั่นอาร์/พีลงอีกรอบ
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2545 แบงก์ชาติจับตาแบงก์ลดดอกเบี้ย หลังส่งสัญญาณลด ดบ.อาร์/พีไปแล้วเมื่อ 19 พ.ย. แต่ท่าทีแบงก์ยังเฉย รอต้นปีหน้าทบทวนใหม่ อ้างลดไปก่อนหน้าแล้ว แบงก์ชาติไม่ละความพยายาม ยื่นโนติสอย่างช้า ม.ค.ปีหน้า หากประเมินแล้วยังเงียบ คาดประชุมบอร์ดนโย บายการเงินครั้งต่อไปหั่นลงอีกรอบแน่ บล. บัวหลวงชี้ดอกเบี้ยมีสิทธิลดอีกสองขา 0.25% เหตุสภาพคล่องล้น แหล่งข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผย 'ประชาชาติธุรกิจ' ว่า ธปท.กำลังติดตามดูทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ ภายหลังจากที่ ธปท.ได้ดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (อาร์/พี) ระยะเวลา 14 วัน ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา 0.25% เหลือ 1.75% เพื่อประเมินผลการดำเนินนโยบายการเงินว่าตลาดได้ตอบรับมากน้อยแค่ไหน ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการในขั้นต่อไป โดยจะประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ทั้งนี้ การพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์คงจะต้องพิจารณาด้านสภาพ คล่องเป็นหลัก นอกจากด้านต้นทุนทางการเงิน มาร์เก็ตแชร์ และความสามารถในการแข่งขัน ซึ่ง ธปท.จะให้เวลาธนาคารพาณิชย์ปรับตัว เพราะเท่าที่หารือกันธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่จะอ้างว่าเพิ่งปรับลดดอกเบี้ยไปก่อนหน้าที่ ธปท.จะลดดอกเบี้ยอาร์/พี ดังนั้น ช่วงนี้อาจจะยังไม่ปรับลดดอกเบี้ยลงอีก อย่างไรก็ตาม ธปท.ได้เสนอกลับไปว่า ไม่จำเป็นจะต้องลดดอกเบี้ยทันที แต่อาจปรับลดในช่วงเดือนมกราคม 2546 ก็ได้ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยคาดว่ายังคงอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ และสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจต่อไป โดยเฉพาะในช่วงนี้เศรษฐกิจโลกและสหรัฐอเมริกามีความเสี่ยงที่ชัดเจนมากขึ้น และยังมีโอกาสที่เศรษฐกิจอาจจะอ่อนแอลงจากภาวะการเกิดสงคราม ดังนั้น เราจะต้องเตรียมการป้องกันไว้ก่อน เช่นเดียวกับที่ธนาคารกลางสหรัฐยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งเดียว 0.50% และลดมาแล้วถึง 11 ครั้ง ขณะที่ ธปท. ลดเพียง 0.25% เท่านั้น 'สิ่งที่แบงก์ชาติทำในครั้งก่อนเพราะต้องการประกันความเสี่ยง ในแง่การดูแลให้เศรษฐกิจเติบโตได้ต่อไป แม้ว่าการส่งออกยังดี จีดีพีโตได้พอสมควร แต่การส่งออกขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจสหรัฐเป็นหลัก ในเมื่อเจ้าของประเทศ ยังมองว่าโอกาสที่เศรษฐกิจโลกจะอ่อนแอลงมีสูง และยังป้องกันโดยยอมลดดอกเบี้ยลงมาก ดังนั้นในฐานะที่เราทำการค้าระหว่างประเทศกับเขาก็ต้องป้องกันความเสี่ยงไว้เช่นกัน ถึงแม้จะรู้ว่าการส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยไป กว่าที่ดอกเบี้ยจะซึมไปสู่เศรษฐกิจจริงๆ ต้องใช้เวลา และไม่รู้ว่าหากเกิดสงครามแล้วจะเป็นอย่างไรอีก แต่คิดว่าอย่างน้อยดอกเบี้ยต่ำจะนำไปสู่การเตรียมตัวเพื่อฉุดสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ให้ชะลอลงไปมาก ส่วนจะปรับลดดอกเบี้ยอาร์/พีอีกหรือไม่ คณะกรรม การนโยบายการเงินคงต้องดูปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ว่าเพิ่มขึ้นจากเดิมหรือไม่ รวมทั้งการปรับตัวของธนาคารพาณิชย์' แหล่งข่าวกล่าว นายสิริวุฒิ เสียมภักดี รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า แม้ ธปท.จะส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยลดดอกเบี้ยอาร์/พี 14 วัน 0.25% เพื่อให้ระบบธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยตามเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่ว่าธนาคารพาณิชย์จะลดดอกเบี้ยลงได้เลยตามที่ ธปท.ต้องการ ต้องดูพอร์ตของตัวเองและดูคู่แข่งขันด้วย รวมทั้งดูผลกระทบทางสังคมที่จะกระทบต่อผู้ฝากเงิน เพราะปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากก็ต่ำมากแล้ว 'ในช่วงเดือนนี้แบงก์กสิกรไทยยังไม่ลดดอกเบี้ยแน่ แม้จะอยากลดใจแทบขาดเพราะสภาพคล่องสูง นอกจากนี้ยังไม่มีปัจจัยอะไรกระตุ้นให้ดอกเบี้ยลงได้เลย เนื่องจากคนยังไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจ สังเกตจากยังมีเงินฝากไหลเข้าจำนวนมาก ในทางตรงกันข้ามหากคนมีความเชื่อมั่น ก็จะถอนเงินออกไปลงทุน ซึ่งจะส่งผลให้ดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ' นายสิริวุฒิกล่าว นายธงชัย เจริญสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ธนาคารกสิกรไทยยังไม่มีการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากสภาพ คล่องยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง ต้องรอหลังปีใหม่ผ่านพ้นไปแล้วจึงกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้งว่าสภาพคล่องจะเป็นอย่างไร นายสุเมฆ จันทร์ทราสุริยารัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดจะปรับลงได้อีกทั้งสองขาประมาณ 0.25% ซึ่งจะเห็นได้ภายใน 2-3 เดือนนี้ ปัจจัยที่ทำให้ปรับตัวลดลง เนื่องจากสภาพคล่องที่ยังล้นอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ในช่วงต้นปีธนาคารต้องบริหารต้นทุนให้ดีขึ้น และการปล่อยสินเชื่อยังไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม คาดว่า ธปท.คงจะยังไม่ปรับลดดอกเบี้ยอาร์/พี ลงอีกในการประชุมครั้งหน้า เนื่องจากยังไม่มีแรงกัดดันจากภายนอกประเทศ แต่หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดดอกเบี้ยลงอีก อาจทำให้ ธปท.ต้องพิจารณา รวมถึงขึ้นอยู่กับสถาน การณ์ภายนอกที่อาจจะส่งผลกระทบ โดยเฉพาะเรื่องเงินทุนไหลเข้า แหล่งข่าวในวงการธนาคาร กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 12 ธ.ค. คาดว่า ธปท.จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย อาร์/พี 14 วันลงอีก แต่หาก ธปท.ยังไม่เห็นทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ชัด เจนของธนาคารพาณิชย์ ก็มั่นใจได้ว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในเดือนมกราคม 2546 จะต้องปรับลดดอกเบี้ยอาร์/พีอีก 0.25% อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากธนาคารพาณิชย์มีสัญญาณที่แน่ชัดว่าจะปรับลดดอกเบี้ยแน่ในช่วงต้นปีหน้า ธปท.อาจจะ ชะลอการลดดอกเบี้ยอาร์/พีดังกล่าว
|
| กลับหน้าแรก |