|
สุเมธ
ตันติเวชกุล ปี 2546
อยากอยู่รอด
ต้องไม่วิตกจริตให้มากไป
สัมภาษณ์ ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2545 ถ้าจะพูดถึงบุคคลที่รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทนาน ย่อมจะต้องเอ่ยถึง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ผู้อาวุโสที่มักจะออกมาให้ข้อคิด ให้สติกับสังคม ยามวิกฤติอยู่เสมอ ต้อนรับปี 2546 'ประชาชาติธุรกิจ' สัมภาษณ์ ดร.สุเมธเพื่อเป็นการให้สติแก่คนในสังคมที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและแตกต่าง - คนในสังคมจะอยู่อย่างไรให้มีความสุขในปี 2546 'อยู่อย่างสงบ ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกับใครทำแต่บุญ ไม่วิตกกังวล ทุกข์ร้อน เหมือนตอนต้นปีที่ผ่านมา คนไทยก็รำพึงรำพันว่าประเทศมีปัญหา กลัวไปหมด ว่าจะแย่ แต่แล้วเราก็รอดผ่านมาได้ บางทีเราก็กลัวอะไรกันจนเกินเหตุ เพราะฉะนั้นในปี 2546 จะให้อยู่รอดก็ต้องไม่วิตกจริตให้มากไป' เพราะทุกคน ทุกด้าน ทั่วโลก ไม่มีประเทศไหน ไม่มีปัญหา พระเจ้าอยู่หัวจึงได้รับสั่งว่า เราต้องใจดีสู้เสือ ตั้งสติ แล้วค่อยๆ แก้ปัญหา ถ้าตื่นตระหนกตกใจ สุดท้ายก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ต้องใช้หลักการเหมือนพระมหาชนก ที่ไม่ตกใจเมื่อเกิดปัญหา แต่เตรียมตัวที่จะเผชิญกับปัญหา เผชิญกับเหตุแห่งปัญหา ด้วยการเอาน้ำมันมาทาตัวเองเพราะรู้ว่าต้องแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน ส่วนพวกพ่อค้าก็ต้องติดสินบน แทนการช่วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องไร้สาระ เมื่ออ่านเรื่องพระมหาชนกแล้วปฏิบัติตาม เผชิญหน้ากับปัญหาอย่างสุขุมคัมภีรภาพ - ในฐานะเป็นคนกลาง ท่านมีความกังวลเรื่องการเมืองของบ้านเมืองบ้างหรือเปล่า ความกังวลวิตก เป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นปฏิกิริยาธรรมดาของมนุษย์ สิ่งที่ต้องกลับมานั่งคิดคือเมื่อมีเหตุเกิดควรจะแก้อย่างไร จะเป็นประโยชน์กว่า การวิพากษ์วิจารณ์ต่อล้อต่อเถียง ด่าทอ ควรมานั่งพิจารณาดูว่าต้นตอของปัญหาคืออะไร ถ้าเป็นเพราะกฎระเบียบไม่เหมาะสมก็ต้องแก้ แต่ถ้าต้นตอของปัญหาอยู่ที่ 'คน' ก็ต้องแก้ที่คน เมื่อมีปัญหาอะไรก็ต้องแก้ตามลักษณะของสังคมไทย เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว หลายคนก็อยู่ไม่ได้ ต้องลาออก กระบวนการสอบสวนก็ต้องทำต่อเนื่อง ประชาชนก็ต้องช่วยกันแสดงความคิดเห็น บุคคลที่ต้องทำหน้าที่เชื่อมโยงกับประชาชนก็ต้องรับฟัง และรักษาความรู้สึกของประชาชน คิดว่าไม่มีใครไม่แคร์ หรือละสิ่งเหล่านี้ บางปัญหาเมื่อมีการดำเนินการแก้แล้ว บางครั้งประชาชนอาจจะไม่ทันใจ โดยคิดว่าเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็เหมือนไฟลุก วิธีการคือเอาน้ำไปสาดก็ดับ แต่ความจริงแล้วปัญหาอาจจะมี Factor หลายประเด็น ความดีความชั่ว ในชีวิตมนุษย์ ในสังคม มีตลอดเวลา แม้แต่สังคมเทวดา สังคมนางฟ้า ก็อาจจะมีปัญหา ดังนั้นทุกฝ่ายอย่าแค่วิจารณ์ บ่น ด่าทอ ควรร่วมกันแก้ไขด้วย จะพูดอะไรตัวเองก็ต้องทำด้วย อย่ากังวลว่ามีคนเลว คนชั่ว เต็มไปหมด คนดีกับคนไม่ดีก็ต้องอยู่ในสังคม ที่สำคัญคือทำอย่างไรไม่ให้คนไม่ดีทำร้ายสังคม - ที่ผ่านมารัฐบาลนี้ได้ทำหน้าที่สกัดกั้นไม่ให้คนไม่ดีทำร้ายสังคมมากน้อยแค่ไหน ต้องดูว่าประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไร เวลานี้ประชาชนมักรู้สึกว่า ธุระไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องของตนเอง แต่ในต่างประเทศ ถ้าผู้นำไม่ดี ประชาชนจะเล่นงานเองเลย คนที่จะทำไม่ดีก็ไม่กล้าทำ ประชาชนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพราะฉะนั้น คนที่ก่อกรรมทำเข็ญก็ไม่ถูกควบคุม ไม่กลัว ก็กล้าทำไม่ดีตลอดเวลา เมื่อประชาชนวางเฉย แล้วสังคมจะโทษใคร ดังนั้นอะไรผิด อะไรไม่ดี ประชาชนต้องออกมาพูด แต่ถ้ากลัวความเดือดร้อนก็ไม่ต้องเรียกร้อง สังคมที่ช่วยสกัดกั้นไม่ให้คนไม่ดีได้เข้าสู่อำนาจ คือประชาชนต้องช่วยกันชี้เบาะแสของคนไม่ดี ไม่ให้อยู่ได้ในสังคม และต้องทำอย่างต่อเนื่อง แต่ภาพที่ปรากฏวันนี้คือเมื่อมีการสอบสวนกันข้อสรุปก็ไม่มีพยาน เพราะทุกคนคิดว่าธุระไม่ใช่ คนไม่อยากเข้าไปยุ่ง เห็นแก่ตัว ทนมองคนไม่ดีอยู่ในสังคมได้ เพราะฉะนั้นการเมืองในยุคนี้ ภาคประชาชนแข็งแรงที่สุด กระบวนการทางการเมืองก็เป็นไปตามทางของมันได้ แต่ 'คน' คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้สังคมดีไม่ดี และภาคการเมืองยังมีความสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนสังคม แต่แม้ว่าการเมืองจะเป็นฝ่ายที่มีอำนาจสูงสุด เป็นที่พึ่งของประชาชน เป็นผู้นำทิศทางที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้า แต่ถ้าย้อนถามว่าฝ่ายอำนาจการเมืองมาจากไหนก็มาจากประชาชนทั้งนั้น เพราะพวกเราเลือกอำนาจนั้น เพราะฉะนั้นต้องเลือกให้ดี ต้องใช้เหตุผล ใช้ดุลพินิจ ต้องใช้สติไตร่ตรอง ว่าจะเลือกผู้นำอย่างไร เลือกตั้งเสร็จแล้วต้องติดตาม เข้าไป Take action ถ้าทำอย่างนี้ประเทศก็พัฒนาไปได้ ทุกวันนี้จะมองการเมืองกับภาคประชาชนแยกส่วนกันไม่ได้ เพราะทุกอย่างเชื่อมกัน เป็นวงจรอย่างไม่รู้จบ - ภาคประชาชนที่แข็งแรงก็ไม่สามารถแสดงพลังทางการเมืองได้ ท่านคิดว่าจะทำอย่างไร ก็เพราะคนไทยไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นๆ จริงแล้วเป็นเรื่องต้องเกี่ยวข้อง ไปหลงกับกระแสตะวันตก เห่อฝรั่งโดยไม่เข้าใจ ชอบเป็นกลุ่มไทยมุง ชอบมุงแล้วพูดปากต่อปาก ซึ่งความจริงพุทธศาสนาก็สอนให้มีสติในการมองเห็นความถ่องแท้ของปัญหา แล้วหาหนทางในการแก้ปัญหา เลือกวางบทบาทของตนเองให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ความถูกต้อง สกัดกั้นสิ่งไม่ดี คนไม่ดี ไม่ให้ได้เกิด แต่หากทุกคนคิดแต่จะเอาตัวรอดอีกหน่อยก็จะไม่มีใครเหลือ เอาแต่เงินไว้ก่อน คิดอย่างนี้ สติก็ไม่มี พอเจ็บตัวก็หยุด แต่พอหายเจ็บก็ทำเหมือนเดิมอีก คนไทยทุกข์ โดยจิต เป็นนักบ่น แต่ถามว่าความทุกข์จริงๆ คืออะไรก็ตอบไม่ได้ การเมืองแม้เป็นเรื่องของประชาชน แต่เอาเข้าจริงๆ เป็นเกม และเป็นเกมเหมือนกันทุกประเทศ มีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจ ระบบการเมืองถูกออกแบบไว้อย่างนี้ อย่าไปดูให้เป็นเรื่องแปลก การเมืองไม่ใช่เรื่องน่ากังวลจนต้องทุกข์ ถ้าทุกฝ่ายทำหน้าที่ตนเองอย่างพร้อมสมบูรณ์ ดังนั้นทุกคนต้องเดินตามเกม ตามที่ได้เลือกไว้แล้ว - ท่านคิดว่าภาคเศรษฐกิจที่น่าพอใจควรเป็นอย่างไร คนธรรมดาสามัญจะเป็นมาตรวัดของชาติได้ดี คนไทยจริงๆ แล้วไม่ได้เดือดร้อนอะไร ตอนเศรษฐกิจฟองสบู่ ก็มืดมนทนทุกข์ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของประชาชน คือ พยายามให้มีปัจจัย 4 เพราะถึงอย่างไรประเทศไทยก็ไม่มีใครอดตายเพราะยากจน แต่เมืองนอกถ้าจนก็อดตายจริงๆ แต่โครงสร้างสังคมไทยไม่ปล่อยให้ 'คน' ต้องอดตาย นี่เป็นจุดแข็งของเรา ที่เป็นปัญหาทุกวันนี้เพราะประชาชนที่เป็นเจ้านายนักการเมืองไม่ได้แสดงตน โลกทั้งโลกถูกผูกไว้ด้วยผลประโยชน์ทั้งหมด ที่ผ่านมาเราไม่ได้เลี่ยงระบบทุน แต่เปลี่ยนธรรมชาติของทุน มาเป็นทุนมนุษย์ ทุนวัฒนธรรม ให้สมดุล แต่มันก็สู้กระแสนี้ยาก เพราะความกระหายของคนมีมาก แต่ระยะยาวทุนมนุษย์จะชนะ แต่ถ้าเรายังยืนยันจะคิดว่าทุนคือ 'เงิน' และเงินจะชนะทุกอย่าง สักวันจะไม่มีทุนให้เอาชนะ เพราะทุนทั้งโลกก็มีอยู่เท่าเดิม ทรัพย์สินไม่ใช่เงิน ผมเชื่อว่าเงินแก้ปัญหามนุษย์ไม่ได้ ต้องมีมิติอื่นเข้าไป ชีวิตคนต้องสมดุล ไม่ใช่นั่งรถคันละ 10 ล้านบาท แต่ชีวิตเลว ไม่มีอะไรเลย ที่คนต้องมานั่งทุกข์เพราะโลกาภิวัตน์ ทำให้เราต้องไปเฝ้าติดตามเรื่องการค้า เรื่องเศรษฐกิจมหภาค เรื่องอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ถ้าไม่เป็นไปตามเป้าก็เป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นปัญหาใหญ่คือเรื่อง 'จิตวิทยา' จะทุกข์จะสุข สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องให้คำจำกัดความให้ดี เช่นถ้าจะสนุกก็ต้องร่ำรวย ได้รับกำไรจากดอกเบี้ย มีบ้านหลังใหญ่ๆ ราคาแพง แต่ถ้าจะเอาความสุข ต้องเป็นผู้ให้ เป็นผู้ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ถ้าเราเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วก็อย่ามานั่งบ่นว่าทุกข์เพราะเรื่องเศรษฐกิจ วันนี้การชี้วัดทางเศรษฐกิจทั้งโลกต้องหมุนกลับมาใช้ Happiness Development Index เป็นตัวชี้วัด กระแสโลกเรื่องการค้าเสรี ต้องเป็นเรื่องที่เสมอภาคกัน ไม่ใช่คนตัวใหญ่ต้องชนะ ค่าเงินของประเทศใหญ่ต้องมีเสถียรภาพเท่ากันกับค่าเงินของประเทศเล็กๆ ต้องทำให้มีความยุติธรรม ลัทธิการบริโภคนิยมที่คอยเป็นแรงกระตุ้นทำให้คนในระบบเศรษฐกิจเป็นทุกข์ ดังนั้นทุกข์สุขต้องมีการ Control Consumption อย่าไปตามกระแส การจับจ่ายใช้สอยต้องมีหลักประกันให้ชีวิต
|
| กลับหน้าแรก |