|
มุมด้านมืดในตลาดหุ้น
เดินสวนกระแส : กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2545 ช่วงปลายปี ได้มีโอกาสนัดเสวนา กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) ของโบรกเกอร์กลุ่มหนึ่ง เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ ความเป็นไปในตลาดหลักทรัพย์ และทำให้ได้รู้ข้อมูลอะไรมากมาย โดยเฉพาะข้อมูลพฤติกรรม ของคนในแวดวงตลาดหุ้น พฤติกรรมคนในวงการหุ้นที่ได้ข้อมูลมาจากการเสวนากับมาร์เก็ตติ้งเพียงกลุ่มเล็กๆ ทำให้รู้สึกว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีงานหนักรออยู่อีกมาก ถ้าจะทำให้ประชาชนเกิดความศรัทธา หรือเกิดความเชื่อมั่นว่า การลงทุนในตลาดหุ้นจะเป็นไปด้วยความโปร่งใสและตรงไปตรงมา เพราะตลาดหุ้นเต็มไปด้วยพฤติกรรมที่ไม่ตรงไปตรงมา เต็มไปด้วยกลุ่มบุคคลที่ขาดจรรยาบรรณในวิชาชีพ และเต็มไปด้วยขบวนการสร้างภาพลวงตา เพื่อตักตวงผลประโยชน์จากนักลงทุนรายย่อย และพฤติกรรมที่ไม่ตรงไปตรงมา ส่วนใหญ่จะมีโบรกเกอร์รู้เห็นเป็นใจ หรือร่วมขบวนการเอาเปรียบนักลงทุนรายย่อยเสียเอง แม้ว่าตลาดหลักทรัพย์จะเรียกร้องจรรยาบรรณของโบรกเกอร์ และแม้ตลาดหลักทรัพย์จะเข็มงวดกับการแข่งขันภายใต้กติกาเพียงใด แต่จรรยาบรรณมักจะเป็นสิ่งหาไม่ได้จากโบรกเกอร์ ขณะที่การแข่งขันยังมีลักษณะเล่นกันใต้โต๊ะอยู่ การลดค่านายหน้าซื้อขายต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดเพดานขั้นต่ำ 0.25% ของมูลค่าซื้อขาย เกิดขึ้นตลอด แม้จะมีโบรกเกอร์ 4 ราย ถูกลงโทษประจานแล้วก็ตาม โดยการใช้วิธีเลี่ยงกฎในรูปแบบต่างๆ เช่น การลงบัญชีค่าใช้จ่ายตั้งสาขาใหม่สูงกว่าความเป็นจริง และขอให้ผู้รับเหมาตกแต่งสำนักงานสาขา เขียนใบเสร็จค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายจ่ายจริง เพื่อนำเงินไปซื้อตัวพนักงานมาร์เก็ตติ้ง หรือนำเงินจ่ายคืนลูกค้า ซึ่งถือเป็นการลดค่านายหน้าซื้อขายหุ้นทางอ้อม การระดับใบเสร็จค่าอาหารและเครื่องดื่มจากบุคคลภายนอก และนำมาเบิกเป็นค่ารับรองลูกค้า ก่อนนำเงินสดคืนกลับให้ลูกค้า เพื่อลดค่านายหน้าซื้อขายหุ้น โบรกเกอร์บางรายจะร่วมมือกับบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยแต่งบัญชี สร้างภาพผลประกอบการ และวาดภาพแนวโน้มความสดใสของธุรกิจ ภายใต้ข้อตกลงว่า ผู้บริหารโบรกเกอร์ จะมีหุ้นบริษัทจดทะเบียนใหม่ในราคาต้นทุนต่ำไว้ส่วนหนึ่ง และจะขายกอบโกยกำไรเมื่อหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โบรกเกอร์บางราย ทำหน้าที่เป็นวางแผนกระตุ้นราคาหุ้นที่จะเข้าซื้อขายใหม่ โดยกำหนดว่า จะสร้างข่าวดีในช่วงใด จะแจกใบสำคัญแสดงสิทธิจองซื้อหุ้น (วอร์แรนท์) เพื่อจูงใจให้นักลงทุนแห่เข้ามาเก็งกำไรเท่าไหร่ และทำหน้าที่ประสานความร่วมมือกับนักลงทุนรายใหญ่ เพื่อทำหน้าที่สร้างราคา เมื่อหุ้นเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยนักลงทุนรายใหญ่ จะได้รับจัดสรรหุ้นราคาถูกไว้ล่วงหน้าส่วนหนึ่ง หุ้นบริษัทจดทะเบียนใหม่ จะมีราคาเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงในช่วงแรกๆ แต่เมื่อนักลงทุนรายย่อยตามแห่เข้าไปเก็งกำไร ผู้ถือหุ้นใหญ่ ผู้บริหารโบรกเกอร์และนักลงทุนรายใหญ่ที่ได้รับจัดสรรหุ้นราคาถูก จะทยอยขายหุ้นทำกำไร ก่อนจะปล่อยให้หุ้นรูดลงสู่ราคาที่เป็นจริง สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ มีการขยายเครือข่ายขบวนการสร้างราคาในวงกว้างมากขึ้น โดยนอกเหนือจะประสานความร่วมมือกับนักลงทุนรายใหญ่กลุ่มต่างๆ เพื่อสร้างราคาหุ้นแล้ว ยังประสานความร่วมมือกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน เพื่อทำให้เกมการปั่นหุ้นบรรลุเป้าด้วย นักลงทุนรายใหญ่จะติดต่อกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน เพื่อขอข้อมูลแผนงานบริษัท ทำให้มีข้อมูลภายในที่จะนำไปสนับสนุนการสร้างราคา และเมื่อตกลงกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนว่า จะร่วมกันปั่น นักลงทุนรายใหญ่จะเป็นผู้กำหนดแผนและขั้นตอนการปั่น ตั้งแต่การจุดพลุไล่ราคา การใช้พนักงานมาร์เก็ตติ้ง เป็นไกลไกในการโหมกระพือข่าวลือ เชียร์ให้นักลงทุนรายย่อยตามแห่เก็งกำไร และการกำหนดให้ผู้บริหารประกาศข่าวดีที่จะสนับสนุนราคาตามมา ข่าวดีที่บริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นกลไกในการปั่นคือ การประกาศออกวอร์แรนท์แจกผู้ถือหุ้น หุ้นหลายตัวที่มีข่าวฉาวโฉ่ในการปั่นไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า ใช้สูตรเดียวกันหมด โดยนักลงทุนรายใหญ่เข้าไปจุดพลุไล่ราคา มาร์เก็ตติ้งที่รับใช้รายใหญ่ จะทำหน้าที่โหมกระพือข่าวลือกระตุ้นการเก็งกำไร ก่อนที่บริษัทจดทะเบียนจะประกาศแจกวอร์แรนท์สนับสนุนราคาตามมา ทำไมพฤติกรรมปั่นหุ้นของนักลงทุนรายใหญ่เพียงไม่กี่กลุ่มในตลาดหลักทรัพย์จึงไม่ถูกกำจัด คำตอบคือ นักลงทุนรายใหญ่ศึกษาช่องโหว่ของกฎหมาย ช่องว่างของกฎเกณฑ์มาอย่างดี โดยจ้างทนายเก่งมาเป็นที่ปรึกษากฎหมาย และชี้แนะว่า จะปั่นหุ้นอย่างไรจึงไม่ถูกเล่นงาน สิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาจากมาร์เก็ตติ้ง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพฤติกรรมมุมมืดในตลาดหุ้นเท่านั้น การเล่น "ปาหี่" ในตลาดหุ้นดำเนินต่อไป โดยกลุ่มคนหน้าเดิมๆ ซึ่งไม่รู้ว่า ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์จะรู้สึกอย่างไรกับเรื่องราวความเศร้าของนักลงทุนรายย่อย 2 แสนรายที่ตกเป็นเหยื่อ
|
| กลับหน้าแรก |