หวัง 15 ข้อบรรษัทภิบาลไทยสกัดแต่งบัญชี บจ.

โดย ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2545

นายกสมาคมนักบัญชีฯ ไทยยันมาตรการตรวจสอบบัญชีของไทย โดยเฉพาะต่อ บจ. เข้มงวดกว่าจ้าวตำหรับแดนมะกัน ที่ บจ. อเมริกันพากันแต่งบัญชี จนเรื่องปูดตั้งแต่กลางปีนี้ ส่งผลกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อตลาดทุนทั่วโลก ขณะที่หวังว่าแนวทาง 15 ข้อบรรษัทภิบาล ที่ ก.ล.ต.-ตลาดหลักทรัพย์ไทยร่วมผลักดัน จะช่วย บจ.ไทยบริหารงานโปร่งใสขึ้น หวังสกัดการแต่งบัญชี สร้างราคาหุ้นสูงขึ้น โดยใช้ผลประกอบการดัน ไม่ใช่ปั่นหุ้น-ใช้ข้อมูลภายในเช่นที่เป็นอยู่ปัจจุบัน

ศาสตราจารย์เกษรี ณรงค์เดช นายกสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวทางบรรษัทภิบาลที่ตลาดหลักทรัพย์ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดหลักเกณฑ์บรรษัทภิบาลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 15 ข้อ จะช่วยให้ บจ. บริหารงานโปร่งใสมากขึ้น

สร้างราคาหุ้นด้วยกำไร บจ.

เพราะหลักการดังกล่าว บรรจุแนวทางบรรษัทภิบาลหลายเรื่อง เช่น กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนต้องมีกรรมการอิสระ ห้ามประธานกรรมการบริหาร (CEO) เป็นคนเดียวกับประธานกรรมการ เป็นต้น ซึ่งแนวทางต่างๆ ที่บรรจุ เพื่อไม่ให้ บจ. ตกแต่งบัญชี ส่วนที่ทำให้เกิดกำไรเกินจริง ซึ่งผู้บริหาร บจ. จะได้ประโยชน์ เพราะจะสร้างราคาหุ้นด้วยกำไรที่สูงขึ้น หลังจากนั้น จึงเทขายหุ้น

เน้นอบรมซีเอฟโอ

ส่วนสมาคมนักบัญชีฯ เพื่อก่อให้เกิดบรรษัทภิบาล จึงเสริมมาตรฐานบัญชีมากขึ้น ด้วยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน (Chief Financial Officer :CFO) เพราะถือเป็นบุคคลสำคัญที่รับรู้ข้อมูลการเงินบริษัท เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกัน

ปัจจุบันสมาคมฯ เริ่มฝึกอบรมอาจารย์ผู้สอนซีเอฟโอ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์การเงิน จากหลายหน่วยงานแล้วประมาณ 20 คน คาดว่าจะอบรมหลักสูตรซีเอฟโอได้ปี 2546

ขณะนี้ ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนสนใจร่วมโครงการแล้วประมาณ 20-30 คน ซึ่งสมาคมฯ คาดหวังว่า จะอบรมผู้บริหาร บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ได้ทั้งหมด เพราะยิ่งมีผู้อบรมปริมาณมาก ยิ่งส่งผลดี เนื่องจากการเรียน ต้องผ่านการสอบหลักสูตรมาตรฐานสหรัฐอเมริกาด้วย ต้นตำหรับธรรมาภิบาล ที่ขณะนี้หลายบริษัทมะกันก็มีปัญหาแต่งบัญชี จนกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก

เธอให้ความเห็นว่า จริยธรรมควรปลูกฝังพนักงาน บจ. ทุกตำแหน่งหน้าที่ อย่างไรก็ดี การกำกับดูแลมาตรฐานบัญชีของผู้สอบบัญชีปัจจุบัน ถือว่าเข้มงวดมากกว่าอดีตมาก นอกจากนั้น มาตรฐานที่ไทยใช้ขณะนี้ มากกว่าประเทศใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา

คุยมาตรฐานบัญชีไทยเข้มกว่ามะกัน

เพราะไทยเจอปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจก่อนประเทศอื่น จึงทำให้มีมาตรการต่างๆ ก่อน โดยเฉพาะพระราชบัญญัติบัญชีปี 2543 ที่เคร่งครัด ขณะที่มาตรการสหรัฐอเมริกายังไม่เคร่งครัดเท่า จนก่อเกิดปัญหา เช่น กรณีแต่งบัญชีเอนรอน เวิลด์คอม ที่อื้อฉาว และกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก เป็นต้น

วิธีตกแต่งบัญชีที่มักพบ

นายกสมาคมนักบัญชีฯ จาระนัยวิธีแต่งบัญชีที่มักพบบ่อย

ประการแรก คือตกแต่งบัญชีด้วยรายการสินค้า โดยบริษัทจะใช้วิธีบันทึกสินค้าคงเหลือจำนวนมาก เพื่อทำให้กำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งการตกแต่งบัญชีดังกล่าว พบมากบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงบริษัทสมัยก่อนประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540

ประการที่ 2 การปรับและตกแต่งรายได้ เช่น บันทึกคำสั่งขอใช้สินค้าและบริการล่วงหน้าเป็นรายได้ ทั้งที่บริการและสินค้าดังกล่าว ยังไม่เกิด แต่ยังบันทึกเป็นยอดขายหรือรายได้ รายการดังกล่าว จึงถือเป็นการแสดงรายได้เกินจริง เพราะแสดงค่าใช้จ่ายเป็นทรัพย์สิน ซึ่งเมื่อค่าใช้จ่ายน้อยลง ทำให้ตัวเลขกำไรเพิ่มขึ้น

ยังขายทรัพย์สินบริษัทในเครือให้บริษัทที่ตั้งเฉพาะกิจ ราคาสูงเกินจริง เช่น กรณีบริษัท เอนรอน อดีตบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของมะกัน ทำให้กำไรเอนรอนสูงเกินจริง รวมถึงให้บริษัทในเครือกู้ แต่เมื่อบริษัทในเครือล้มละลาย บริษัทแม่ก็ตัดขาดทุน

“พฤติกรรมที่กล่าวมา เกิดขึ้นจริง วิธีการตกแต่งบัญชีดังกล่าว เป็นสาเหตุทำให้ 56 ไฟแนนซ์ของไทยต้องปิดตัว เพราะบริษัทส่วนใหญ่ ปล่อยกู้บริษัทในเครือ โดยเฉพาะไฟแนนซ์ใหญ่ และธนาคารใหญ่ ที่ถูกปิด ก็ใช้วิธีการนี้ นี่คือตัวอย่างที่เห็นได้”เธอกล่าว

 

กลับหน้าแรก