|
"เหวง"อ้าง"จัตุมงคล"
แนะเลิกก.ม.11ฉบับ
กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2545 "นายแพทย์เหวง" อ้าง "ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล" อดีตผู้ว่าการ ธปท.ระบุสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายเศรษฐกิจ 11 ฉบับ พร้อมสั่งทุกฝ่ายเร่งทำการบ้าน สรุปความคิดเห็น จากภาครัฐและเอกชน ก่อนประชุมรอบใหม่ต้นปีหน้า นายแพทย์เหวง โตจิราการ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย ในฐานะกรรมการศึกษาแก้ไขกฎหมายเศรษฐกิจ 11 ฉบับ กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการเมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.) ซึ่งมี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ ดร.อัจนา ไวความดี ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ สายนโยบายการเงิน ธปท.เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย และได้ยืนยันว่า กฎหมาย 11 ฉบับไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำให้เป็นข้อผูกพันกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) "เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลัง รายงานว่า เราถูกบังคับให้เข้าไอเอ็มเอฟ เพราะก่อนหน้าที่เราจะทำหนังสือแสดงเจตจำนงของรัฐบาล หรือ LOI ทุกครั้ง จะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไอเอ็มเอฟ กระทรวงการคลัง และแบงก์ชาติมาคุยกัน ก่อนออกมาเป็นเอกสาร แล้วส่งให้กับรัฐมนตรีและผู้ว่าการแบงก์ชาติ จนออกมาเป็น LOI ซึ่งถ้าเรามองในภาพรวมระดับโลก หากว่าประเทศใดทำข้อเสนอ ซึ่งไม่ถูกต้องตามกติกาที่ไอเอ็มเอฟวางไว้ ก็จะถูกปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ" นายแพทย์เหวง กล่าว นายแพทย์เหวง กล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการวานนี้ ได้สรุประบบความคิดทั้งหมดว่า เนื่องจากระบบคิดทั้งระบบ สอดคล้องกับสถานการณ์ในขณะนั้น แต่มาถึงวันนี้ใช้ได้ไม่ดี และได้พิจารณาเกี่ยวกับแนวคิดที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร และจะแก้ไขได้เพียงไหน ซึ่งจะสรุประบบแนวความคิดเป็นลายลักษณ์อักษรได้ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ นายแพทย์เหวง กล่าวอีกว่า มีข้อสรุปค่อนข้างจะตรงกัน เพียงแต่รอเอกสารว่าระบบคิดของเศรษฐกิจในสมัยนั้นไม่สอดคล้องกับระบบคิดของเศรษฐกิจในสมัยนี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีกฎหมาย 11 ฉบับ แต่ยืนยันว่า จะไม่เกิดสุญญากาศทางด้านกฎหมาย เช่น รัฐวิสาหกิจก็มีกฎหมายเดิมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ จะขายรัฐวิสาหกิจให้เอกชนจึงต้องพิจารณาแก้ไข "ที่ประชุมยอมรับเป็นมติว่า สถานการณ์ในวันที่ออกกฎหมาย 11 ฉบับ และการออกกฎหมายขณะนี้แตกต่างกัน หลังจากนั้น จะแบ่งกันไปทำการบ้านเป็นเอกสาร สรุปทั้งฝ่ายของรัฐ และฝ่ายของประชาชน หลังจากนั้นจะนำมารวมกัน และจะส่งให้ทุกคนอ่านอีกครั้ง ซึ่งในที่ 3 ม.ค.2546 จะประชุมกันอีกครั้ง" นายแพทย์เหวง กล่าว ก่อนหน้านี้ คณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษา พ.ร.บ.11 ฉบับที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศในวิปรัฐบาล ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า มีกฎหมายที่ควรแก้ไข 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2543 และ พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2542 ซึ่งจะนำเสนอให้รัฐบาลเพื่อนำไปพิจารณา ส่วนกฎหมายอีก 8 ฉบับ คณะอนุกรรมการ เห็นว่า ควรคงไว้ตามเดิม ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและการอุตสาหกรรม พ.ศ.2542 พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ.2542 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 8 ) พ.ศ. 2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งทั้งสามฉบับ เพราะกฎหมายบางฉบับยังไม่มีการใช้ และถือว่าเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศ ซึ่งหากต่อไปผู้ใช้เห็นว่ากฎหมายที่เหลือยังมีจุดอ่อน สภาผู้แทน หรือวุฒิสภา สามารถนำกลับมาแก้ไขได้
|
| กลับหน้าแรก |