|
สิ่งทอระส่ำ
จีนสวมโควตา - แหล่งผลิต
ผู้ส่งออกเต้นจี้พาณิชย์เร่งสกัด หวั่นสหรัฐตัดสิทธิพิเศษ กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2545 อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศยอมรับ 2 เดือนสั่งฟันทุจริต ปลอมแหล่งกำเนิดถึง 4 ราย ลั่น ขี้โกงต้องเอาเข้าคุก ผู้ส่งออกสิ่งทอ จี้ รัฐสกัดเล่ห์คนไทย สมคบบริษัทข้ามต่างชาติจากเมืองจีน หลังพบยึดไทยฐานสำคัญทั้งสวมโควตา และปลอมแปลงแหล่งกำเนิดสินค้า ด้วยวิธีกลลวงสารพัดอย่าง สมาคมเครื่องนุ่งห่มหวั่นปี 2004 ก่อนเปิดเสรีสิ่งทอ มีการปลอมแหล่งกำเนิดสินค้ารุนแรงขึ้น เหตุจีนยังมีระบบคุมโควตาต่อ หวั่นประเทศไทย สูญเสียโอกาสส่งออกเครื่องนุ่งห่ม ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในการส่งออกเครื่องนุ่งห่ม ประเทศไทยได้กลายเป็นฐานถูกผู้ส่งออกที่ฉกฉวยผลประโยชน์ โดยยึดประเทศเป็นแหล่งฟอกสินค้าก่อนส่งออก ด้วยวิธีเข้ามาซื้อโควตาของไทยเพื่อส่งออกสินค้า จนกลายเป็นเรื่องใหญ่โตที่ผู้นำเข้าสินค้าอย่างสหภาพยุโรป(อียู) ตรวจพบว่า สินค้าที่ส่งเข้าไปจากไทยมีการปลอมแปลงแหล่งกำเนิดสินค้า เรื่องนี้ นายสมบูรณ์ เจือเสถียรรัตน์ เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ได้ยอมรับว่า ขณะนี้มีการปลอมแปลงแหล่งกำเนิด (เซอร์คัมเวนชั่น) สินค้าจริง และกำลังเป็นมะเร็งร้ายของวงการอุตสาหกรรมการส่งออกเครื่องนุ่งห่มของไทย ซึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมามีความรุนแรงในการปลอมแปลงแหล่งกำเนิดสินค้าแตกต่างกัน โดยการส่งออกของปี 2544 รายการ โดยมีกางเกงไปสหภาพยุโรป (แคท 6) ตลาดไม่มี โควตาเหลือ แต่ในประเทศอื่นโควตารายการนี้ฮอตมาก ทั้งจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ราคาสูงมาก อาจเป็นเพราะสาเหตุนี้ ที่ทำให้ต้นปี 2545 นี้รายการแคท 6 ไปสหภาพยุโรปจึงกลับมาฮอตอีกครั้ง ในช่วงต้นปีมีการส่งออกสูงมาก "ผู้ส่งออกได้เข้าสอบถามจากกรมการค้าต่างประเทศ เพราะเกรงว่าผิดปกติ ปรากฏว่า มีการทำการปลอมแปลงแหล่งกำเนิดสินค้าจริง" เขากล่าวว่า วิธีการทำมีหลายวิธีการ เช่น ไม่มีการส่งสินค้าเข้ามาเมืองไทย โดยสินค้าออกจากฮ่องกง เข้าสิงคโปร์ และเข้ายุโรป แต่มาทำเอกสารที่เมืองไทย ว่า สินค้าออกจากไทย โดยร่วมมือกับบริษัทเรือ หรือใช้วิธีการตั้งบริษัทลูกในไทย แต่บริษัทแม่ในจีนมีโรงงานผลิตส่งสินค้าเข้ามาตัดเย็บในไทยแล้ว ส่งออกบ้างหรือไม่ส่งเข้ามา โดยนำผ้าเข้ามาเป็นบริษัทหนึ่ง และส่งออกไปอีกโดยบริษัทหนึ่ง ปัญหาดังกล่าวกรมศุลกากร กรมการค้าต่างประเทศ ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจเอกสาร ตรวจสินค้า แต่ยอมรับว่า การตรวจสอบที่เข้มงวด จะมีปัญหาเป็นภาระกับผู้ส่งออกที่สุจริต เช่น ค่าตรวจหลักฐาน ค่าเปิดตู้ แต่จำเป็นต้องยอมรับ เพราะการปลอมแปลงแหล่งกำเนิด ส่งผลเสียกับผู้ส่งออกที่สุจริต และชื่อเสียงประเทศไทย "เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ส่งออกได้เข้าพบอธิบดีกรมศุลกากร พร้อมเสนอแนวทางการตรวจสอบเอกสารควรทำอย่างไร ปัญหานี้จะปะทุรุนแรงอย่างแน่นอนในปี 2004 เพราะเป็นปีสุดท้ายก่อนจะเปิดเสรีในปี 2005 เชื่อว่า สินค้าจากจีนจะเข้ามาสวมแหล่งกำเนิดสินค้ามากขึ้น" นายสมบูรณ์ กล่าวและว่า ในส่วนของจีน จะยังมีการคุมโควตาออกไปอีกระยะหนึ่ง ตามข้อตกลงก่อนเข้าเป็นสมาชิกดับบลิวทีโอ จึงอาจมาอาศัยโควตาไทยก็ได้ ยึดโควตากองกลางปลอมแหล่งกำเนิด จากการตรวจสอบข้อมูลของสมาคม พบว่า การปลอมแปลงแหล่งกำเนิดสินค้าส่วนใหญ่ จะเป็นการทำในส่วนของโควตากองกลาง มากกว่าโควตาประวัติ และส่วนใหญ่เป็นการทำของบริษัทต่างชาติ หรือมีต่างชาติมีส่วนร่วม กรมศุลกากร และกรมการค้าต่างประเทศ ต้องจับมือกันดำเนินการเรื่องนี้ โดยต้องตรวจสอบบัญชีซื้อขายวัตถุดิบสินค้าสำเร็จรูป การจ่ายค่าแรงงาน มีการผลิตจริงหรือไม่ นายสมบูรณ์ กล่าว สำหรับนโยบายการจัดสรรโควตาปี 2546 ที่กรมการค้าต่างประเทศ กำลังดำเนินการเพื่อออกระเบียบเสนอ รมว.พาณิชย์ ลงนามนั้น เขาไม่เห็นด้วย หากจะมีการตัดโควตาประวัติ หรือโควตาหลักลงมา เพราะขณะนี้ผู้ส่งออกได้เสียโอกาสจากการลงออเดอร์สินค้าไปมาก เพราะโควตาไม่พอส่งออก โดยผู้ซื้อรายใหญ่จะเลือกผู้ผลิตที่มีความสามารถในการผลิตเพียงพอเพียงไม่กี่ราย แต่หากไม่มีโควตา ไม่สามารถรับออเดอร์ได้ ซึ่งในขณะนี้ผู้ส่งออกไม่สามารถขยายธุรกิจของตัวเองได้อยู่แล้ว การที่กระทรวงพาณิชย์ บอกว่า ต้องการส่งเสริมรายใหม่ รายย่อยนั้นเห็นด้วย แต่วิธีการต้องมีความเป็นธรรมเท่าเทียมกันให้ผู้ส่งออกรายเก่าด้วย การตัดโควตาสร้างความเสียหายมาก และประเทศไทยอาจสูญเสียโอกาสในการส่งออกได้ นายสมบูรณ์ กล่าว แฉเล่ห์จีนยึดไทยสวมโควตาสิ่งทอ นายทองสถิตย์ ลีลาประทักษ์ กรรมการเลขานุการมูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ยอมรับว่า มีการซื้อขายโควตากันจริงในผู้ส่งออกสิ่งทอ แต่เป็นผู้ส่งออกส่วนน้อย ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับคนส่วนใหญ่ ที่พลอยมีปัญหาไปด้วย ปัญหาอีกประการที่สำคัญ คือ การสวมแหล่งกำเนิดสินค้าเพื่อใช้โควตา ที่ผ่านมามีสินค้าจากจีนเข้ามาสวมแหล่งกำเนิดไทย แต่ไม่มีการปราบปรามจับกุมที่เด็ดขาด ซึ่งเขาเห็นว่า ภาครัฐ โดยเฉพาะกรมศุลกากร ต้องปราบปรามจับกุมอย่างเด็ดขาด สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ไม่สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ เพราะผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มมีกว่า 2,000 ราย เป็นสมาชิกสมาคมเพียง 564 รายเท่านั้น เท่าที่ได้รับทราบมาวิธีการที่กลุ่มสวมแหล่งกำเนิดใช้ คือ การตั้งบริษัทในไทย และมีบริษัทลูก ที่เป็นโรงงานผลิตในจีน คอยผลิตสินค้าป้อนให้ บางรายสินค้าไม่ต้องผ่านเข้ามาเพื่อตัดเย็บในไทย แต่จะผลิตสำเร็จในจีนแล้ว ส่งออกจากจีนเลย แต่ใช้โควตาและแหล่งกำเนิดสินค้าในไทย รัฐต้องจัดการปัญหานี้ให้เด็ดขาด เอาจริงกับการตรวจสอบ ต้องขอดูเอกสารหลักฐาน ใบขนทุกครั้งที่มีการนำเข้า-ส่งออก ต้องทำให้รู้ให้ได้ว่า ที่แจ้งนำเข้าวัตถุดิบมีที่มาอย่างไร ผลิตจริงหรือไม่ มีการจ้างแรงงานผลิตจริงหรือไม่ นายทองสถิตย์ กล่าว วิธีการสวมแหล่งกำเนิด หากประเทศผู้นำเข้าจับได้ จะมีปัญหาหนัก และเสียหายกับวงการอุตสาหกรรมสิ่งทอมาก ขณะนี้สหรัฐเองเริ่มตรวจเข้มและสุ่มตรวจโรงงานผลิตในไทยทุกปี ในระยะหลัง โดยทางศุลกากรสหรัฐ จะมีรายชื่อโรงงานผู้ผลิตในไทยอยู่แล้ว หากเห็นว่ามีสิ่งผิดปกติจะเข้ามาตรวจสอบเข้มข้นขึ้น หวั่นถูกสหรัฐตัดโควตาสิ่งทอ นายชวลิต นิ่มละออ ประธานบริษัท โอเรียนตอล การ์เมนท์ จำกัด กล่าวว่า ผลเสียจากการปลอมแปลงแหล่งกำเนิดสินค้า หรือการสวมสิทธิโควตาสิ่งทอ ถือว่าเป็นอันตรายต่ออุตสาหกรรมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มนั้น เป็นมูลค่ามหาศาลที่ไม่ประเมินได้ แต่ที่เสียหายมากไปกว่านั้น คือ ทำให้ประเทศชาติสูญเสียโอกาสในการส่งออก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งในทางปฏิบัติก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่สิ่งที่ภาคเอกชนและภาครัฐต้องดำเนินการคือ ต้องระมัดระวังการให้และใช้โควตา เพราะหากภาครัฐเข้มงวดการให้โควตามากเกินไป ก็จะทำให้ผู้ประกอบการที่สุจริตเดือดร้อน ขณะที่พวกทุจริตก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก นอกจากนั้น กรมศุลกากรก็ควรจะควบคุมสินค้านำเข้าให้มีความชัดเจนถึงแหล่งกำเนิดของสินค้าที่แท้จริง "ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจมีผลกระทบไปถึงการถูกสหรัฐตัดสิทธิให้โควตาสิ่งทอได้ง่ายๆ หากรัฐบาลไทยไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ปัญหาการสวมสิทธิ" นายชวลิต ระบุ อียูตะลึงพบสินค้าไทยปลอมแหล่งกำเนิด ด้าน นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า มีการสวมแหล่งกำเนิดสินค้าจริง โดยในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับกรมศุลกากร ได้จับกุมผู้ผลิตที่ปลอมแปลงแหล่งกำเนิดสินค้า 4 ราย และได้เพิกถอนใบอนุญาตการส่งออกไปแล้ว โดยบริษัทที่ถูกจับได้นั้น ปลอมแปลงแหล่งกำเนิดสินค้า แล้วส่งออกไปอียู ซึ่งทางอียูเองสงสัย ได้แจ้งให้กรมการค้าต่างประเทศตรวจ ซึ่งปรากฏว่าเป็นความจริง ทั้ง 4 รายนำเข้ามาจากจีน ฮ่องกงแล้ว แสดงใบอินวอยเข้า-ออกสินค้าชนกันพอดี เลยจับได้ และในช่วงนั้นมาวิ่งขอโควตาเยอะมาก พร้อมๆ กันหลายรายการ หลายบริษัท หลายชื่อ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ที่พิจารณา จึงเพิกถอนใบอนุญาต และริบโควตาที่เคยให้ไปคืนทั้งหมด ให้ออกจากวงการไปเลย นายราเชนทร์ กล่าว เขากล่าวว่า กรมการค้าต่างประเทศได้เห็นปัญหาดังกล่าว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเสียหายกับประเทศอย่างร้ายแรงและจะถูกประเทศผู้นำเข้าเล่นงาน นอกจากรายบริษัทแล้วประเทศยังได้รับความน่าเชื่อถือลดลง และจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น จากปัญหาผู้ส่งออกที่จ้องทุจริตไม่กี่ราย เขากล่าวว่า นอกจากริบโควตา เพิกถอนใบอนุญาตแล้ว กำลังให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายพิจารณาแจ้งความดำเนินดคีด้วย เพราะเป็นคดีอาญาในข้อหาแสดงเอกสารเท็จต่อรัฐ ต้องลงโทษให้เด็ดขาด สำหรับผู้ส่งออกที่จ้องจะโกงอย่างนี้ เพราะเป็นความเสียหายร้ายแรง ต้องเอาเข้าคุกด้วย ขณะเดียวกัน ต้องหาทางป้องกันด้วยการให้แจ้งขายให้ใคร ไปที่ไหนอย่างไร นำเข้ามามีแรงงานผลิตหรือไม่ เครื่องจักรเดินเครื่องหรือไม่ พวกนี้ต้องทำรายงานแจ้งด้วย นายราเชนทร์ กล่าว นายราเชนทร์ กล่าวว่า สำหรับนโยบายการจัดสรรโควตาส่งออกสิ่งทอ หรือระเบียบสิ่งทอปี 2546 นั้น ขณะนี้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ศึกษาแนวทางในการระวังป้องกัน การทุจริตเหล่านี้ รวมทั้งการซื้อ-ขายโควตาด้วย โดยจะจัดทำให้แล้วเสร็จไม่เกินช่วงกลางเดือนหน้า เพื่อประกาศและบังคับใช้ให้ทันก่อนวันที่ 1 ม.ค.2546 ชี้ส่งออกสิ่งทอปีหน้าแข่งเดือด ด้าน นายทรงชัย ใสเศวตวารี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวถึงการประเมินภาวะการส่งออกสินค้าสิ่งทอในปี 2546 ว่า จะเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งผู้ส่งออกไทยต้องปรับตัวให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เร็วขึ้น รวมทั้งเชื่อมโยงกลุ่มอุตสาหกรรมภายในเข้าด้วยกัน เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนการผลิตให้สั้นลง หนีคู่แข่ง สำหรับการส่งออกช่วง 10 เดือนแรกปีนี้ ในส่วนของสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม มีมูลค่าทั้งสิ้น 2,462 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 6.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ส่งออกได้ 2,414 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เชื่อว่า ยอดการส่งออกในไตรมาสสุดท้าย จะทำให้การส่งออกมีมูลค่า 3,002 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการส่งออกผ้าผืนในช่วง 10 เดือนแรก มีมูลค่า 661.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 6.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ส่งออกได้มูลค่า 705 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังมั่นใจว่า เมื่อถึงสิ้นปีการส่งออกจะไม่ติดลบ ทั้งเครื่องนุ่งห่มและผ้าผืนแน่นอน ซึ่งอยู่ในเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะไตรมาสสุดท้าย ที่การส่งออกสินค้าหมวดนี้จะขยายตัวมาก โดยเดือน ต.ค.มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 13% ในปี 2546 ปัจจัยที่จะเป็นตัวฉุดการส่งออกสิ่งทอ มี 2-3 ประการสำคัญ เช่น การวมกลุ่มเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดมากขึ้น และมีการค้าขายกันเองภายในกลุ่ม ประกอบกับการแข่งขันกันเองของผู้ผลิตในเอเชีย ทั้งเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงต้องปรับตัวด้วยการหันไปผลิต เพื่อขายในตลาดระดับบน เพิ่มการออกแบบดีไซน์ แฟชั่นเข้าไปในตัวสินค้ามากขึ้น รวมทั้งการเข้าสู่ระบบมาตรฐานต่างๆ ในการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า
|
| กลับหน้าแรก |