|
ร้านเล็กสู้ร้านใหญ่ Rich&Risk : กมลวรรณ มักการุณ สนใจเรื่องนี้ไปที่ http://www.winstore.net/ ใน 'ค้าส่งออนไลน์' "ร้านค้าออนไลน์" คืออะไร? แล้วจะมาช่วยโชวห่วยได้อย่างไร? ดูเหมือนว่าทั้งสองอย่างนี้ไม่น่าจะมีอะไรมาเกี่ยวข้องกันได้เลย แต่บริษัท "วินสโตร์" ผู้ให้บริการด้านอี-คอมเมิร์ซ แก่ธุรกิจค้าปลีก กำลังทำให้สองสิ่งนี้เข้ามาเชื่อมโยงกันอย่างลงตัว ด้วยเวบไซต์ "เวบสโตร์" (Webstore by Winstore) www.winstore.net www.winstore.net คือ เวบไซต์แห่งแรกที่มีบริการขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านทางอินเทอร์เน็ต และส่งตรงถึงร้านค้าปลีกรายย่อยทั่วประเทศ ที่ "ง่ายกว่า" ก็คือ ร้านค้าปลีกสามารถสั่งซื้อสินค้าได้จากที่นี่เพียงแห่งเดียวก็ได้สินค้าครบทุกประเภท เปรียบเสมือนเป็น "ร้านค้าส่ง" ของบรรดาร้านโชวห่วยและร้านค้าปลีกขนาดเล็กทั้งหลาย แถมยังมีบริการจัดส่งตรงถึงร้าน โดยที่ทางร้านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ช่วยให้ไม่ต้องวิ่งวุ่นติดต่อซัพพลายเออร์ให้เมื่อย ไม่ต้องสั่งคราวละมากๆ ไม่ต้องตุนสินค้า ไม่ต้องเดินทาง และไม่ต้องรออีกต่อไปแล้ว "ปรีชา เวชสุภาพร" รองประธานกรรมการบริหาร บริษัทวินสโตร์ จำกัด ให้คอนเซ็ปท์ของเวบไซต์นี้ไว้ว่าเป็น "การรวมศูนย์" ของร้านค้าปลีก โดยที่ทาง "วินสโตร์" จะเป็นผู้รวบรวมสินค้าที่มีอยู่กว่าสองพันรายการไว้ในเวบไซต์ หากร้านใดสนใจสั่งสินค้าประเภทใดก็เข้ามาเลือกจับจ่ายกันได้ตามสบาย "หลายคนอาจสงสัยว่าเราจะเอาเทคโนโลยีมาช่วยวงการค้าปลีกได้อย่างไร เราก็คือผู้ให้บริการทางด้านการสั่งและส่งสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต ทุกวันนี้ที่ร้านค้าปลีกมีปัญหาก็คือ ไม่สามารถสั่งของในปริมาณมากพอที่ซัพพลายเออร์หรือยี่ปั๊วซาปั๊วจะส่งได้ เราจึงใช้หลักการรวมศูนย์ คือไม่ต้องผ่านคนกลาง เราสามารถเข้าถึงผู้ผลิตได้เลย ไม่มีปัญหาเรื่องระยะทาง เพราะหลักการของเราคือ การรวมความต้องการของร้านค้ารายย่อยไว้ในที่เดียว เป็นลักษณะหนึ่งของ Supply Chain Management" "ปรีชา" กล่าว หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ผู้ผลิตแต่ละรายจะส่งสินค้ามายังวินสโตร์ แล้วทางวินสโตร์จะเป็นผู้รวบรวมและทำการส่งสินค้าให้กับร้านย่อยอีกทอดหนึ่ง ซึ่งด้วยวิธีนี้ ร้านค้ารายย่อยจะสามารถร่วมกันสั่งปริมาณมากพอที่จะทำให้เกิด "ความประหยัด" ได้ "วินสโตร์เป็น fourth party logistic คือเราก็ไปจ้างเขาขนส่งสินค้าอีกทีหนึ่ง ซึ่งคอยบริการการขนส่งให้เรา คือบริษัท เดวิดส์ ดิสตริบิวชั่น ผู้ให้บริการที่มีศักยภาพในการจัดส่งสินค้าถึงหน้าร้านทั่วประเทศภายใน 48 ชั่วโมง" "ปรีชา" กล่าว เขายกข้อดีของระบบการรวมศูนย์ที่มีต่อร้านค้าปลีกรายย่อยให้ฟังว่า เป็นการลดปัญหาเรื่องสินค้าในสต็อก เพราะไม่จำเป็นต้องสั่งสินค้ามาในปริมาณมากๆ ทั้งยังช่วยลดภาระด้านการบริหารและการจัดการ "สมมติว่าเดิมเราต้องการสินค้าจากซัพพลายเออร์สิบราย ก็ต้องโทรศัพท์สิบครั้ง ซัพพลายเออร์ก็มาส่งสิบครั้ง เรารับสินค้าทั้งหมดสิบครั้ง วิ่งวุ่นจนเหนื่อย บางทีโทรศัพท์ตามแล้วตามอีกของก็ยังไม่มา การโหลดสินค้าก็เสียเวลา ซัพพลายเออร์รายนึงส่งของใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง วันนึงสิบรายก็ห้าชั่วโมงแล้ว แต่วิธีนี้ทุกอย่างเสร็จได้ในการสั่งซื้อครั้งเดียว ถ้าจะประเมินว่าประหยัดได้เท่าไหร่ คงเทียบได้จากค่าโทรศัพท์เท่านั้น แต่มันประเมินยากว่ารับของจากซัพพลายเออร์รายนึงเสียเวลาเท่าไหร่ รับสิบรายเสียเวลากี่ชั่วโมง ที่เราจะเห็นคือ ภาพของความยุ่งยากที่ลดลงแน่" นอกจากนี้ สินค้าในเวบสโตร์ยังมีมากมายให้เลือกกว่าสองพันรายการจากผู้ผลิตกว่า 170 ราย นอกจากสินค้าที่ใช้และบริโภคในชีวิตประจำวันแล้วก็ยังมีสินค้าในหมวดอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ยาสามัญประจำบ้าน อุปกรณ์สื่อสาร(บัตรโทรศัพท์, ชั่วโมงอินเทอร์เน็ต) อุปกรณ์ตกแต่งและรักษารถ ไปจนถึงหมวดสัตว์เลี้ยง "นอกจากนี้เราก็มีโครงการนำเอาของฝากชื่อดังจากจังหวัดต่างๆ มาจำหน่ายด้วย ในหมวดรายการของดีเจ้าดัง หรือเป็นของดีในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งตอนนี้มีสินค้ากลุ่มนี้ประมาณ 22 รายการแล้ว" "ปรีชา" กล่าว สำหรับสิทธิพิเศษที่ร้านค้าปลีกจะได้รับจากการเป็นสมาชิกก็คือ ทางวินสโตร์จะส่งสินค้าตัวอย่างที่ออกใหม่หรือเพิ่มเข้ามาใหม่ในแต่ละเดือน ให้ร้านค้าได้รับทราบและทดลองใช้ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการแนะนำผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า และเพื่อประกอบการตัดสินใจสั่งซื้อสินค้า โดยจะจัดส่งให้พร้อมกับวารสาร "วินสโตร์ ทูเดย์" ซึ่งเป็นจดหมายแจ้งข้อมูลข่าวสาร และความเคลื่อนไหวในวงการค้าปลีกให้สมาชิกได้ทราบอย่างสม่ำเสมอเป็นรายเดือน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ที่ดูว่าการเป็นสมาชิกของเวบสโตร์นี้จะ "เข้าท่า" มากขึ้นไปอีก นั่นก็คือสมาชิกสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพื่อการพัฒนาธุรกิจขนาดย่อม (SMEs financing) จากธนาคารพันธมิตรของวินสโตร์เพื่อซื้อสั่งสินค้าจากเวบสโตร์ได้ด้วย ซึ่งธนาคารที่จะรับพิจารณาลูกค้าวินสโตร์เป็นพิเศษคือ แบงก์เอเชีย กรุงไทย ไทยพาณิชย์ กรุงศรีอยุธยา และกสิกรไทย ฟังดูแสนจะดี แต่เมื่อมาถึงตรงนี้หลายคนคงนึกว่าต้องมีค่าธรรมเนียมในการเป็นสมาชิกหรือการสั่งสินค้าแน่ๆ...แต่เปล่าเลย เพราะ "ปรีชา" ยืนยันว่า งานนี้ "ฟรี" ล้วนๆ "สมาชิกไม่ต้องเสียอะไรให้เราเลย ถ้าจะถามว่าแล้วเราได้อะไรจากธุรกิจตรงนี้ เราก็ได้รับส่วนต่างจากการประหยัดต้นทุนหรือ cost saving ที่เกิดขึ้นแก่ซัพพลายเออร์ เพราะเค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า เราจะเป็นผู้จัดการให้ทั้งหมด รายได้หลักของเรามาจากการที่ผู้ผลิตสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้โดยมีประสิทธิภาพเท่าเดิม เพราะถ้าเค้าประหยัดค่าขนส่งได้ ต้นทุนที่ไปถึงรายย่อยก็จะถูกลง" เขากล่าว ส่วนการสมัครเข้าเป็นสมาชิกนั้นไม่มีอะไรยุ่งยาก เพียงแต่เข้าไปที่เวบไซต์ กรอกข้อมูลลงทะเบียนในแบบฟอร์มรับสมัคร หลังจากนั้นทางบริษัทจะพิจารณาอนุมัติให้เป็นสมาชิกและจะจัดส่ง "รหัสประจำตัว" และ "รหัสผ่าน" มาให้ ซึ่งจะเป็นข้อมูลส่วนตัวที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา "เป็นสมาชิกไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เรามีเงื่อนไขว่าสมาชิกต้องสั่งสินค้าขั้นต่ำ 5,000 บาท และไม่กำหนดรายการสินค้า จะสั่งรวมๆ กันหลายชนิดก็ได้ เราจะส่งของให้อาทิตย์ละครั้ง เผื่อสต็อกไว้อาทิตย์เดียวก็พอ อาทิตย์หน้าก็สั่งใหม่ได หรือถ้าร้านไหนขายดีของหมดเร็ว ก็จะส่งอาทิตย์ละสองครั้ง" บางคนอาจจะนึกต่อไปว่า ในเมื่อเป็นสมาชิกฟรีแสดงว่าราคาสินค้าคงแพงเอาการ แต่ "ปรีชา" บอกว่าราคาสินค้าก็เหมือนการซื้อส่งทั่วไป โดยใช้หลักราคา "ยุติธรรม" ให้ร้านเล็กแข่งกับร้านใหญ่ได้ "เราไม่กล้าบอกว่าของเราถูกกว่าซื้อจากดิสเคานท์สโตร์ อาจจะถูกกว่าในบางรายการ และแพงกว่าในบางรายการ ไม่ได้ถูกกว่าทั้งหมด แต่ถ้าไปซื้อที่ห้างใหญ่ๆ ก็จะไม่ได้บริการแบบที่เรามีให้" "ปรีชา" บอกว่ากลุ่มเป้าหมายหลักที่วินสโตร์ต้องการให้มาเป็นลูกค้าของระบบร้านค้าออนไลน์นี้คือร้านค้าปลีกทั่วไป โดยแบ่งเป็นร้านในปั๊มหรือจีสโตร์ ร้านสะดวกซื้อที่เป็นแฟรนไชส์ ร้านค้าปลีกขนาดเล็กไปจนถึงโชวห่วยแบบดั้งเดิม รวมทั้งกลุ่มร้านค้าสหกรณ์ตามชุมชนต่างๆ โดยร้านเหล่านี้ไม่ต้องลงทุนเพิ่มใดๆ เพียงมีคอมพิวเตอร์และชั่วโมงอินเทอร์เน็ตเท่านั้น "ถ้าเราประเมินบนสมมติฐานว่าทุกบ้านมีคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว เพราะเดี๋ยวนี้พ่อแม่มักซื้อคอมพ์ให้ลูกเล่นเกม เท่ากับว่าไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเลย แค่มีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและชั่วโมงอินเทอร์เน็ตก็ใช้ได้แล้ว ยิ่งถ้าใช้คอมพิวเตอร์เป็นอยู่แล้วก็ง่ายมาก แต่หากยังใช้ไม่คล่อง เราก็มีการอบรมการสั่งซื้อผ่านทางอินเทอร์เน็ตให้แก่ร้านค้าสมาชิกฟรีด้วย" เขากล่าว แต่หากร้านค้าปลีกยังไม่มีความพร้อมทางด้านอุปกรณ์ หรือว่ายังใช้คอมพิวเตอร์ไม่คล่อง ทางวินสโตร์ก็ยินดีรับใบสั่งซื้อโดยโทรศัพท์หรือแฟกซ์ไปก่อนในช่วงแรก สำหรับการจ่ายเงินนั้น "ปรีชา" บอกว่าทางวินสโตร์ไม่รับเงินสด ผู้ประกอบการสามารถเลือกจ่ายได้สองวิธีคือ การจ่ายผ่านบัตรเครดิตวีซ่าหรือมาสเตอร์การ์ด และทางอินเทอร์เน็ต อีกวิธีคือ การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารแล้วแฟกซ์หลักฐานการโอนเงินมาให้บริษัท เป็นอย่างไรบ้าง..."ทางเลือกใหม่" ของโชวห่วยคราวนี้ ร้านใดสนใจจะลองสมัครเข้าเป็นสมาชิกและสั่งสินค้าดูก็ได้ เพราะไม่มีข้อผูกมัดใดๆ จากการเป็นสมาชิกทั้งสิ้น "ร้านค้าปลีกรายย่อยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาตนเองเพื่อความอยู่รอดในการดำเนินธุรกิจ และหวังว่าบริการจากวินสโตร์นี้จะเป็นทางเลือกใหม่อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ประกอบในยุคอี-บิสซิเนส" "ปรีชา" กล่าว
|
| กลับหน้าแรก |