|
'เดอ โซโต' อิน แบงค็อก ไม่ตอบโจทย์ประเทศไทย รายงาน จากประชาชาติธุรกิจ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2545 'ระบบกฎหมายที่ดินที่เหมาะสม จะทำให้สินทรัพย์ที่ตายกลายเป็นสิ่งมีชีวิต และสร้างรายได้ในระบบเศรษฐกิจ อย่างเป็นทางการ' เป็นคำกล่าวของ เฮอร์นันโด เดอ โซโต นักเศรษฐศาสตร์ชาวเปรูเจ้าของแนวความคิด 'แปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน' ในการบรรยายหัวข้อ 'การเพิ่มอำนาจให้คนจน' ที่ศูนย์การประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เดอ โซโตระบุว่า การปฎิรูปกฎหมายที่ดิน เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างชาติ เป็นทั้งเรื่องทางการเมือง และกฎหมาย 'การปฏิรูปกฎหมายที่ดิน เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยเวลายาวนาน' สิ่งสำคัญคือ การสร้างกฎหมายที่ทุกคนยอมรับ และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ดังนั้นจึงต้องมีการพูดคุยเพื่อให้ทุกฝ่าย ได้รับในสิ่งที่ต้องการ และการจะทำเช่นนั้น ก็ต้องเริ่มจากในระดับล่างขึ้นไปข้างบน (bottom-up) เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับคนส่วนมาก รวมทั้งต้องมั่นใจว่า ประชาชนอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่อยู่ภายใต้ผู้ปกครอง ดังนั้น เมื่อมีกฎหมายที่ดี ไม่เพียงแต่คนจนเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์ แต่ทุกคนจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน กุญแจสำคัญจึงอยู่ที่การเพิ่มกฎหมายการครอบครองสิทธิที่ดินโดยไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ส่วนการที่ระบบทุนนิยม ประสบความสำเร็จในประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นผลจากการมีระบบจัดการสินทรัพย์ที่เหมาะสม ในยุโรปและอเมริกา มีการใช้กฎหมายที่ดิน มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 แม้ว่าขั้นตอนการพัฒนากฎหมายที่ดิน จะต้องใช้เวลายาวนาน เดอ โซโต ยกตัวอย่างกรณีของเยอรมนี ใช้เวลาพัฒนากฎหมายที่ดินนานถึง 96 ปี ในสวิตเซอร์แลนด์ใช้เวลา 20 ปี ส่วนญี่ปุ่นได้มีการพัฒนากฎหมายที่ดิน มาตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ประชากรส่วนใหญ่เป็นเจ้าของที่ดิน เดอ โซโต กล่าวว่า ปัญหาสำคัญคือ การที่คนจนไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดิน เนื่องจากระบบกฎหมายที่ดินที่ยังไม่พัฒนา ผลก็คือคนรวยมีสิทธิ ในการครอบครองที่ดิน ขณะที่คนจนต้องอยู่นอกระบบ อย่างไรก็ตาม เดอ โซโต ได้ย้ำว่าทุนไม่ได้หมายถึงเงิน แต่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์และให้เกิดรายได้ และการให้อำนาจแก่คนจน ก็ไม่ได้หมายถึง การบริจาค แต่เป็นการทำให้เกิดการเติบโตในระยะยาว ดังนั้นหากมีระบบกฎหมายที่ดี ในการให้สิทธิ ในการครอบครองที่ดิน แก่คนจน ก็จะช่วยให้ผู้ครอบครองที่ดิน สามารถนำเอกสารการครอบครองสิทธิที่ถูกกฎหมาย มากู้ยืมเงินจากรัฐเพื่อนำไปทำกินต่อได้ สำหรับประเทศไทยแนวความคิด 'การแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน' ของเดอ โซโต อาจเป็นคำตอบหนึ่ง ในการแก้ไขปัญหาความยากจน แต่การจะนำมาประยุกต์ใช้ อย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทยนั้น ยังเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายสงสัย ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร จากคณะเศรษฐ ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นนี้ว่า แม้แนวความคิดของเดอ โซโต จะเป็นทางเลือกหนึ่ง ในการเพิ่มอำนาจให้แก่คนจน แต่การนำแนวความคิดนี้ มาปรับใช้กับประเทศไทยคงเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก 'กระบวนการปฏิรูปกฎหมายที่ดินในไทย ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า คนจนยังไม่สามารถมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ขณะที่คนรวยกลับให้เงินเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้ได้มีสิทธิครอบครองที่ดิน' ส่วน นางประทีป อึ้งทรงธรรม แสดงความกังขาว่า แนวความคิดของเดอ โซโต จะสามารถนำมาปรับใช้ในประเทศไทยอย่างได้ผลหรือไม่ เพราะเท่าที่ผ่านมา นโยบายการช่วยเหลือคนจนของรัฐบาลนั้น ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ขณะที่ เทคโนแครตของไทยหลายคน วิพากษ์ว่า เดอ โซโต ต้องการมาโปรโมต หนังสือของตัวเองมากกว่า และเอาเข้าจริง แนวคิดของเดอ โซโตก็ไม่มีอะไรใหม่ แถมแนวคิดที่ตกตะกอนจากเปรู จะนำมาใช้กับประเทศไทยได้หรือไม่ ยังน่าสงสัย ? ลึกไปกว่านั้นคือ รัฐบาลทักษิณจะมีความกล้าหาญ เพียงพอที่จะปฏิรูปกฎหมายที่ดินเชียว หรือ ? เพียงแค่ 'สมบัติ อุทัยสาง' อดีต รมช. มหาดไทย เสนอแนวคิดยึดที่ดินรกร้างว่างเปล่า มาเป็นของรัฐ ยังเงียบกริบกันทั้งเมือง... และยิ่งเปิดสินทรัพย์ของบรรดารัฐมนตรี ก็จะพบความจริงว่า ที่ดินในประเทศนี้ กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนเพียงหยิบมือเดียว ดังนั้น ไอเดียของเดอ โซโต อาจเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน เพียงชั่ววูบ
|
| กลับหน้าแรก |