อัมมารหนุนแปลง ส.ป.ก. เป็นโฉนด

กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 16 ธันวาคม 2545

"การขยักให้เกษตรกรมีสิทธิครอบครองที่ดิน แต่ไม่สามารถซื้อขายได้ เป็นการไม่เคารพต่อสิทธิเกษตรกร"

อัมมาร สนับสนุนแนวคิดการแปลงส.ป.ก. เป็นโฉนด ชี้เกษตรกรควรมีสิทธิในที่ดินอย่างสมบูรณ์ มั่นใจไม่เกิดปัญหาการบุกรุกล่าที่ดิน เหตุความต้องการใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีแนวโน้มลดลงหลังจากหนุ่มสาวออกจากชนบทไปแล้วกว่า 50% แต่เตือนรัฐศึกษาวิจัยอย่างรอบคอบก่อนเดินหน้า

ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวแสดงความสนับสนุนแนวคิดการแปลงเอกสิทธิ์ที่ดินส.ป.ก. ไปเป็นโฉนด โดยระบุว่า เราต้องเคารพต่อความสามารถ ภูมิปัญญาของคนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ เกษตรกรโดยการให้สิทธิอันสมบูรณ์ ในการครอบครองที่ดินของเขา

"การขยักให้เกษตรกรมีสิทธิครอบครองที่ดิน แต่ไม่สามารถซื้อขายได้ เป็นการไม่เคารพต่อสิทธิเกษตรกร ผมคิดว่า เกษตรกรส่วนใหญ่จะหวงแหนที่ดิน และรักษาที่ดินที่เขามีเอาไว้" ดร.อัมมาร กล่าวอย่างมั่นใจ ต่อความกังวลว่า การแปลงส.ป.ก.เป็นโฉนดจะทำให้เกษตรกรขายที่ดินและหลุดมือไปเป็นของนายทุนหมด

"แต่ก็แน่นอนว่าที่ดินสวยๆ ก็จะถูกขายแน่ อันนี้ก็แล้วแต่การตัดสินใจของเกษตรกร เอง หากเขาเลือกที่จะเลิกอาชีพเกษตรกร นี้ในอนาคต"

ดร.อัมมาร กล่าวว่า ทั้งนี้แม้ว่าเกษตรกร จะตัดสินใจขายที่ดินออกไป ภายหลัง เราก็ไม่ควรเป็นกังวล ว่าจะเป็นเหตุให้เกิดการบุกรุกที่ดินขนานใหญ่ต่อไปในอนาคต ด้วยเหตุว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คนหนุ่มสาวได้พากันออกจากหมู่บ้าน ไปนอกภาคเกษตรถึง 50% ความต้องการที่ดินที่ลดลงนี้ จะทำให้การบุกรุกลดน้อยลงไป

อย่างไรเขากล่าวว่าในปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่า มีการซื้อขายที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสิทธิประเภท ส.ป.ก., สิทธิทำกิน (สทก.) โดยชาวบ้านจะขายให้แก่นายทุนท้องถิ่นในราคาที่ถูก และนายทุนที่มีอิทธิพลเหล่านี้จะสามารถนำไปแปลงให้เป็นโฉนดและขายได้ในราคาสูงในภายหลัง โดยที่นายทุนกลายเป็นผู้ได้รับกำไรสูงสุด จากการขายที่ดิน โดยที่เกษตรกรมีส่วนได้รับประโยชน์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

"การให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยสมบูรณ์แก่เกษตรกร นั้นเป็นเรื่องที่ควรจะทำ แต่หากทำบนพื้นฐานตามที่รัฐบาลอ้างว่าเพื่อจะได้ให้ไปปล่อยกู้ต่อไปได้นั้น เป็นเรื่องไม่ควรอย่างยิ่งและสิ่งที่ควรจะระวังคือ คนที่จะได้โฉนดที่ดินจะต้องเป็นคนที่เราอยากให้เขาได้รับเพื่อการใช้ประโยชน์ แท้จริง"

ดร.อัมมาร กล่าวว่า รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารโดยสมมติฐานว่า เกษตรกรเป็นหนี้ จำนวนมาก จำเป็นที่จะต้องมีการหยุดพักชำระหนี้ โดยที่ขณะนี้รัฐบาลมีโครงการปล่อยเงินกู้มากมายมโหฬาร ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม (บอย.)

"รัฐบาลนอกจากจะให้ประชาชนที่เป็นหนี้ ไม่ต้องจ่ายหนี้แล้ว ยังส่งเสริมให้มีการกู้ยืมในทุกระดับ รัฐบาลต้องการจะกลับไปมีปัญหาอีกรอบหรืออย่างไร เมืองไทยต้องการการลงทุนก็จริงแต่ ไม่ใช้ด้วยวิธีการสร้างของรัฐ ควรจะเป็นหน้าที่ของนายทุนทั้งหลายที่ล้มบนฟูก และยังมีเงินอยู่ เอาเงินออกมาขยายการลงทุน"

ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่าการซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก.มีอย่างแพร่หลาย และอาศัยระบบอุปถัมภ์ เป็นตัวส่งเสริม ดังนั้น การที่กฎหมายไม่ได้รับรองสิทธิส.ป.ก.ไม่สามารถ บังคับให้ไม่มีการซื้อขายได้ ดังนั้นหากให้เอกสารสิทธิที่สมบูรณ์ จะทำให้ชาวบ้านได้ประโยชน์มากกว่า

เตือนรัฐระวังมาเฟียแผงลอย

ดร.อัมมารกล่าวว่า การยกเลิกการปิดถนนสีลมในวันอาทิตย์ ด้วยเหตุที่มีบุคคลทำตัวเป็นมาเฟีย จับจองสิทธิในการตั้งแผงลอย บนถนนสีลมเป็นของตัวเอง เป็นตัวอย่างที่สะท้อนได้ดีถึงการจัดการที่ล้มเหลว

ดังนั้น หากรัฐมีนโยบายที่จะให้สิทธิในแผงลอยในที่สาธารณะ สามารถเป็นสินทรัพย์ที่มีราคาได้ รัฐบาลควรจะต้องมีการศึกษา ที่รอบคอบ เพื่อให้จัดการที่ดี ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดกรณีเช่นสีลม คือ มีผู้ที่จะสามารถได้ครอบครองสิทธิในพื้นที่สาธารณะเป็นจำนวนมากๆ และประโยชน์ที่จะได้รับตกแก่คนเล็กน้อย อย่างที่ตั้งใจก็จะไม่เกิดขึ้น

เขากล่าวว่า หากมีการจัดการที่ดี เช่น ให้เทศบาล หรือกทม. นำพื้นที่ออกประมูล อย่างทั่วถึงเป็นธรรม กทม.ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ต้องควบคุมไม่ให้ใครมีสิทธิมาจับจองหรือได้ไปทั้งหมด

 

กลับหน้าแรก