หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
โรงเรียนขนาดเล็ก ปัญหาขนาดใหญ่

สุกัญญา หาญตระกูล กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เป็นการเดินตามแผนปรับปรุงโรงเรียนขนาดเล็ก เมื่อ พ.ศ. 2551 นั่นเองที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมานี้ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอขอเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายหัวให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

การได้เงินอุดหนุนรายหัวเพิ่มเป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้นแบบไม่ยั่งยืน จะเรียกว่าเป็นการ "ประทัง" หรือ "ปะผุ" ก็คงไม่ผิด เพราะหากไม่คิดแก้ปัญหาระยะยาวอย่างรอบด้านกว่านี้ ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กจะต้อง "ปะทุ" เข้าสักวันหนึ่ง เพราะด้วยเหตุที่ว่าอัตราประชากรเกิดใหม่ลดลง และผู้ปกครองพยายามส่งบุตรหลานไปโรงเรียนใหญ่กว่าแม้จะต้องเสียเงินเสียเวลาเดินทาง หรือเสียค่าหอพักในเมือง

ไม่เพียงโรงเรียนที่เล็กอยู่จะเล็กลงเรื่อยๆ โรงเรียนที่ยังไม่เล็กนักในวันนี้ ก็จะกลายเป็นโรงเรียนเล็กในวันหน้า

จำนวนโรงเรียนเล็กที่ว่านี้จึงเพิ่มขึ้นทุกปี

เมื่อปี 2548 เรามีโรงเรียนเล็ก 12,269 แห่ง (ตัวเลขอาจสูงต่ำกว่านี้บ้างเล็กน้อย) แต่ในปี 2551 เรามีโรงเรียนขนาดเล็ก 13,880 แห่ง ประมาณว่าเพิ่มมาอีกพันกว่าแห่งในระยะเวลา 2-3 ปี

เราจะคอยแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กด้วยการวิ่งไล่ตามให้อัตราเงินอุดหนุนรายหัวเพิ่มอย่างนี้แก่โรงเรียนขนาดเล็ก ทุกแห่ง ไปเรื่อยๆ หรือโรงเรียนเล็ก ทุกแห่ง จะอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืนด้วยวิธีนี้หรือ

โรงเรียนขนาดเล็ก หมายถึง โรงเรียนประถมศึกษาที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน ซึ่งขณะนี้ มีอยู่ทั้งหมด 13,880 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมนักเรียน 979,275 คน และโรงเรียนขยายโอกาส-โรงเรียนมัธยมที่มีนักเรียนน้อยกว่า 300 คน มีอยู่ทั้งหมด 437 แห่ง ครอบคลุมนักเรียน 90,864 คน

จากโรงเรียนประถมในสังกัด สพฐ. สามหมื่นกว่าแห่ง มีโรงเรียนขนาดเล็กถึงหมื่นกว่าแห่ง เมื่อไปคลี่ดูตัวเลขว่าโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ กำลังทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลสิทธิพื้นฐานการศึกษาระดับประถมมัธยมนักเรียนจำนวนเท่าไรของจำนวนนักเรียนทั้งหมด เราก็จะพบความจริงว่าปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ เป็นปัญหาใหญ่และเร่งด่วนอย่างยิ่งของปัญหาการศึกษาบ้านเรา น่าจะใหญ่กว่าและเร่งด่วนกว่าเรื่องระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่จะรับตรงหรือแอดมิชชั่นด้วยซ้ำไป เพราะหากไม่ได้เข้า หรือผ่านประถมมัธยมมาได้ (อย่างดี) จะรับตรงหรือแอดมิชชั่นจะมีแกทมีแพทหรือไม่มี ค่าสอบวิชาละเท่าไร ใช้คะแนนโอเน็ตกับคะแนนจีพีเอ็กซ์หรือไม่อย่างไร มันก็ไม่มีความหมายอะไรกับพวกเขา

ถูกแล้ว ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในโรงเรียนเล็กเหล่านั้น คือ ผู้ไม่มีปากเสียงดังพอที่จะบ่นให้คนทั้งชาติได้ยิน พวกเขา คือผู้ปกครองของเด็กจำนวนเกือบล้านคน จากจำนวนเด็กแปดล้านกว่าคนในโรงเรียนสังกัด สพฐ.

พวกเขาคือ ผู้อยู่ในชนบทห่างไกล และคือผู้ปกครองที่ไม่สามารถดิ้นรนส่งบุตรหลานออกไปเรียนในโรงเรียนที่ใหญ่กว่าได้

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไร้แผนรองรับที่มองไว้ในระยะยาว เมื่อโรงเรียนที่ว่าขนาดเล็กนี้ได้ลดขนาดจาก 110 คน เป็น 100 คน 95 คน 90 คน ลดลงไปเรื่อยๆ จนถึง 50 คน และแล้ววันหนึ่ง โรงเรียนขนาดเล็กที่ว่านี้ก็ถึงวันที่เปิดต่อไปไม่ได้ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดบ้างก็ได้รู้เตรียมตัวล่วงหน้า บ้างก็ไม่ และบ้างถึงจะรู้ก็ไม่สามารถจะทำอย่างไรได้มากนัก นอกจากให้บุตรหลานไม่ต้องไปโรงเรียนเสียเลย

แม้ในระหว่างที่ยังไม่เกิดวิกฤติขนาดนั้น การปล่อยให้โรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากหรือทั้งหมดเดินหน้าต่อไปอย่างกะโผลกกะเผลกกันทั่วหน้า มันจะดีกับใครเล่า นอกจากเป็นการผันเงินเข้ามือแก้วิกฤติเศรษฐกิจไปพลางๆ รอวันเวลาให้มันผุกร่อนไปเองทีละแห่งสองแห่ง จริงอยู่ เงินอุดหนุนที่เพิ่มรายหัวชั้นประถมหัวละ 500 บาท มัธยมต้นและมัธยมปลายหัวละ 1 พันบาท อาจจะช่วยแก้ร้อนแก้เย็นทำให้เพิ่มผลสัมฤทธิ์และลดจำนวนนักเรียนออกกลางคันได้บ้างตามผลที่ได้จากงานวิจัยครั้งก่อนๆ แต่ในระยะยาวแล้วโอกาสที่คนในพื้นที่นั้นจะได้พึ่งพิงโรงเรียนมีคุณภาพอย่างยั่งยืนมันช่างมืดมนเสียนี่กระไร

ไม่ควรเลยที่จะปล่อยให้เด็กจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าจะน้อยมากแค่ไหน ต้องถูกลิดถูกรอนสิทธิพื้นฐานการศึกษาในระดับที่ควรได้อย่างเต็มเปี่ยม เพราะนั่นอาจเป็นเพียงโอกาสเดียวที่กลุ่มคนเหล่านี้ จะได้ผ่านการศึกษาในระบบโรงเรียน

ทางแก้โดยให้พยายามลดจำนวนโรงเรียนขนาดเล็กให้เหลือจำนวนหนึ่งที่อยู่ในวิสัยจะปรับปรุงคุณภาพได้รอบด้าน โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศทั้งทางภูมิศาสตร์กายภาพ (ที่ตั้ง เส้นทางคมนาคม) และภูมิศาสตร์มนุษย์ (ความหนาแน่นของประชากร ประชากรวัยเจริญพันธุ์ อัตราการเจริญพันธุ์) นับเป็นทางออกทางหนึ่งที่ ศธ.ควรรับฟังและขยายงานสำรวจงานวิจัยให้ละเอียดลึกซึ้งยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มเติมข้อมูลด้านอื่นๆ ที่ใช้อยู่แล้ว หากถึงขั้นต้องใช้มาตรการอื่นเสริม อาทิเช่น แก้ปัญหาการเดินทางให้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ก็ต้องทำให้เพราะเป็นการอำนวยสิทธิพื้นฐานที่พึงได้

ในขณะนี้ พร้อมๆ กับการปฏิรูปให้โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ โรงเรียนเล็กหมื่นกว่าแห่งนี้ควรเป็นวาระเร่งด่วนที่เป็นการวางแผนในระยะห้าปีสิบปี มีเป้าหมายระยะสั้นที่แก้ไขให้เสร็จเป็นช่วงๆ และติดตามอยู่ตลอดเวลา จะระดมทรัพยากรทุนแรงงานขนาดไหนจากส่วนใดก็ต้องทำ มีการให้ข่าวสารแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสาธารณชนให้มากกว่าหรืออย่างน้อยก็ให้รู้กันทั่วไปเหมือนเรื่องยุ่งๆ ของระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย โรงเรียนสองภาษา เป็นต้น ที่ ศธ. ได้พยายามตอบสนองเมื่อผู้ได้รับผลกระทบส่งเสียงร้องทุกข์

ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กประเภทที่เลิกไม่ได้และไม่ควรเลิกนั้น อาทิเช่น ที่ตั้งห่างไกลบนภูเขาสูง บนเกาะ หรือพื้นที่ชายแดน พื้นที่ในเขตพิเศษต่างๆ (กฎอัยการศึก) ศธ.สามารถตั้งเป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้เลย

อย่าลืมว่า ครู เป็นผู้ได้สัมผัสพบปะบริการผู้คนอยู่เสมอในชีวิตประจำวันของชุมชน เป็นที่เชื่อถือของสังคม พูดอะไรทำอะไรสังคมก็ฟัง ครูในสังกัด สพฐ.มีจิตสำนึกอย่างไรต่อการที่มีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนหมื่นกว่าโรงในวงการวิชาชีพของตน หรือคิดว่าธุระไม่ใช่ ครูชนบทจะมีบทบาทอย่างไรที่จะขับเคลื่อนงานที่ต้องรับผิดชอบในพื้นที่ จะเริ่มจากจุดไหน จำนวนครูชนบทน่าจะมากกว่าจำนวนแพทย์ชนบทด้วยซ้ำไป หากร่วมกันได้ในเจตจำนงอันใดอันหนึ่ง อาจเป็นแรงสำคัญช่วยผลักดันงานของ ศธ. ให้ตกถึงมือของผู้ควรได้รับในพื้นที่อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยและทันกาล