หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ยุทธศาสตร์ของสิงคโปร์ที่ปรับเปลี่ยนไป

รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย pasu@acc.chula.ac.th กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ในขณะที่ประเทศไทยยังมีสถานการณ์ความขัดแย้งของกลุ่มการเมืองในประเทศ รวมทั้งสถานการณ์กับประเทศเพื่อนบ้าน วันนี้เรามาดูยุทธศาสตร์ของประเทศเพื่อนบ้านเราอีกประเทศหนึ่งดีกว่านะครับ พออ่านแล้วท่านผู้อ่านก็อย่าเพิ่งถอนหายใจและสงสารประเทศตนเองนะครับ วันนี้เรามาลองศึกษาและวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ของประเทศสิงคโปร์กันดีกว่า เผื่อจะได้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างวิธีคิดและวิธีปฏิบัติของผู้บริหารประเทศ

เวลาท่านผู้อ่านนึกถึงประเทศสิงคโปร์ ท่านผู้อ่านนึกถึงอะไรบ้างครับ เรามักจะนึกถึงประเทศที่สะอาด กฎหมาย ระเบียบต่างๆ ที่เคร่งครัด เป็นประเทศที่มีชื่อในเรื่องของการไม่คอร์รัปชัน นึกถึงถนนชอปปิง นึกถึงเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีทรัพยากรทางธรรมชาติใดๆ แต่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจของตนเองขึ้นมาได้จากการค้าขาย หลายคนที่มีโอกาสไปทำงานที่สิงคโปร์เป็นระยะเวลาหนึ่ง ก็อาจจะนึกถึงเมืองที่ดูเป็นระเบียบ แต่ในขณะเดียวกันก็น่าเบื่อ และขาดสีสัน ขาดความวุ่นวายของกรุงเทพฯ หรือฮ่องกง ในขณะที่รายได้สำคัญของสิงคโปร์ก็มาจากการท่องเที่ยวและการค้าขาย สรุปว่าภาพลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ในสายตาของคนทั่วๆ ไป และนักท่องเที่ยวนั้นเป็นประเทศที่สะอาด เรียบร้อย ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ และเน้นการชอปปิง

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์จะมีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ของตนเองครับ เริ่มจากเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่รัฐบาลสิงคโปร์ยอมปิดถนนในใจกลางเมืองของตนเอง และแปลงโฉมกลายเป็นสนามแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ที่เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น ทั้งๆ ที่เป็นสนามใหม่และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวเพื่อชมการแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ในปีนี้ นอกเหนือจากการแข่งรถใจกลางเมืองแล้ว ยังได้มีการเชิญนักร้องดังระดับโลกอย่าง Beyonce’ Black Eyed Peas มาแสดงในสวนใจกลางเมืองอีกต่างหาก

นอกเหนือจากการแปลงถนนใจกลางเมืองเป็นสนามแข่งรถแล้ว ท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านอาจจะได้ข่าวว่า ทางสิงคโปร์เองก็กำลังให้มีการสร้างกาสิโนขนาดใหญ่ขึ้นมาสองแห่ง แห่งแรกอยู่ที่ Marina Bay Sands ที่สร้างโดยกลุ่มทุนจาก Las Vegas ซึ่งจะเปิดในปีหน้า โดยนอกเหนือจากบ่อนกาสิโนแล้ว ยังประกอบด้วยโรงภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ศูนย์การค้า และศูนย์การประชุม และอีกแห่ง คือ Resort World Sentosa ซึ่งกลุ่ม Genting ของมาเลเซียเป็นผู้ลงทุน ซึ่งภายในนอกเหนือจากบ่อนกาสิโนแล้ว ยังประกอบด้วย โรงแรมอยู่หกแห่ง และที่สำคัญ สำหรับเด็กๆ ทุกคน คือ Universal Studios Theme Park ซึ่งจะมีปราสาทของ Shrek เป็นจุดขายใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีสวนน้ำ สวนสนุกขนาดใหญ่ สถานที่จัดประชุมขนาดใหญ่ ศูนย์การค้า ฯลฯ

อ่านดูแล้วก็น่าเที่ยวนะครับ ผมเองก็กะไว้เหมือนกันว่า ถ้า Universal Studio ของสิงคโปร์สร้างเสร็จเมื่อไร ก็คงพาครอบครัวไปเที่ยว แต่ประเด็นสำคัญเราอย่าเพิ่งนึกถึงแต่เรื่องการท่องเที่ยวนะครับ สิ่งที่น่าสนใจ คือ กลยุทธ์ที่ผู้บริหารประเทศเขาวางไว้ ดูเหมือนว่าในแต่ละช่วงเวลาที่แตกต่างกันนั้นสิงคโปร์จะวางกลยุทธ์และตำแหน่งทางกลยุทธ์ (Strategic Positioning) ไว้อย่างน่าสนใจ นิตยสาร Business Week เอง ก็ได้วิเคราะห์ไว้เหมือนกันครับ โดยในช่วงทศวรรษที่ 1980 บริษัทต่างๆ ของสิงคโปร์ต่างพยายามรุกหรือบุกเข้าสู่ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ พอเข้าทศวรรษที่ 1990 ก็ปรับเปลี่ยนมาให้ความสนใจต่ออุตสาหกรรม Biotech มากขึ้น โดยรัฐบาลสิงคโปร์พยายามที่จะดึงดูดบริษัทต่างๆ ทางด้าน Biotech ให้เข้ามาเปิดและลงทุนในประเทศตนเอง

พอมาถึงในปัจจุบันดูเหมือนนโยบายของรัฐบาลสิงคโปร์ จะหันมาสนใจต่อ Wealth Management และ Green Technology มากขึ้น ซึ่งก็เป็นกระแสที่น่าสนใจครับ เพราะ Wealth Management ก็เป็นการจับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง ในขณะเดียวกัน Green Technology ก็กำลังเป็นกระแสและมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมและมีความสำคัญมากขึ้นทุกขณะ ในขณะเดียวกัน สิงคโปร์เองก็รู้ว่าตนเองขาดแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ทำให้ต้องเร่งสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นลักษณะ Human-made ขึ้นมาแทน และสถานที่ท่องเที่ยวเดิมๆ ของสิงคโปร์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซื้อของสวนนก สวนสัตว์ หรือเกาะเซนโตซ่า ก็ดูเหมือนจะเสื่อมความนิยมไปแล้ว

ดังนั้น จึงไม่แปลกใจว่าทำไมสิงคโปร์ถึงส่งเสริม และสนับสนุนให้นักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนสร้างกาสิโนและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดยสิงคโปร์ตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้กว่า 17 ล้านคนต่อปี (เพิ่มขึ้นจาก 10 ล้านในปีที่แล้ว) รวมทั้งตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวไว้ถึง 21,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งพออ่านดูแล้วก็รู้สึกสงสารประเทศอื่นๆ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมายนะครับ ที่มัวแต่อึมครึมกันในหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยว จน.........................

แล้วท่านผู้อ่านไม่ต้องกังวลแทนรัฐบาลสิงคโปร์เขานะครับว่าประชาชนเขาจะกลายเป็นผีพนันเนื่องจากเขามีกฎไว้ว่าถ้าประชาชนของเขาจะเข้าไปเล่นในกาสิโนนั้น จะต้องเสียค่าเข้าวันละ $72 ดอลลาร์ต่อวัน และถ้านักพนันชาวสิงคโปร์คนไหนเข้าไปเล่นแล้วออกมาก่อปัญหาภายนอก ญาติๆ ก็จะแจ้งไปที่หน่วยงานรัฐบาล และบุคคลผู้นั้นก็จะถูกห้ามเข้าไปเล่นอีกต่อไป

เขียนเสร็จแล้วก็นึกสงสารประเทศเพื่อนบ้านของสิงคโปร์นะครับ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งการดำรงชีวิตอยู่ในประเทศที่มีระเบียบเรียบร้อย มีแผนในการพัฒนาประเทศที่ชัดเจน บ้านเมืองมีความสะอาด ก็อาจจะน่าเบื่อ สู้อยู่ในประเทศที่มีความวุ่นวาย สนุกสนาน ตื่นเต้น มีเหตุการณ์ช่วยระทึกเป็นระยะๆ ไม่ได้นะครับ เรียกว่าอาจจะทำให้ชีวิตขาดสีสันไปได้เลยครับ