หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ความฟุ่มเฟือยเชิงโครงสร้างของคนชั้นกลาง

กฎเมืองกฎหมาย : สมชาย ปรีชาศิลปกุล กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เหตุผลประการหนึ่งที่มักถูกเอ่ยอ้างถึงเมื่อมีการเก็บภาษีน้ำมันในระดับสูง ก็เนื่องจากน้ำมันเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จึงจำเป็นที่จะต้องคงราคาไว้ในระดับสูง เพื่อไม่ให้มีการใช้น้ำมันอย่างฟุ่มเฟือยในหมู่ประชาชนคนไทย อันจะทำให้ประเทศต้องขาดดุลการค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งในการกำหนดเพดานภาษีน้ำมันครั้งใหม่นี้ รองนายกรัฐมนตรีที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ก็ให้ความเห็นไว้ในทำนองเดียวกัน

ในฐานะของพลเมืองผู้รักประเทศไทยเป็นอย่างยิ่งคนหนึ่ง ก็มีความกระเหี้ยนกระหือรืออยากปฏิบัติตามแนวนโยบายในการประหยัดน้ำมันของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนประสบปัญหาอย่างมากในการพยายามเดินตามนโยบายดังกล่าวนี้

บ้านของผู้เขียนอยู่ในย่านชานเมืองแถวปากเกร็ด ที่มีเพียงรถเมล์ของบริษัทเอกชนที่ได้รับสัมปทานวิ่งผ่าน เมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษา ผู้เขียนมีความจำเป็นที่ต้องใช้รถเมล์นี้อย่างไม่มีทางเลือก สภาพของรถเมล์และพนักงานของรถเมล์สายนี้ นับว่าสามารถสร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับผู้โดยสารเป็นอย่างยิ่งในยามที่ต้องใช้บริการ เฉกเช่นเดียวกับมาตรฐานรถเมล์ร่วมบริการส่วนใหญ่ ซึ่งไม่สนใจต่อการปรับปรุงสภาพรถ หรือคุณภาพของพนักงานมากนัก เพราะในเส้นทางสายนี้ไม่มีรถเมล์ของทางภาครัฐเข้ามาแข่งขัน จะเป็นตายอย่างไรก็ไม่มีทางเลือกอื่นให้

การปรับปรุงครั้งหลังสุดเท่าที่สังเกตเห็น ก็คือ การทาสีใหม่ทับลงไปบนสีเดิมพร้อมกับการขึ้นราคา ส่วนอย่างอื่นเหมือนเดิมทั้งหมด

เหตุการณ์ที่ทำให้ต้องขวนขวายหารถยนต์ส่วนตัวมาไว้ที่บ้าน ก็เนื่องจากแม่ได้พลัดตกจากกระไดตอนลงจากรถ ทั้งนี้ ตามประสาของคนมีอายุที่ไม่อาจกระโดดลงกระไดได้เหมือนกับบรรดาวัยรุ่นทั้งหลาย ซึ่งคงไม่ทันใจต่อคนขับรถที่กระชากรถตอนออกตัว

แต่ก็นั่นแหละด้วยระดับเงินเดือนของข้าราชการชั้นต่ำบวกกับเงินผ่อนของพี่สาว จึงทำให้ได้แค่รถมือสองคันเล็กๆ หนึ่งคัน เครื่องขนาด 1400 ซีซี นับว่าประหยัดน้ำมันพอสมควรสำหรับการวิ่งในเขตเมือง ทั้งสำหรับการขับขี่ไปทำงานและใช้สำหรับกิจธุระจำเป็นอื่นๆ รถคันนี้จึงเหมาะสมแก่ฐานานุรูปของผู้เขียนเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ใช้ไปได้ระยะเวลาหนึ่งได้มีการออกแก๊สโซฮอล์ ทั้งแบบ 91 และ 95 รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมให้ใช้น้ำมันประเภทนี้ จึงมีการเก็บภาษีน้ำมันทั้งในลักษณะดังกล่าวในอัตราที่ต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นรถรุ่นที่เพิ่งวางตลาดใหม่ ส่วนน้ำมันเบนซินแบบ 91 และ 95 ก็จัดเก็บภาษีในระดับสูง ทำให้ราคาน้ำมันสองประเภทนี้ต่างกันค่อนข้างมาก ในปัจจุบันราคาน้ำมันเบนซินธรรมดาจะมีราคาสูงกว่าแก๊สโซฮอล์ประมาณ 5-8 บาท

เนื่องจากเป็นรถเก่า น้ำมันที่เติมในรถคันนี้ก็ย่อมเป็นน้ำมันราคาที่แพงที่สุดในบรรดาที่จำหน่ายอยู่ในตลาด

ในห้วงเวลาที่น้ำมันราคาแพงขึ้นเหยียบลิตรละ 40 กว่าเมื่อปีที่แล้ว บางครั้งเมื่อแวะเข้าปั๊มเห็นราคาต่างจากแบบแก๊สโซฮอล์ตั้งลิตรละ 7-8 บาท ถ้าเติมเต็มถังประหยัดไปได้เป็นร้อยบาท ทำให้อดใจไม่ได้บ้างเป็นบางครั้งแม้รู้ว่าอาจทำให้เครื่องพังในระยะยาว

อาจมีข้อโต้แย้งว่าทำไมไม่หันไปใช้ระบบขนส่งมวลชนแทน ถ้าสมมติว่าต้องการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเข้ามาในเขตเมืองชั้นใน ผมต้องใช้เวลาต่อรถทั้งหมดดังต่อไปนี้ จากหน้าบ้านนั่งรถสองแถวมาลงหน้าหมู่บ้านเพื่อต่อรถสองแถวอีกทอดหนึ่ง (หากไม่นั่งรถเมล์สัมปทานที่กล่าวมาตอนต้น) จากนั่งจึงมานั่งรถตู้เพื่อมาถึงสถานีรถไฟฟ้า อันจะทำให้สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้คล่องตัวขึ้น

ทั้งหมดต้องกินเวลาในการรอคอยรถแต่ละประเภท และการต่อรถเป็นผลให้การเดินทางแต่ละครั้งต้องวางแผนเป็นอย่างดี หากส่วนใดส่วนหนึ่งมาช้าก็จะทำให้การเดินทางยาวนานมากขึ้น ดังนั้น หากมีการประชุมสัมมนาในเขตเมือง ก็ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2-3 ชั่วโมง

อันที่จริงการเดินทางในลักษณะที่กล่าวมานั้น คงไม่ได้เป็นเฉพาะผู้เขียนเพียงคนเดียว แต่เชื่อได้ว่ารวมไปถึงชนชั้นกลางเป็นจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นกลางระดับล่างที่ต้องไปซื้อบ้านหลังเท่าแมวดิ้นตายในเขตที่เคยเป็นชานเมือง อาทิเช่น บางบัวทอง คลองรังสิต สมุทรปราการ พระราม 2 ปากเกร็ด นนทบุรี-ไทรน้อย มีนบุรี พระประแดง ฯลฯ ที่ได้แปรสภาพมาเป็นหมู่บ้านจัดสรรสำหรับชนชั้นกลางและชนชั้นกลางระดับล่าง ซึ่งล้วนต่างต้องเผชิญชะตากรรมร่วมกันในการเดินทางแบบที่ว่ามา บางส่วนที่พอมีฐานะหน่อยก็อาจเขยิบไปซื้อรถยนต์ส่วนตัวมาเป็นทางออก เหมือนกับที่ครอบครัวผมได้ทำ แม้ว่าอาจต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้นก็ตาม

เพราะฉะนั้น แม้อยากปฏิบัติตามในการประหยัดน้ำมันของรัฐบาลจนตัวสั่น แต่ก็ไม่สามารถที่จะกระทำได้ด้วยเหตุผลที่ได้บอกเล่ามา ยังไงก็อย่ากล่าวหาว่าผมไม่เป็นคนรักประเทศชาติ และใช้น้ำมันแบบฟุ่มเฟือยนะครับ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

หนทางจะทำตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องน้ำมันก็คงจะมีแต่ถอยแคมรีหรือแอคคอร์ดที่เติมแก๊สโซฮอล์ หรือถ้าให้ดีมากกว่าก็คงต้องซื้อวอลโว่ เพราะสามารถเติมน้ำมัน อี 85 ได้ แต่ในเมื่อยังไม่มีความสามารถทางการเงินพอก็ต้องเติมเบนซิน 95 ต่อไปก่อน หรือไม่อีกทางหนึ่ง ก็คือ ไปกว้านซื้อที่ดินของบรรดาผู้ดีและนักการเมืองทั้งหลายแถวสุขุมวิทใกล้ๆ กับรถไฟฟ้า ก็จะทำให้แสนสะดวกสบายในการใช้ขนส่งมวลชนเพียงแค่เดินมาปากซอยก็ขึ้นรถไฟฟ้าได้แล้ว ไม่ต้องไปต่อรถอีกหลายทอดจนหน้ามันเพราะโดนฝุ่นโดนลม

แต่ก็คงต้องผ่อนกันไปอีกหลายชาติกว่าจะได้เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง

ยังไงก็ดี คงต้องบอกกันไว้ว่าปัจจุบันผมย้ายมาทำงานที่เชียงใหม่มาเป็นเวลาพอสมควรแล้วครับ และก็เช่นกันแม้จะเป็นจังหวัดใหญ่ของหัวเมืองทางภาคเหนือ แต่ทุกวันนี้ ผมก็แทบไม่ได้ใช้บริการของขนส่งมวลชนแต่อย่างใด ด้วยเหตุผลที่ใกล้เคียงกัน ก็คือว่าบ้านของผมอยู่ห่างจากระบบขนส่งมวลชนที่แสนจะไร้ประสิทธิภาพของจังหวัดนี้ จึงต้องอาศัยรถยนต์ส่วนตัวเช่นเดียวกับเมื่อตอนที่อยู่กรุงเทพฯ

ครั้นจะให้ขี่จักรยานก็ต้องสารภาพกันตามตรงว่าถ้าทำได้คงต้องเปลี่ยนไปเป็นดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิกมากกว่าทำงานสอนหนังสือ แต่ทั้งนี้ ต้องหมายความว่าไม่ถูกรถชนตายบนท้องถนนก่อนนะครับ

เกิดเป็นชนชั้นกลางระดับล่างนี่ช่างแสนกระทำตนเป็นคนฟุ่มเฟือยเสียจริงนะครับ อยากจะช่วยเหลือประเทศชาติกับเขาบ้างก็ทำไม่ได้สักที