หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ทำอย่างไรให้อยู่รอด ในสังเวียนการค้าการเงินโลกแห่งอนาคต

มุมเอก : ดร.เอก เศรษฐศาสตร์ dr.eKonomic@yahoo.com  กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2551

วันนี้ ผมมีข่าวที่จะต้องขอแจ้งแฟนๆ ท่านผู้อ่านที่คอยติดตามคอลัมน์มุมเอกมาโดยตลอดว่า ผมได้ขอเปลี่ยนเวลา เขียนคอลัมน์มุมเอก จากเดิมที่เขียนเดือนละ 2 ครั้ง ในทุกๆ วันอังคารเว้นอังคาร มาเป็น เดือนละครั้งในทุกๆ วันอังคารแรกของทุกเดือนแทนนะครับ (เนื่องด้วยภารกิจงานประจำที่รัดตัวจริงๆ) จึงขอถือโอกาสแจ้ง และขอโทษแฟนผู้อ่านทั้งหลายโปรดทราบ ณ ที่นี้ ด้วยนะครับ

ในบทความตอนที่แล้ว (เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2551) ผมได้กล่าวถึง "อนาคตเศรษฐกิจไทย บทเวทีใหม่แห่งโลกในอนาคต" โดยอธิบายทิศทางเศรษฐกิจแห่งโลกในอนาคตอีก 10-20 ปี ข้างหน้า ว่ากำลังจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างไร เพื่อให้คนไทย ธุรกิจไทย และรัฐบาลไทย จะได้สามารถเตรียมพร้อมต่อสู้บนเวทีใหม่แห่งโลกในอนาคต และผมได้เกริ่นถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจ และสังคมโลกใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการค้าและการเงิน ด้านสังคม ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และด้านสิ่งแวดล้อม ในวันนี้ ผมจะขออธิบายต่อในรายละเอียดของแนวโน้มการค้า และการเงินโลกแห่งอนาคต

สำหรับด้านการค้าในโลกอนาคตนั้น ผมเชื่อว่าเทคโนโลยีและการติดต่อสื่อสารคมนาคมที่สะดวกรวดเร็วขึ้น จะทำให้โอกาสทางการค้าของประเทศต่างๆ เปิดกว้างขึ้น เหมือนกับน่านน้ำแห่งโอกาสที่เปิดกว้างขึ้นยิ่งกว่ามหาสมุทรใดๆ ดังนั้น ประเทศใดหรือธุรกิจใดที่สามารถพัฒนาสินค้าของตัวเองให้มีความเด่น ถูก ดี มีคุณภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของชนชาติต่างๆ รวมทั้งสามารถหาช่องทางเจาะตลาดข้ามน้ำข้ามทะเล ไปยังมหาสมุทรอื่นได้ก่อนคนอื่นๆ ก็จะมีความได้เปรียบ

อย่างไรก็ตาม มหาสมุทรทางการค้าที่เปิดกว้างขึ้นนี้ ไม่ได้นำมาซึ่งโอกาสเพียงอย่างเดียว แต่ได้นำมาซึ่งคลื่นลมของมหาสมุทรที่ผันผวน และกระโชกแรง ทำให้ประเทศหรือธุรกิจที่ปรับตัวช้า จะถูกกระทบอย่างรุนแรง จนเสียศูนย์หรือสูญเสียได้ เช่น สินค้าที่เคยขายอย่างเทน้ำเทท่าในวันหนึ่ง อาจจะกลับกลายเป็นขายไม่ออกเพียงในช่วงข้ามเดือน เพราะเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ได้คิดค้นขึ้นมาอย่างมากมายในแต่ละวันและประเทศต่างๆ ทั่วโลกก็สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้โดยง่ายและเร็วกว่าแต่ก่อน ใครที่นึกภาพไม่ออก ผมอยากให้ลองนึกถึงสินค้าบางอย่าง ที่เคยเป็นที่นิยมมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ได้หายสาบสูญไปจากตลาดแล้ว เช่น เพจเจอร์ติดตามตัวที่ถูกทดแทนด้วยระบบ sms บนมือถือ ภายในเวลาไม่กี่ปี

แต่ในโลกการค้าแห่งอนาคต ผมเชื่อว่า ธุรกิจจะมีเวลาปรับตัวที่น้อยลง จากเดิมที่เคยมีเวลาปรับตัวได้เป็นแรมปีๆ อาจจะเหลือเวลาปรับตัวเป็นแรมเดือนๆ หรือ เป็นรายวันๆ เท่านั้น ดังนั้น ธุรกิจใดทีปรับตัวรุกได้เร็วกว่าเพื่อคว้าโอกาส และปรับตัวรับได้เร็วกว่าเมื่อเจอวิกฤติ จะเป็นเพียงผู้ที่ยืนหยัดอยู่ได้ในสังเวียนการค้าแห่งอนาคต

สำหรับในด้านการเงินแห่งโลกอนาคตก็เช่นเดียวกัน จะมีทั้งโอกาสและความผันผวนไม่น้อยไปกว่าในด้านการค้า เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่า การเคลื่อนย้ายเงินไปลงทุนข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรสามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วมาก เพียงขยับนิ้วไม่กี่นิ้วบนคีย์บอร์ด ก็สามารถโยกย้ายเงินเป็นหมื่นล้านแสนล้านข้ามน้ำข้ามทะเลไปลงทุนหากำไรในชาติต่างๆ ได้โดยง่าย นอกจากนั้น ความฉลาดของพ่อมดทางการเงินในโลกอนาคต ยังสามารถเสกกระดาษให้เป็นเงินลงทุน เป็นการทวีคูณได้หลายพันหลายหมื่นเท่า

ตัวอย่างแค่เพียงในโลกปัจจุบัน ที่พ่อมดทางการเงินทั้งหลายในโลกตะวันตกสามารถใช้วิศวกรรมทางการเงิน (Financial Engineering) มาสร้างอนุพันธ์ทางการเงิน (Financial Derivative) ต่างๆ เช่น Collateralized Debt Obligation หรือ CDO ให้เป็นเงินมาลงทุนได้อีกหลายร้อยเท่า จนกลายเป็นปัญหาวิกฤติซับไพร์ม ที่สร้างความเสียหายให้ตลาดเงินทั่วโลกในปัจจุบัน

ในโลกการเงินแห่งอนาคตนั้น ผมเชื่อว่า ใครที่ร่ำรวยอยู่แล้ว ก็จะสามารถจ้างพ่อมดทางการเงินราคาค่าตัวแพงๆ มาเพิ่มโอกาสต่อยอดในการลงทุนผ่านการจัดตั้งกองทุนเก็งกำไร (Hedge Fund) หรือ กองทุนบริหารเงินส่วนตัว (Private Equity) เพื่อมาลงทุนเก็งกำไรทางการเงินในตลาดเงินตลาดทุนและตลาดสินค้าทั่วโลก ซึ่งจะยิ่งทำให้ราคาสินทรัพย์ และราคาสินค้าต่างๆ ที่กองทุนเหล่านี้เข้าไปลงทุนมีความผันผวนมากขึ้น หากมองไปในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ผมคาดว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเงินนี้จะทำให้ตลาดเงินและตลาดทุนมีความผันผวนรุนแรงขึ้นและเร็วขึ้น โดยในแต่ละวัน ค่าเงิน หรือ ราคาสินทรัพย์ต่างๆ อาจจะขยับขึ้นลงได้วันละหลาย 10% ไม่ใช่วันละ 2-3% ดังเช่น ในปัจจุบัน

กล่าวโดยสรุป การเปลี่ยนแปลงในโลกการค้าและการเงินในอนาคตในอีก 10-20 ปีข้างหน้า จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างเร็ว และรุนแรงมาก ดังนั้น คนไทย ธุรกิจไทย และรัฐบาลไทย ควรจะเร่งน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยเฉพาะในเรื่องการเตรียมตัวอยู่เสมอในการสร้างภูมิคุ้มกันรองรับความเสี่ยงต่างๆ ในอนาคต และจะต้องปรับตัวให้เร็วเมื่อมีความผันผวนต่างๆ เกิดขึ้น เพื่อให้เป็นผู้ที่อยู่รอดได้ในเวทีการค้า และการเงินในโลกแห่งอนาคต สวัสดีครับ