หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
Toxic Leader ผู้นำเป็นพิษ

ผู้นำตามสั่ง Leader A La Carte" : รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2551

ถ้าเปรียบความชั่วเป็นเหมือนสีดำ และความดีเป็นเหมือนสีขาว

เมื่อเรามองไปรอบๆ ตัวเรา เราคงเห็นสีขาวบริสุทธิ์น้อยเต็มทน คงมีสีขาวนวลหรือขาวแก่จนดำปี๊ดปี๋ และความที่สีขาวบริสุทธิ์มันมีน้อยนี่แหละ มันอาจทำให้ผู้คนเริ่มสับสนว่าสีขาวจริงๆ นี่เป็นอย่างไร มันเริ่มแยกแยะไม่ออกว่าอะไรผิด อะไรถูก ผู้นำคนไหนดีจริงหรือดีแต่เปลือกนอก

อย่าว่าแต่บ้านเราเลยที่มีปัญหาเรื่องของการแยกแยะผิดชอบชั่วดี และการคัดกรองผู้นำที่เลวออกจากผู้นำที่ดี ต่างประเทศก็มีปัญหาเรื่องของจริยธรรมของผู้นำเช่นกัน อาจกล่าวได้ว่าตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 20 จนเข้าสู่ต้นศตวรรษที่ 21 นี้ เป็นช่วงเวลาที่ชาวโลกประสบปัญหา "วิกฤตศรัทธาในตัวผู้นำ" (Crisis of Faith in Leaders) อย่างแท้จริง

เร็วๆ นี้ นิตยสาร Expert Magazine ได้เผยแพร่บทความของ Dan Chenoweth ผู้เขียนบทวิเคราะห์ว่าเราจะแยกแยะ และสังเกตผู้นำที่ดี (Great Leaders) ออกจากผู้นำที่เป็นพิษ (Toxic Leaders) ได้อย่างไร

ดิฉันอ่านบทความนี้แล้วรู้สึกชอบใจแกมกลุ้มใจ ที่ชอบใจก็เพราะเขาใช้คำคุณศัพท์ "Toxic" นำหน้าคำว่า "Leaders" ซึ่งพออ่านคำว่า Toxic Leaders แล้วมันเห็นภาพทันทีเลยว่าผู้นำที่เป็นพิษนี้จะทำความไม่ถูกต้อง ความไม่ยุติธรรม และความเลวนานัปการทำให้คนที่ "ถูกพิษ" ทั้งหลายเดือดร้อนแสนสาหัส เจ็บกายเจ็บใจได้ขนาดไหน

ส่วนที่กลุ้มใจก็เพราะว่าเมื่ออ่านบทความนี้จบแล้วก็ตระหนักว่าการจะแยกแยะผู้นำที่เป็นพิษออกจากผู้นำที่ดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

ไม่เหมือนแยกงูพิษออกจากงูที่ไม่มีพิษ ตามที่เคยเรียนรู้มา งูที่มีพิษมักจะเคลื่อนไหวช้า เลื้อยช้ากว่างูที่ไม่มีพิษที่เคลื่อนไหวเร็ว แต่สำหรับมนุษย์เราที่มีหู ตา จมูก ปาก คอหยักๆ เหมือนกันนั้น มันดูยาก ดูยากยังไงตามมาอ่านกันดูว่ามันจริงอย่างที่ Dan Chenoweth เขาเขียนไว้หรือเปล่า

ผู้นำคนดีต้องมีอะไรดี?

สำหรับผู้นำที่ดีนั้น Dan ได้ศึกษารวบรวมลักษณะของผู้นำที่ดีและยิ่งใหญ่เอาไว้ ซึ่งมีลักษณะหลักอยู่ 5 ประการคือ

1. เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม ได้แก่ มีความยุติธรรม ซื่อตรง ตรงไปตรงมา เปิดเผย

2. เป็นผู้ที่น่าเชื่อถือ มีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกล สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนเชื่อถือ

3. มีภูมิปัญญาและสามัญสำนึกทางการเมือง (Political Astute) รู้ว่าจะสามารถสร้างแนวร่วม หาผู้สนับสนุนอุดมการณ์ได้อย่างไร รู้จักประนีประนอมสร้างความสมานฉันท์ ระหว่างผู้ที่มีความคิด และจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน ให้ทำงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันได้

4. มีสมรรถภาพ (Competent) คือ มีทั้งการศึกษา ประสบการณ์และทักษะที่ถึงพร้อม สร้างความมั่นใจให้กับลูกทีมว่าผู้นำรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ และควรทำอย่างไร

5. เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมหรือขององค์กรหรือของสถาบันเหนือประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง... ข้อนี้ดิฉันเห็นว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุด

อย่างไรก็ตามคุณสมบัติทั้ง 5 ประการนี้ไม่ใช่ของแปลกใหม่สักเท่าไร แต่สิ่งที่ดิฉันกลุ้มใจและเป็นข้อมูลที่พวกเราควรกลุ้มใจคือ Dan Chenoweth ได้ค้นพบว่า ผู้นำที่เป็นพิษนั้น มีคุณสมบัติหลายประการเหมือนกับผู้นำที่ดี และนี่คือสิ่งที่ทำให้เกิดอันตรายที่สุดต่อสังคมเพราะ ผู้นำคนเลวจะอยู่ปะปนกับคนดีแบบเราแยกไม่ออก!

วิธีดูผู้นำเป็นพิษให้ออก

ถึงมันจะดูยากดูเย็นอย่างไร ก็ต้องพยายามดูให้ออกแล้วละค่ะ มิฉะนั้นสังคมจะมีแต่คนดีจอมปลอมบริหารบริษัท และครองบ้านเมืองครองโลกของเรา ผู้นำเป็นพิษมีลักษณะดังนี้คือ

1. ไร้คุณธรรม ไร้จริยธรรมโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด...

2. เป็นผู้ที่น่าเชื่อถือ ดูมีเครดิตในระยะแรกเริ่มแต่ตอนท้ายดีแตก เชื่อถือไม่ได้เพราะไม่ทำตามที่พูด

3. มีความฉลาดมีสามัญสำนึกทางการเมือง (เผลอๆ ฉลาดมากกว่าคนดีเสียอีก) รู้จักล็อบบี้คน มีวิสัยทัศน์ มีบุคลิกดี มีเสน่ห์ แต่เพราะไม่มีคุณธรรม จึงใช้ความฉลาด ความมีเสน่ห์และบารมีของตนในทางที่ผิด

4. อาจมีหรือไม่มีสมรรถภาพสูงมาก แต่มีความสามารถพอที่จะสร้างภาพให้คนเชื่อถือได้

5. หลงตัวเอง เอาแต่ความต้องการ ความพอใจของตนเองเป็นหลัก พอเอาแต่ใจตัวเองมากๆ เข้าก็กลายเป็นเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องโดยสมบูรณ์

จะเห็นได้ว่า ทั้งผู้นำที่ดีและผู้นำเป็นพิษสามารถมีลักษณะที่เหมือนกันได้ถึง 3 ประการ เว้นแต่ข้อ 1 และข้อ 5 ซึ่งก็ต้องอาศัยเวลา และความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ให้ออก ว่าใครเป็นคนดีโดยเนื้อแท้หรือใครเป็นยาพิษที่เคลือบน้ำตาลเอาไว้

ก็เพราะมันดูยากเช่นนี้เอง "ยาพิษเคลือบน้ำตาล" จึงสามารถไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่ง ผู้นำชุมชน ผู้นำองค์กร และผู้นำประเทศหลายคน ซึ่งกว่าผู้คนจะรู้ทัน บางทีก็สายเกินไป ต้องสูญเสียผลประโยชน์ สูญเสียบริษัทหรือสูญเสียประเทศก็ยังเป็นได้

คงยังไม่สายเกินไปในวันนี้ ที่เราจะเรียนรู้วิธีดูผู้นำเป็นพิษให้ออกนะคะ