|
||||||||||||||
|
การปฏิวัติประชาธิปไตยโดยคนไทยทั้งมวล
ประเวศ วะสี กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 คำว่า "ปฏิวัติ" โดยรูปศัพท์แปลว่าการหมุนกลับ ในทางพระพุทธศาสนาใช้ในความหมายไม่ดี คือในท้ายปฐมเทศนา หรือธัมมจักกัปปวัตนสูตรมีความว่า เมื่อพระศาสดาได้กลิ้งพระธรรมจักรให้หมุนไปสู่มวลมนุษย์แล้ว ไม่มีใครจะหมุนกลับ (ปฏิวัติ) ได้ การปฏิวัติฝรั่งเศสกับการปฏิวัติรัสเซียหมายถึงการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองอย่างทันทีทันใด การปฏิวัติรัฐประหารของไทย หมายถึงกองทัพยึดอำนาจทางการเมืองล้มล้างรัฐบาลเก่า หลายคนไม่ยอมเรียกการรัฐประหารว่า เป็นการปฏิวัติ เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงวิถีคิดและระบบคุณค่า เป็นเพียงเปลี่ยนกลุ่มบุคคลผู้ยึดกุมอำนาจรัฐเท่านั้น ประเทศไทยพยายามเป็นประชาธิปไตยมาตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕ แต่ไม่สำเร็จ เพราะทำกันแต่ "รูปแบบ" โดยไม่ได้ "ปฏิวัติจิตสำนึกประชาธิปไตย" จิตสำนึกอันคับแคบ+ "รูปแบบ" ได้นำการเมืองไทยสู่สภาวะวิกฤติในปัจจุบัน จิตอันคับแคบคือจิตที่มากอยู่ด้วยตัณหา มานะ ทิฐิ ตัณหาคืออยากเป็นอยากเอา มานะคือการใช้อำนาจเหนือคนอื่น ทิฐิคือการเอาความเห็นของตัวเป็นใหญ่ นี้คือสัตว์ร้ายสามตัวในตัวมนุษย์ ที่ไม่ใช่จิตสำนึกประชาธิปไตย เราเห็นสัตว์ร้ายสามตัวนี้ครองโลกการเมืองไทย เมื่อมีคนมีตัณหาในทรัพย์สินเงินทองมากแสวงหาความร่ำรวยสุดๆ แล้วเอาเงินทองอันมากมายนั้น มาสนองการใช้อำนาจเหนือคนอื่น (มานะ) และการเอาความเห็นของตัวเป็นใหญ่ (ทิฐิ) ความเลวร้ายทางการเมืองก็เกิดขึ้นสุดๆ "รูปแบบ" คือการเลือกตั้งก็กลายเป็นเพียงเครื่องมือที่กลุ่มคนที่มีจิตสำนึกอันคับแคบ ใช้ในการเข้าไปสู่การยึดกุมอำนาจรัฐรวมศูนย์ ซึ่งไม่ใช่ประชาธิปไตยโดยสาระ ความไม่เป็นธรรมจึงเกิดขึ้นทั่วไป บ้านเมืองระส่ำระสาย แก้ปัญหาไม่ได้ ขัดแย้ง แตกแยก และเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงนองเลือด เคลื่อนเข้าสู่มิคสัญญีกลียุคมากขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องมีปฏิวัติประชาธิปไตย และถ้าเป็นการปฏิวัติโดยคนไทยทั้งมวล ไม่ใช่โดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด การปฏิวัติก็จะเป็นไปด้วยสันติวิธี โปรดสังเกตว่าความรุนแรงอาจไม่ใช่การปฏิวัติ แต่สันติวิธีก็เป็นการปฏิวัติได้ ถ้ามีการเปลี่ยนจิตสำนึก เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนระบบคุณค่า เปลี่ยนระบบการปกครอง คนไทยและประเทศไทยลำบากมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่คนไทยทั้งมวลทุกหมู่เหล่า ทุกองค์กร ทุกสถาบัน จะรวมตัวกันปฏิวัติประชาธิปไตย คนไทยทั้งมวลควรมีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะปฏิวัติประชาธิปไตย เมื่อมีความมุ่งมั่นร่วมกันแล้ว ขั้นต่อไปคือทำความเข้าใจหลักการร่วมกันอย่างกว้างขวางอย่าเพิ่งรีบด่วนเข้าไปสู่รูปแบบ รูปแบบที่ปราศจากหลักการที่ถูกต้องรองรับจะไม่แข็งแรง และพาไปสู่การทะเลาะกันได้ง่าย หลักการปฏิวัติประชาธิปไตย ๑. ปฏิวัติจิตสำนึกประชาธิปไตย จิตสำนึกประชาธิปไตยเป็นจิตใหญ่ที่เคารพศักดิ์ศรี และคุณค่าความเป็นคน ของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เคารพสิทธิมนุษยชน เคารพความสุจริต ยุติธรรม เคารพประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตัว มีขันติธรรม มีอหิงสธรรม มีการใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหา มีส่วนร่วมในกิจการของส่วนรวม และทั้งบ้านเมืองด้วยความปรารถนาความถูกต้องเป็นธรรม จิตสำนึกประชาธิปไตยเป็นรากฐานของประชาธิปไตย กลไกและกิจกรรมทุกอย่าง ต้องเป็นไปเพื่อการปฏิวัติจิตสำนึกประชาธิปไตย ๒. การกระจายอำนาจอย่างทั่วถึง ประชาธิปไตยคือการกระจายอำนาจ เผด็จการคือการรวมศูนย์อำนาจ ระบบการปกครองของไทยคือระบบอำนาจรัฐรวมศูนย์ ในระบบอย่างนี้การเลือกตั้งกลายเป็นพิธีกรรมใช้เงินเป็นอาวุธ เพื่อเข้ามาใช้อำนาจรัฐรวมศูนย์ จึงเป็นระบบเผด็จการที่มีการเลือกตั้ง หาใช่ประชาธิปไตยไม่ อำนาจรัฐรวมศูนย์มีความสามารถต่ำ ในการแก้ปัญหาจึงแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ได้ เช่น ปัญหาความยากจน ปัญหาความอยุติธรรม ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากไร้ประสิทธิภาพแล้ว อำนาจรัฐรวมศูนย์ยังก่อให้เกิดความขัดแย้งทั่วไป การปฏิวัติประชาธิปไตย ต้องกระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง ถ้าชุมชนท้องถิ่นมีสิทธิในการปกครองตนเอง และป้องกันการเอารัดเอาเปรียบและการจำกัดสิทธิจากส่วนบน ประชาชนจะพ้นจากความยากจนโดยรวดเร็ว และมีความเจริญที่แท้จริงทุกด้าน ในการปฏิวัติประชาธิปไตยจะต้องนำไปสู่ประชาธิปไตยของชุมชนท้องถิ่นให้ได้ เมื่อมีการกระจายไปหมดแล้วก็จะยึดอำนาจไม่ได้ ทั้งโดยกองทัพหรือโดยทุนขนาดใหญ่ การกระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจะช่วยแก้ปัญหาความรุนแรงที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ด้วย ๓. สิทธิในการสื่อสารโดยประชาชน ช่วยกันสนใจตรงนี้ให้ดีๆ เพราะนี่คือการปฏิวัติประชาธิปไตย ทุกวันนี้ประชาชน ตกเป็นผู้รับสารที่สื่อมาจากภาครัฐและภาคธุรกิจ ทั้งอำนาจรัฐและอำนาจเงินกำหนดการรับรู้ของประชาชน ประชาชนต้องเป็นผู้สื่อสารเองโดยทุกๆ ทาง ทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต สิ่งพิมพ์ ที่ด่วนที่สุดคือเครือข่ายวิทยุชุมชนที่ประชาชนทั้งประเทศเป็นผู้สื่อ ควรมีสถานีวิทยุที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย ครอบคลุมทุกตารางนิ้วของแผ่นดินไทย รับการสื่อที่ประชาชนจะสื่อเข้ามาด้วยโทรศัพท์มือถือ วันหนึ่งๆ ประชาชนจะสื่อสารเข้ามาเป็นแสนๆ ครั้ง เป็นเรื่องร้องทุกข์ที่ถูกกดขี่โดยกลไกของรัฐบ้าง ของนายทุนบ้าง เป็นเรื่องตัวอย่างที่ดีๆ ที่เกิดขึ้นบ้าง เป็นเรื่องข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ฯลฯ มีการสังเคราะห์การสื่อสารของประชาชนแล้วนำไปใช้ในทางที่เหมาะสม นี้เท่ากับเป็นการเปิดบทบาทของประชาชนทั้งประเทศ เป็นการปฏิวัติประชาธิปไตย ความชั่วต่างๆ ก็ทำได้ยากขึ้น ความดีก็มีโอกาสงอกงามขึ้นอย่างกว้างขวาง การมีโทรทัศน์ชุมชนจะปลดปล่อยศักยภาพของผู้คนในชุมชน สร้างการรู้ทั่วและความโปร่งใสเช่นเดียวกัน ควรมีอินเทอร์เน็ตที่ประชาชนใช้สื่อสารได้ ชุมชนควรสามารถทำหนังสือพิมพ์ชุมนุมได้เอง จำนวนไม่มากก็ไม่เป็นไร แต่เป็นการเปิดพื้นที่ที่คนในชุมชนเป็นผู้สื่อสารเอง สื่อระดับชาติมาเชื่อมต่อกับหนังสือพิมพ์ชุมชน เพื่อรับเอาสิ่งที่มีประโยชน์ไปเผยแพร่ในวงกว้าง ด้วยการมีระบบสื่อสารโดยประชาชนอย่างทั่วถึง จะเป็นการเปิดพื้นที่ทางสังคม พื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง ในระบบเผด็จการพื้นที่นี้ปิด การเปิดพื้นที่ทางสังคม พื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง จึงเป็นการปฏิวัติประชาธิปไตย ๔. การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางนโยบายในโครงการพัฒนาและในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๗ คือการเมืองภาคพลเมือง ประชาชนมีความชอบธรรมและชอบด้วยกฎหมายที่จะรวมตัวกันที่จะมีสิทธิมีเสียงในเรื่องนโยบาย เรื่องโครงการพัฒนา และเรื่องตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ ในบางชุมชนของไทยมีประชาธิปไตยโดยตรงที่ไม่ได้ใช้การเลือกตั้ง กล่าวคือมีสภาผู้นำชุมชนที่มาจากผู้นำตามธรรมชาติ ของกลุ่มต่างๆ ในชุมชน สภาผู้นำชุมชนต้องการรวบรวมข้อมูลชุมชน แล้วทำแผนพัฒนาชุมชน โดยให้ที่ประชุมของคนทั้งหมู่บ้านที่เรียกว่าสภาประชาชน เป็นผู้รับรู้และมีส่วนร่วม อันเป็นประชาธิปไตยอย่างยิ่ง และมีคุณธรรมอย่างยิ่ง เกิดผลดีต่อการพัฒนาอันเป็นที่น่าพอใจของทุกฝ่าย รูปแบบนี้ควรขยายตัวทั้งทางกว้าง และในการขึ้นมาสู่ระดับบน สภาผู้นำชุมชนสามารถเลือกตัวแทนจากระดับล่างสุด ขึ้นมาเป็นสภาผู้นำชุมชนระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับชาติ โดยมีข้อกำหนดให้องค์กรที่มีอำนาจนำข้อเสนอแนะจากสภาผู้นำชุมชนไปพิจารณา ตั้งแต่ อบต. ไปจนถึง ครม. ในทำนองเดียวกันอาจมีสภาผู้นำของกลุ่มคนอื่นๆ เช่น สภาผู้นำกรรมกร สภาผู้นำคนพิการ ฯลฯ ที่ควรมีสิทธิมีเสียงในเรื่องนโยบายการพัฒนาและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ สภาผู้นำกลุ่มต่างๆ อาจรวมตัวกันเป็นสภาประชาชนที่ทำการเสนอแนะทางนโยบายและทิศทางการพัฒนาประเทศปีละครั้งหรือสองปีครั้ง ที่ฝ่ายบริหารจะต้องเข้าร่วมประชุมรับฟัง อะไรดีและพร้อมก็นำไปปฏิบัติ ๕. ระบบความยุติธรรมที่อิสระและเข้มแข็ง คือเครื่องมือของประชาธิปไตยทุกฝ่ายในสังคมต้องร่วมกันสนับสนุนค้ำจุน ให้ระบบความยุติธรรมมีความเป็นอิสระ มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ ๖. เสรีภาพของสื่อมวลชน เสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นเครื่องมือของประชาธิปไตย เผด็จการพยายามแทรกแซงเสรีภาพของสื่อมวลชน หรือพยายามซื้อให้เป็นพวก ในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมที่สื่อต้องอาศัยการโฆษณา นายทุนนักการเมืองสามารถกลั่นแกล้งแทรกแซงสื่อมวลชน ด้วยวิธีทางธุรกิจได้อย่างไม่สู้ยากนัก ในประเทศที่เจริญ การมีหนังสือพิมพ์แบบสืบสวน (Investigative journalism) เป็นเครื่องมือที่หยุดยั้งคอร์รัปชันได้อย่างชะงัด การต่อสู้จากภาคประชาสังคม และวิชาการจนสามารถมีสถานีโทรทัศน์สาธารณะที่เป็นอิสระน่าจะเป็นกำลังใจให้ช่วยกัน พัฒนาระบบสื่อมวลชนที่มีเสรีภาพและคุณภาพ เสรีภาพและคุณภาพของสื่อมวลชนเป็นเครื่องมือของประชาธิปไตย ๗. กลไกการตรวจสอบและการคานอำนาจฝ่ายบริหาร องค์กรอิสระเพื่อการตรวจสอบ และคานอำนาจฝ่ายบริหาร ตามที่บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นอิสระและมีคุณภาพจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่พัฒนาคุณภาพการเมือง แต่อาจถูกแทรกแซงได้โดยเฉพาะจากอำนาจเงินมหาศาล ควรพัฒนากลไกการตรวจสอบ และการคานอำนาจให้ดียิ่งขึ้นโดยบัญญัติการได้มา ซึ่งกรรมการในองค์กรอิสระให้รัดกุมขึ้น กฎหมายการจัดตั้งโทรทัศน์สาธารณะเขียนอย่างรัดกุมมากจนนักการเมืองที่อยากแทรกแซงก็เกือบแทรกแซงไม่ได้เลย อัยการตามปกติดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งในระดับสูงไม่ได้ แม้ในสหรัฐอเมริกาเคยต้องตั้งอัยการพิเศษ (Special Counsel) ซึ่งก็ยังใช้ไม่ได้ ต้องตั้งอัยการอิสระ (Independent Counsel) ขึ้นมาดำเนินคดีเมื่อประธานาธิบดีตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา เรื่องนี้ต้องการผู้รู้จริงเข้ามาช่วยวางระบบที่จะดำเนินคดีเอาผิดผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงทางการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเมืองภาคพลเมืองที่เข้มแข็งจะช่วยให้การทำงานขององค์กรอิสระได้ผลยิ่งขึ้น ควรมีผู้รู้รวมกันเป็น ป.ป.ช. ภาคประชาชน ๘. คุณภาพของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่องนี้เป็นปัญหามากที่สุดอิทธิพลของเงินขนาดใหญ่ หรือธนกิจการเมืองเป็นปัจจัยทำลายระบบการเมืองมากที่สุด ทำให้เราได้ผู้ที่มาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ขาดความรู้ความสามารถ ทำงานไม่เป็น เป็นคนทุจริตเห็นแก่ได้ ทำให้บ้านเมืองปั่นป่วน วุ่นวาย เศร้าหมอง และวิกฤติ ในขณะที่การเลือกตั้งเป็นของจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย ต้องหาทางขจัดอำนาจเงินที่เข้ามาสู่การเลือกตั้งทุกวิถีทาง และต้องไม่ให้อำนาจที่ได้มาจากการเลือกตั้งเป็นอำนาจเดี่ยวและเป็นอำนาจที่ไม่รับผิดชอบ ในสหรัฐอเมริกา แม้ประธานาธิบดีจะได้รับเลือกมาจากคนทั้งประเทศ ไม่ใช่จะสามารถแต่งตั้ง คนที่จะดำรงตำแหน่งได้โดยอำเภอใจ ตำแหน่งสำคัญๆ เช่น รัฐมนตรีหรือผู้พิพากษาศาลสูง จะต้องผ่านการตรวจสอบในที่สาธารณะอย่างละเอียด ผู้เคยทำความผิดเพียงนิดเดียวก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ เราจะต้องเลิกแนวคิดว่าเป็นสิทธิของนักการเมืองที่จะดำรงตำแหน่งหรือให้ใครดำรงตำแหน่งก็ได้ แล้วก็เอาคนขี้ริ้วขี้เหร่ต่างๆ เอาลูก เอาเมีย เอาพ่อ เอานายทุน เอาคนรับใช้ประจำตัว มาเป็นรัฐมนตรีโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ จะต้องปฏิวัติความคิดตรงนี้ใหม่ว่าเป็นสิทธิของประเทศที่จะได้คนดีที่สุดมาบริหารประเทศ ซึ่งควรต้องผ่านกลไกการตรวจสอบ ในประเทศจีนเขามีกลไกคัดสรรผู้นำทางการเมืองที่ต้องผ่านการทดลองงานเป็นเวลานาน และพิสูจน์ความสามารถและความสุจริตให้เป็นที่ประจักษ์มาก่อน ของเราปุ๊บปั๊บปรู๊ดปร๊าด มีเงินมากๆ ก็เข้ามาดำรงตำแหน่งโดยไม่ประจักษ์ความสามารถและความสุจริต เรื่องคุณภาพของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยังเป็นเรื่องที่ต้องการการพัฒนาอีกมาก 9. การเมืองภาคประชาชน ระบบการเมืองของเราจมปลักอยู่ในความไม่ถูกต้องอย่างเหนียวแน่น อย่างยากที่จะสลัดตัวออกมาได้ เร็วๆ นี้มีปัจจัย 2 ประการ ที่เขย่าระบบการเมืองที่ไม่ถูกต้องอย่างแรง ประการหนึ่งคือการที่พระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสกระตุ้นให้ตุลาการ ทำงานอย่างเข้มแข็งถูกต้องเที่ยงธรรมเพื่อแก้วิกฤติของบ้านเมือง อีกประการหนึ่งคือการเมืองภาคประชาชนที่รวมตัวเคลื่อนไหวประท้วงต่อต้านความไม่ถูกต้องด้วยสันติวิธีและด้วยอารยะขัดขืน การต่อต้านและขัดขืนด้วยสันติวิธีแบบที่มหาตมะคานธีใช้ในการต่อต้านอำนาจที่ไม่ชอบธรรมของอังกฤษ และที่เนลสัน แมนเดลาใช้ที่แอฟริกาใต้ เป็นวิธีการต่อสู้ที่ทรงพลังและได้ผลมากในการต่อสู้กับอำนาจเผด็จการอันมหึมา ที่ทำกับประชาชนเจ้าของประเทศ เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกลายเป็นเครื่องมือที่ให้การศึกษาทางการเมืองอย่างกว้างขวางอย่างไม่เคยมีมาก่อน คณะรัฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่เคยสามารถให้การศึกษาทางการเมืองแก่ประชาชนได้ถึงขนาดนี้ จริงอยู่พันธมิตรอาจจะมีผิดบ้างถูกบ้าง แต่ภาพใหญ่คือการให้การศึกษาทางการเมืองแก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง การปฏิวัติประชาธิปไตยจะเป็นไปได้ต่อเมื่อประชาชนมีจิตสำนึก และมีการศึกษาทางการเมืองโดยการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง การเมืองภาคประชาชนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการปฏิวัติประชาธิปไตย ควรทำให้การเมืองภาคประชาชน มีความเป็นสถาบัน นั่นคือมีคุณค่า เป็นที่ยอมรับของสังคม โดยการคิดชอบ พูดชอบ ทำชอบ แสวงหาความรู้ และให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่สังคม ต้องไม่เข้าไปสู่การมีอำนาจเสียเอง แต่เป็นผู้กำกับให้ผู้มีอำนาจใช้อำนาจอย่างถูกต้องเป็นธรรม เหมือนกรรมการมวยต้องไม่เข้าไปชกแทนนักมวย การต่อสู้ทางการเมืองได้ดำเนินมานานพอสมควรจนบ้านเมืองบอบช้ำและไม่สามารถหาจุดลงตัวได้ เกิดสภาวะเสี่ยงที่จะเกิดมิคสัญญีกลียุค คนไทยทั้งมวลทุกหมู่เหล่า องค์กร และสถาบัน ทั้งนักวิชาการ ทหาร และพลเรือน ตลอดจนพรรคการเมืองต่างๆ ควรหันมาร่วมกันปฏิวัติประชาธิปไตย เป็นการปฏิวัติด้วยสันติวิธี ไม่มีใครตาย ที่จะตายคือความไม่ถูกต้อง คนไทยเป็นคนดี มีน้ำใจ อยู่ในภูมิประเทศที่มีทรัพยากรมาก ไม่ควรจะลำบากถึงเพียงนี้ ควรจะได้อยู่ในสังคมที่มีความพอเพียง เจริญ และสันติ สังคมจะพอเพียง เจริญ และสันติได้ จะต้องมีความถูกต้องเป็นธรรม ประชาธิปไตยไม่ใช่เป็นเพียงกลไกและกลไกเท่านั้น แต่ต้องเป็นระบบที่มีความถูกต้องเป็นธรรม เราต้องร่วมกันปฏิวัติประชาธิปไตยให้ระบบการเมืองมีความถูกต้องเป็นธรรม การเมืองจึงจะไปสู่จุดลงตัวใหม่ เป็นปัจจัยให้ประเทศไทยเกิดความเจริญอย่างแท้จริงและมีศานติสุข.
|