หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ชีวิตชายไทยนั้น "เปราะบาง" กว่าหญิงนัก

โดย วรากรณ์ สามโกเศศ  มติชนรายวัน  วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11086

ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานสัมมนา "มิติเพศ ในประชากรและสังคม" จัดโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันนี้เขาจัดงานวิชาการประจำทุกปีในหัวข้อที่ต่างกันไป ในงานมีการเสนอบทความวิชาการหลายชิ้นที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับมิติเพศ ผมขอนำข้อเขียนเรื่อง "ความไม่สมดุลของประชากรชายและหญิงในประเทศไทย" ที่เขียนโดย ศาสตราจารย์ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล และผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ มาเล่าต่อ

เมื่อ 50 ปีก่อน ประชากรไทยมีอยู่ราว 25 ล้านคน การเพิ่มกว่าหนึ่งเท่าตัวในเวลาครึ่งศตวรรษทำให้ในปี 2551 เรามีประชากรประมาณ 63 ล้านคน จากการเพิ่มสูงถึงกว่าร้อยละ 3 ต่อปีเมื่อ 50 ปีก่อน เหลือเพียงไม่ถึงร้อยละ 1 ต่อปีในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลพวงจากการที่สตรีซึ่งเคยมีบุตรเฉลี่ยตลอดวัยเจริญพันธุ์ของตนมากกว่า 5 คน เหลือเพียง 1.5 คนในปัจจุบัน

อัตราการตายของทารกก็ลดลงด้วยเช่นกัน จากตัวเลขที่เคยสูงถึงเกือบประมาณ 80 ต่อการเกิดมีชีพ 1,000 รายเมื่อ 50 ปีก่อน ลดลงเหลือเพียงประมาณ 15 ในปัจจุบัน

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา โครงสร้างเพศของประชากรไทยก็ได้เปลี่ยนไปจากที่เคยมีจำนวนหญิงและชายพอๆ กัน กลายเป็นประชากรที่มีหญิงมากกว่าชายค่อนข้างมาก และมีแนวโน้มว่าจะมีความไม่สมดุลระหว่างจำนวนหญิงชายมากยิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง

ใน พ.ศ.2550 ในประชากรทั้งหมด 63.1 ล้านคน เป็นชาย 31.1 ล้านคน เป็นหญิง 32 ล้านคน หญิงมากกว่าชายถึง 9 แสนคน ซึ่งถือได้ว่าเป็นจำนวนแตกต่างระหว่างเพศที่มากที่สุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในสังคมไทย

ระหว่าง พ.ศ.2480 ถึง 2503 ประชากรหญิงและชายมีจำนวนพอๆ กัน โดยมีชายมากกว่าหญิงเล็กน้อย จนกระทั่งถึง 2513 จึงพบว่าหญิงเริ่มมากกว่าชาย และสำมะโนประชากรหลังจากนั้นเป็นต้นมาพบว่ามีหญิงมากกว่าชายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังเช่นใน พ.ศ.2533 จากประชากร 55 ล้านคน มีหญิงมากกว่าชาย 4.2 แสนคน ใน พ.ศ.2543 ในประชากร 61 ล้านคน หญิงมากกว่าชาย 8.9 แสนคน และในปี พ.ศ.2551 ประมาณว่ามีประชากรหญิงในประเทศไทยมากกว่าชายถึงล้านคน

เหตุใดหญิงจึงมีจำนวนมากกว่าชายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ทารกเพศชายเกิดมากกว่าหญิงตลอดมา? ในทุกกลุ่มประชากรและทุกสังคม โดยธรรมชาติโอกาสที่ทารกเกิดมาเป็นชายจะมีมากกว่าหญิงเล็กน้อยเสมอ สำหรับประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.2480 เป็นต้นมา ทุกจำนวนเกิดเป็นทารกเพศหญิง 100 คน จะมีจำนวนเกิดเป็นทารกเพศชายไม่เคยต่ำกว่า 105 คน

เมื่อทารกชายแรกเกิดมีจำนวนมากกว่าหญิง โดยตรรกะก็ย่อมนำไปสู่จำนวนประชากรชายที่มากกว่าหญิง แต่สิ่งที่เกิดเป็นจริงขึ้นมิได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากระหว่างการเติบโตจนสูงอายุ มีหลายสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพศชายจนทำให้มีจำนวนน้อยกว่า

ข้อมูลจากการฉายภาพประชากรที่จำแนกชายและหญิงออกตามกลุ่มอายุ แสดงให้เห็นว่าตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 27 ปี ประชากรชายจะมีมากกว่าหญิง แต่เมื่อผ่านอายุ 27 ปีไปแล้วประชากรหญิงจะเริ่มมีจำนวนมากกว่าชายไปจนกระทั่งอายุสูงสุด (ตัวเลข "27 ปี" ทำให้ชายไทยต้องใส่ใจเป็นพิเศษ)

อายุยิ่งสูง หญิงจะยิ่งมีจำนวนมากกว่าชาย เช่น ในกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป จะมีชายเพียง 60 คนต่อหญิง 100 คน และเมื่ออายุ 100 ปี ขึ้นไปจะมีชายเหลือเพียง 30 คน ต่อหญิง 100 คน (ข้อมูลนี้เชื่อได้จนไม่ต้องจำเป็นอยู่นานถึงขนาดนั้นเพื่อให้เห็นกับตาตนเอง ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าถึงเห็นแล้วจะเข้าใจหรือไม่) ซึ่งหมายถึงว่า "กลุ่มคนร้อยปี" จะมีหญิงมากกว่าชายถึงกว่า 3 เท่าตัว

ความ "หนังเหนียว" ของสตรีสะท้อนให้เห็นใน "อายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิด" (life expectancy) ของหญิงไทยที่ปัจจุบันอยู่ที่ 76 ปี แต่ชายไทยอยู่ที่ 70 ปี (ปรากฏการณ์หญิงอายุยืนกว่าชายนี้เป็นจริงในทุกสังคม มีคนให้เหตุผลว่าเพราะพระเจ้าต้องการให้ภรรยาได้มีโอกาสมีชีวิตอันสงบในบั้นปลายชีวิต)

ถึงแม้ทุกปีทารกชายจะมีจำนวนมากกว่าหญิงแต่สุดท้ายจำนวนชายก็น้อยกว่าหญิง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะอัตราการตายของชายสูงกว่าหญิงในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาวและวัยทำงานความแตกต่างจะยิ่งมีมากขึ้น

ข้อมูลของปี พ.ศ.2549 ชี้ว่าในช่วงอายุ 20-24 ปี มีประชากรไทยที่ตายเป็นหญิงเพียง 1,702 คน ในขณะที่เป็นชายถึง 5,751 คน ซึ่งมากกว่าหญิงถึง 3.4 เท่า (แม้แต่ในช่วงอายุ 15-19 ปี อัตราการตายของชายก็มากกว่าหญิงถึง 3.7 เท่าตัว) อัตราการตายของชายมากกว่าหญิงกว่า 2 เท่าตัวไปตลอดทุกช่วงอายุจนถึงช่วงอายุ 45-49 ปี จึงลดลงต่ำกว่า 2

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ชีวิตชายไทย "เปราะบาง" กว่าหญิงเนื่องมาจากฮอร์โมน เพศชาย (testosterone) ซึ่งมีอยู่ท่วมท้นในเพศชายทำให้มีแบบแผนการดำรงชีวิตที่เอนเอียงไปทางโลดโผน สุ่มเสี่ยง รุนแรง ขาดความรอบคอบกว่าเพศหญิงที่มีฮอร์โมนชนิดนี้น้อยกว่ามาก อีกทั้งเชื่อว่าในช่วงชีวิตตอนต้น หญิงมีปัจจัยทางชีววิทยาที่ทำให้มีภูมิคุ้มกันที่จะรอดชีวิตมากกว่า (เช่น หญิงก่อนวัยทองมีจำนวนน้อยมากที่เป็นโรคหัวใจ)

ประชากรชายไทยมีความเสี่ยงต่อการตายด้วยการติดเชื้อเอดส์ และสาเหตุภายนอกที่สำคัญได้แก่ อุบัติเหตุ และความรุนแรงในเกือบทุกช่วงอายุจนเป็นผลทำให้มีจำนวนน้อยกว่าหญิงที่มีความเสี่ยงในเรื่องเหล่านี้น้อยกว่า

ผู้เขียนได้ฉายภาพประชากรไทยว่านับจากนี้ไปประชากรไทยจะขึ้นไปถึงจุดสูงสุดในอีก 10 ปีข้างหน้าด้วยจำนวน 65.2 ล้านคน จากนั้นจะคงตัวอยู่ที่ 65 ล้านคนระยะหนึ่งและจึงค่อยลดน้อยลง แต่ในขณะที่จำนวนประชากรรวมเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่จำนวนแตกต่างระหว่างเพศจะยิ่งเพิ่มขึ้น

จากที่มากกว่ากัน 9 แสนคนในปี 2550 คาดว่าใน พ.ศ.2558 หรือ 7 ปีจากปัจจุบัน หญิงจะมากกว่าชาย 1.167 ล้านคน และใน พ.ศ.2568 หญิงจะมากกว่าชาย 1.532 ล้านคน

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการขาดแคลนชายเช่นนี้ก็ได้แก่ (1)ความไม่สมดุลในจำนวนเพศทำให้โอกาสจับคู่ของหญิงชายมีน้อยลง หญิงโสดจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น (หญิงอายุ 15-54 ปี ที่เป็นโสดเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 25 ใน พ.ศ.2523 เป็นร้อยละ 30 ใน พ.ศ.2543 และอาจเพิ่มถึงร้อยละ 35 ใน พ.ศ.2551 นี้) จนมีผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ของประชากรไทยกล่าวคือจากจำนวนบุตรเฉลี่ยตลอดวัยเจริญพันธุ์ 1.5 คนในปัจจุบันอาจลดลงไปเหลือเพียง 1 ในอนาคตอันใกล้ก็เป็นได้

(2)จำนวนประชากรที่มีแนวโน้มลดลงในขณะที่ขนาดเศรษฐกิจขยายตัวขึ้น หมายถึงการขาดแคลนแรงงาน และเมื่อคำนึงถึงสัดส่วนประชากรสูงวัยที่เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับในสังคมไทยประกอบด้วยแล้ว ก็นำไปสู่สังคมที่คนหนุ่มสาวไทยในอนาคตต้องทำงานโดยมีผู้ช่วยน้อยลงและมีภาระเลี้ยงดูผู้ใหญ่หนักขึ้น

(3)เมื่อขาดแคลนแรงงานชาย งานบางประเภทที่เหมาะเฉพาะเพศชาย เช่น ออกแรงแบกหาม ฯลฯ ต้องหันไปใช้หญิงซึ่งมีความสามารถในการทำงานลักษณะนี้น้อยกว่าแทนจนอาจเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และเช่นเดียวกันงานที่เหมาะแก่เพศหญิงก็จะมีหญิงต้องการทำงานเกินกว่างานที่มีให้ทำ การไม่จับคู่กันอย่างเหมาะสมระหว่างงานและเพศจะมีผลกระทบต่อความสามารถในการผลิตรวมของประเทศ

(4)การนำเข้าแรงงานชายจากต่างประเทศเพื่อทำงานที่ไม่อาจหาชายไทยทำได้เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้น เช่นเดียวกับการแต่งงานข้ามชาติของหญิงไทย

ชีวิตชายไทยนั้น "เปราะบาง" มีโอกาสตายสูงกว่าหญิงในทุกกลุ่มอายุ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องดูแลตนเองให้อยู่รอดปลอดภัย และถ้ารอดไปได้ก็จะได้ครอบครองสถานภาพ "เล่นตัว" เป็นรางวัลเพราะมีหญิงมากมายให้เลือก

หน้า 6