หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ทิศทางของเงินเฟ้อ : น่าจะปรับตัวดีขึ้นในปี 2552

ส่องกล้องเศรษฐกิจ : ดร.อาภรณ์ ชีวะเกรียงไกร  กรุงเทพธุรกิจ  วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เรื่องเงินเฟ้อเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนค่อนข้างสาหัสต่อพี่น้องประชาชนไทยและประชากรโลก นอกจากนี้ ยังสร้างความยุ่งยากให้กับธนาคารกลางทั่วโลก ดังรายละเอียดตารางข้างล่างนี้ ที่ล่าสุด อัตราเงินเฟ้อของเดือนมิถุนายนในหลายๆ ประเทศ นอกจากจะเป็นเลขสองหลักแล้วยังเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น เวียดนามที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นไปถึง 26.2% สำหรับประเทศไทยเองเงินเฟ้อเดือนนี้ก็พุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ 8.9% และยังมีแนวโน้มว่าเงินเฟ้อยังอาจจะสูงระดับ 10% ได้ในเดือนสิงหาคม

การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อนี้กดดันต่อธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยสูงในการที่จะลดความต้องการซื้อลงและดึงให้เงินเฟ้อต่ำลง แต่ในขณะเดียวกัน การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็จะมีผลกระทบต่อกำไรของธุรกิจ และดึงให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง ดังเช่นที่มีการต่อต้านจากกลุ่มธุรกิจไม่ให้คณะกรรมการนโยบายการเงินปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ดังนั้น จึงเป็นความลำบากในการบริหารนโยบายการเงินในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่อัตราเงินเฟ้อสูง

ปีนี้คงจะชัดเจนว่าปัญหาเศรษฐกิจใหญ่ของโลก คือ เรื่องของเงินเฟ้อ และวิกฤติอสังหาริมทรัพย์สหรัฐอเมริกา ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ที่แม้ตลาดหุ้นของเอเชียแปซิฟิกที่เคยเป็นพระเอกก็ยังคงติดลบ โดยเฉพาะตลาดหุ้นของจีนที่เคยเติบโตสูงที่สุดในโลกในหลายปีที่ผ่านมาก็ติดลบ 48% ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ และมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นของภูมิภาคเอเชีย ดังนั้น คำถามที่คนสนใจกันมากจึงอยู่ที่ว่าแล้วเมื่อไรปัญหาเงินเฟ้อนี้จะคลี่คลาย และแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในปีหน้าจะเป็นอย่างไร

หากพิจารณาจากคาดการณ์ของหน่วยงานต่างๆ แล้วก็น่าจะเป็นข่าวดี ว่า แนวโน้มของอัตราเงินเฟ้อของโลกน่าจะอ่อนตัวลงจากปีนี้ อันมีปัจจัยที่สำคัญๆ ดังต่อไปนี้ คือ หนึ่ง ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อยู่ที่ระดับ 140-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลน่าจะทรงตัวอยู่ได้ หรือถ้าหากจะเพิ่มก็คงจะไม่เพิ่มขึ้นได้อย่างรุนแรงเช่นที่เกิดขึ้นในปีนี้ และสอง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หมวดอาหารประเภทข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง และอื่นๆ ก็เริ่มอ่อนตัวลงมาบ้างตั้งแต่ปลายไตรที่สองเป็นต้นมา เพราะมีการเร่งการปลูกเพิ่มขึ้นมากเนื่องจากได้ราคาดี และสาม การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกค่อนข้างรุนแรงในปี 2551 เริ่มมีผลกระทบต่อความต้องการสินค้าและบริการที่ชัดเจน โดยเฉพาะการค้าของโลก

คาดการณ์เงินเฟ้อของโลกในปีหน้าส่วนใหญ่แล้วมองว่าเงินเฟ้อจะอ่อนตัวลง แต่แตกต่างกันที่ระดับเท่านั้น ซึ่งคาดการณ์ของธนาคารดอยช์แห่งประเทศเยอรมนีที่ประกาศล่าสุด พบอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาจะชะลอจากระดับ 4.4% ในปี 2551 ลงเหลือประมาณ 3.0% ในปี 2552 และสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้น ก็จะอ่อนตัวลงบ้างจาก 7.7 เป็นร้อยละ 5.6

ดังนั้น ประเทศไทยนั้นปัญหาเรื่องอัตราเงินเฟ้อก็น่าจะคลี่คลายดีขึ้นบ้าง โดยเฉพาะราคาอาหารทำให้คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อน่าจะกลับมาอยู่ที่ระดับ 5.0-5.5% ได้เทียบกับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปี 2551 ของหน่วยงานภาคเอกชนอยู่ที่ระดับประมาณร้อยละ 7-8 (คาดการณ์เงินเฟ้อของทางการ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่ที่ 6-7)