หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ย้อนรอยคำเตือนโลกร้อน จากวิทยานิพนธ์ถึงคำให้การสะเทือนโลก

โดย เกษียร เตชะพีระ  มติชนรายวัน  วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11129

ถ้าจะมีนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งคนใดที่เป็นสัญลักษณ์สุดยอดของปัญหาโลกร้อนแล้ว เขาก็คือ Dr.James Hansen (ค.ศ.1941-ปัจจุบัน)

นักฟิสิกส์และดาราศาสตร์ผู้อำนวยการ Goddard Institute for Space Studies แห่งองค์การ NASA ของอเมริกาคนนี้ได้รับยกย่องจากนิตยสาร Time ให้เป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

ความสนใจปัญหาโลกร้อนของ ดร.ฮันเส็น เริ่มจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเมื่อปี ค.ศ.1967 ณ มหาวิทยาลัยไอโอวาของเขา ที่ศึกษาสภาพดาวศุกร์ (Venus) และสรุปว่าตัวการที่ทำให้ดาวดวงนี้มีพื้นผิวร้อนระอุถึง 400 องศาเซลเชียส จนพอที่จะหลอมละลายตะกั่วได้นั้น เป็นผลมาจากภาวะเรือนกระจกแบบเดียวกับโลกนั่นเอง

(ภาวะเรือนกระจกหรือ Greenhouse Effect หมายถึง ภาวะที่ชั้นบรรยากาศของโลกกระทำตัวเสมือนกระจก ที่ยอมให้รังสีคลื่นสั้นจากดวงอาทิตย์ผ่านลงมายังพื้นผิวโลกได้ แต่จะดูดกลืนรังสีคลื่นยาวช่วงอินฟราเรด ที่แผ่สะท้อนจากพื้นผิวโลกกลับออกไปเอาไว้บางส่วน จากนั้นก็จะคายพลังงานความร้อนออกมา ให้กระจายอยู่ภายในชั้นบรรยากาศ และพื้นผิวโลกเอง จึงเปรียบเสมือนกระจกที่ปกคลุมพื้นผิวโลก ให้มีภาวะสมดุลทางอุณหภูมิและอบอุ่นเหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิตบนผิวโลกที่ประมาณ 16 องศาเซลเชียส - คัดลอกปรับปรุงจาก "ภาวะเรือนกระจก" , thanapong.igetweb.com/index.php? mo=3&art=82530, สร้าง 16 ก.พ. 2008; และดู Mark Maslin, Global Warming : A Very Short Introduction, OUP, 2004, pp. 4-6)

ภาพประกอบภาวะเรือนกระจกจาก PBS Online NewsHour

เมื่อ ดร.ฮันเส็น ค้นคว้าต่อก็พบว่าชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์นั้นประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สูงถึง 96%!

จึงจุดประกายคำถามขึ้นแก่เขาว่า ถ้าเช่นนั้นภาวะเรือนกระจกที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำนองเดียวกันจะส่งผลอย่างไรต่อโลกบ้างเล่า?

ตอนนั้นเองก็มีรายงานจากสถานีสังเกตการณ์ Mauna Loa บนเกาะฮาวาย ที่เก็บข้อมูลระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในชั้นบรรยากาศของโลกมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1959-ตามคำกระตุ้นแนะนำของ Charles David Keeling นักธรณีเคมีและสมุทรศาสตร์-ว่าระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด ดังที่เรียกการค้นพบนี้ว่า "Keeling curve" หรือ "เส้นคีลิ่ง" ตามภาพเส้นสถิติที่ปรากฏ

เหล่านี้ส่งผลให้ประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ ของสหรัฐ ขอให้ทาง the National Academy of Sciences- อันเป็นสถาบันรวมนักวิชาการดีเด่นผู้ทำวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ของอเมริกา เพื่อค้นคว้าตรวจสอบทดลอง และรายงานเรื่องต่างๆ เมื่อได้รับคำร้องขอจากหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ-ให้ช่วยศึกษาเรื่องนี้ในปี ค.ศ.1979

ทางสถาบันจึงจัดตั้งกลุ่มศึกษาคาร์บอนไดออกไซด์และภูมิอากาศเฉพาะกิจขึ้นค้นคว้าเรื่องดังกล่าว แล้วรายงานผลกลับมาว่า "ไม่มีเหตุผลใดให้คลางแคลงสงสัยข้อที่ว่ามันย่อมจะเป็นผลให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง อีกทั้งไม่มีเหตุผลใดให้เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะน้อยนิดจนไม่ต้องไปใส่ใจ"

ในที่สุดปี ค.ศ.1988 - ราว 20 ปีหลังข้อค้นพบและคำถามคาใจจากวิทยานิพนธ์ - ดร.เจมส์ ฮันเส็น ก็ได้รับเชิญไปให้การต่อคณะกรรมาธิการแห่งสภาคองเกรสของสหรัฐเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาฟันธงว่า "มั่นใจถึง 99% ว่าภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อดาวเคราะห์โลกของเราในตอนนี้"

คำให้การของฮันเส็นส่งผลสะเทือนกว้างไกล กระตุ้นให้โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสหประชาชาติ ร่วมกับองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ตัดสินใจจัดตั้ง Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC - องค์คณะระหว่างรัฐบาล ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ขึ้นมาศึกษา และรายงานปัญหาก๊าซเรือนกระจก และผลกระทบของมันต่อภูมิอากาศในปีเดียวกันนั้นเอง

รายงานของ IPCC ฉบับที่ 1/ค.ศ.1990 ระบุว่า: -

มีหลักฐานว่าโลกร้อนขึ้นราว 0.5 องศาเซลเชียส ในรอบศตวรรษที่ผ่านมา

สาเหตุที่โลกร้อนขึ้นถึงบัดนี้อาจเป็นเพราะธรรมชาติหรือฝีมือมนุษย์ได้พอๆ กัน

จำต้องดำเนินการป้องกันไม่ให้ก๊าซเรือนกระจกสะสมเพิ่มพูนขึ้นอีกในอนาคต

หลังจากนั้น IPCC ก็แสดงความมั่นใจชัดเจนขึ้นตามลำดับว่าสาเหตุของภาวะโลกร้อนเป็นเพราะอะไรแน่.....

รายงานของ IPCC ฉบับที่ 2/ค.ศ.1995 สรุปชัดขึ้นหน่อยว่า: -

ดุลน้ำหนักของหลักฐานส่อแสดงว่ามนุษย์ส่งอิทธิพลที่เล็งเห็นได้ต่อภูมิอากาศของโลก

รายงานของ IPCC ฉบับที่ 3/ค.ศ.2001 สรุปหนักแน่นเข้าไปอีกว่า: -

น่าจะเป็นได้ (likely = มีโอกาสราว 66-90%) ว่ากิจกรรมของมนุษย์เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนส่วนใหญ่ในศตวรรษนี้

ล่าสุด รายงานของ IPCC ฉบับที่ 4/ค.ศ.2007 แทบจะฟันธงไปเลยว่า: -

น่าจะเป็นไปได้มาก (very likely = มีโอกาสราว 90-95% เหลือที่ไม่มั่นใจอีก 5-10% แค่นั้น) ว่าภาวะโลกร้อนที่สังเกตเห็นในรอบ 50 ปีหลังนี้เป็นผลจากฝีมือมนุษย์

สรุปรวมความก็คือจากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ ไม่ต้องมัวมาถกเถียงกันต่อไปอีกแล้วว่าโลกร้อนขึ้นเพราะคนทำ คำถามเดียวที่เหลืออยู่ก็คือจะทำยังไงกันต่อไปดี?

ฉะนั้นเอง เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ศกนี้ที่ผ่านมา - ในวาระครบรอบ 20 ปีคำเตือนภัยโลกร้อนที่ส่งผลสะเทือนระดับโลกของเขา ดร.เจมส์ ฮันเส็น ก็รับเชิญกลับไปให้การต่อคณะกรรมาธิการแห่งสภาคองเกรสของสหรัฐอีกครั้ง เพื่อตอบคำถามร้อนลวกใจที่ว่านี้!

หน้า 6