หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
"กินเด็ก" สู้กับ "วัวแก่กินหญ้าอ่อน"

โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มติชนรายวัน มติชนรายวัน วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11128

ละคร "ข้างหลังภาพ" ของศรีบูรพา ข่าวดาราสาวและสาวไฮโซบางคนชอบ "กินเด็ก" ในปัจจุบัน และภาพยนตร์เรื่อง The Graduate (1967) เตือนใจให้นึกถึงทางโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา และโลกตะวันตกที่สาวสูงอายุ ชอบที่จะมีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มที่เด็กกว่า

เราได้ยินเรื่อง "วัวแก่กินหญ้าอ่อน" มานานแสนนาน "เฒ่าหัวงู" หรือ dirty old man ฟังแล้วไม่ตื่นเต้นเท่ากับ "กินเด็ก" เพศชายสูงอายุทั้งหลายดูจะมีความหมั่นไส้แกมอิจฉาและตกตะลึงด้วยความคาดไม่ถึงอยู่พอควรกับปรากฏการณ์ใหม่นี้

ในสหรัฐอเมริกาที่มีการเก็บสถิติประเภทนี้ ข้อมูลชี้ว่าใน ค.ศ.2003 ผู้หญิงอายุระหว่าง 40-69 ปี จำนวนหนึ่งในสาม เดตชายหนุ่มที่มีอายุน้อยกว่า และประมาณหนึ่งในสี่ของชายหนุ่มเหล่านี้มีอายุน้อยกว่าหญิง 10 ปีขึ้นไป

อีกสถิติหนึ่งของสังคมอเมริกัน ในปี 1997 หญิงชายที่มีความสัมพันธ์กันประมาณ 500,000 คู่ เป็นหญิงที่มีอายุมากกว่าชายอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป แต่ในปี 2003 มีเกือบ 3,000,000 คู่ที่หญิงอายุมากกว่าชายอย่างน้อย 6 ปีขึ้นไป

นอกจากนี้สถิติจากการสำรวจทางอินเตอร์เน็ตพบอีกว่าสัดส่วนของหญิงที่อยู่ในฐานข้อมูล ผู้ซึ่งยินดีเดตชายอายุน้อยกว่าเธอ 10 ปีขึ้นไปพุ่งขึ้นหนึ่งเท่าตัวในระหว่างปี 2002 และ 2005

จากข้อมูลเหล่านี้สรุปได้ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ทางเพศ ระหว่างหญิงอายุมากกว่าชายหลายปี เพิ่มขึ้นอย่างไล่ตามปรากฏการณ์กลับทางกัน ที่มีมาก่อนหน้าจนสังคมเห็นเป็นสิ่งปกติ พูดง่าย ๆ ก็คือ "กินเด็ก" กำลังไล่ตาม "วัวแก่กินหญ้าอ่อน"

ปัจจุบันมีคำแสลงเรียกหญิง "กินเด็ก" เหล่านี้ว่า cougars (อีกชื่อคือ puma หรือสิงห์ภูเขา) ซึ่งเป็นศัพท์ที่คอลัมนิสต์หญิงคนหนึ่ง ในหนังสือพิมพ์แคนาดา เป็นผู้เริ่มใช้ โดยมีความหมายไปทางลบ หมายถึงหญิงมีอายุที่ชอบไปเที่ยวบาร์และหิ้วเด็กหนุ่มกลับบ้าน แต่ล่าสุด cougars มีความหมายไปทางบวกมากขึ้นโดยหมายถึงหญิงโสดที่มีอายุ ผู้รู้ว่าตนเองต้องการอะไร มีเงิน และมีความมั่นใจในสิ่งที่ตนเองต้องการ ซึ่งมิได้จำกัดอยู่เพียงมีลูกและบ้านเท่านั้น

มีเว็บไซต์หลายอันในปัจจุบันที่เกี่ยวกับการเดตของเหล่า cougars รวมทั้งมีเสื้อยืด ถ้วยกาแฟและของที่ระลึกของเหล่า cougars ด้วย เสริมด้วยการเป็นหัวข้อทอล์คโชว์ของ Oprah Winfrey รวมทั้งอยู่ในพล็อตเรื่องของทีวีโชว์ยอดฮิต เช่น Sex and the City/ Living with Fran ตลอดจน Kept ซึ่งเป็นเรียลิตี้โชว์ที่เด็กหนุ่มกว่า 20 คนแข่งขันกันเป็นเอสคอร์ตของภรรยาเก่าอายุ 50 ปี ของ Mick Jagger ฯลฯ

พล็อตเหล่านี้ล้วนสะท้อนความเป็นจริงของสังคมในระดับหนึ่ง และยั่วยุให้เป็นไปตามแนวโน้มนั้นในอีกระดับหนึ่ง

อะไรทำให้เกิดปรากฏการณ์ "กินเด็ก"?

เข้าใจว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจ และสังคม เป็นตัวอธิบายกล่าวคือ (1) อัตราการหย่าร้างที่สูงของสังคมตะวันตกทำให้หญิงมีอายุ (ทุกคนก็มีอายุทั้งนั้น แต่อายุที่ผู้หญิงบอกมีโอกาสต่ำกว่าอายุจริง) จำนวนมากขึ้นไหลเข้าสู่ "ตลาดเดต" อีกครั้งหนึ่ง (สถิติของสังคมอเมริกาในปี 2004 ระบุว่าร้อยละ 66 ของผู้หญิงที่หย่าร้างในวัย 40-50-60 ปี ผู้หญิงเป็นผู้ริเริ่มการหย่า)

(2) ด้วยความสำเร็จของผู้หญิงในการทำงานทำให้ผู้หญิงส่วนหนึ่งมองหาชายที่มีอายุน้อยกว่า และยังไม่ก้าวหน้าไปไกลในอาชีพซึ่งทำให้การโยกย้ายตามทำได้ง่ายกว่า อีกทั้งสามารถเป็นผู้ดูแลลูกให้ได้ด้วย (3) ผู้เชี่ยวชาญหญิงทางเพศระบุว่า sexual peak ของหญิงมีอายุสอดคล้องกับชายอายุน้อยกว่า (ผู้เชี่ยวชาญชายจะบอกว่า peak สำหรับชายนั้นสอดคล้องกับหญิงทุกกลุ่มอายุ) ดังนั้น หญิงโสดบางส่วนที่รู้ความลับนี้จึงอาจกลายเป็นคน "กินเด็ก" ไป

(4) หญิงที่ผ่านการแต่งงานหรือมีความรักที่ล้มเหลวหรือหย่าร้างมา ส่วนหนึ่งมองหาความสัมพันธ์ที่ "เบา" และ "สบายๆ" กว่าเก่า หญิงในวัย 40 หรือ 50 ปี เหล่านี้ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าความสัมพันธ์ทางเพศของเธอเป็นเครื่องหย่อนใจไม่ใช่เพื่อผลิตทายาท

เมื่อหันไปมองอีกด้านหนึ่งคือชายผู้มีอายุน้อยกว่าเหล่านี้ ส่วนใหญ่ไม่ต้องการการผูกมัดซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกับที่เหล่า cougars ต้องการ พวกเขาชอบความมั่นใจและประสบการณ์ทางเพศของเธอ และแน่นอนชอบฐานะอันมั่นคงของเหล่า cougars ด้วย ความก้าวหน้าทางการแพทย์และเงินทำให้ความงามและรูปร่างของ cougars มิได้ลดลงไปตามวัย เมื่อดีมานด์และสัพพลายพบกันเช่นนี้

ปรากฏการณ์ "กินเด็ก" จึงเป็นผลพวงที่ตามมาเป็นธรรมดา

มีชายในสังคมอเมริกันที่สนใจ cougars มากขึ้น ระหว่างปี 2002 ถึง 2005 ชายที่สนใจเดตหญิงอายุมากกว่าตนเอง 5 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 44 และจำนวนชายที่สนใจเดตหญิงที่มีอายุมากกว่าตนเอง 10 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นกว่าหนึ่งเท่าตัว

เมื่อมองภาพรวมที่ปรากฏขึ้นก็จะเห็นว่า ความทัดเทียมกันระหว่างเพศตามแนวเสรีนิยมที่เกิดขึ้นในเกือบทุกลักษณะ ในเกือบทุกสังคมดังที่เกิดขึ้นในโลกตลอดเวลา 60 ปีที่ผ่านมาตลอดจนความสำเร็จของผู้หญิงในด้านเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เกิดกระแส cougars ขึ้นในโลกตะวันตกและเชื่อได้ว่าจะแพร่กระจายไปยังสังคมอื่นๆ ในโลกมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไปในอนาคตอันใกล้

อย่างไรก็ดี มิใช่ว่า cougars จะเป็นผู้ชนะและอยู่รอดอยู่ดีอย่างปลอดภัยเสมอไป เมื่อก่อนมี Sugar Daddy (หมายถึงแฟนแก่ ซึ่งเลี้ยงดูเด็กสาวด้วยการให้โดยมีนัยยะของความหมายว่าถูกหลอก) ได้ ทำไมปัจจุบันจะมี Sugar Mummy ไม่ได้

cougars ปัจจุบันกำลังมีบทเรียนให้กันและกันผ่านเว็บไซต์ในเรื่องการเลือกชายหนุ่มที่ "ปลอดภัย" "จริงใจ" การจัดการกับ "เหยื่อ" ที่ไม่พึงปรารถนาแล้วของ cougars ความเข้าใจเป้าหมายของการเป็น cougars ฯลฯ

หากไม่ระวังให้ดี cougars อาจเป็นผู้ถูกล่าเสียเองก็เป็นได้เหมือนเรื่องเล่าเก่าแก่ที่มีวัวแก่ พลาดกินหญ้าอ่อน ที่เพิ่งถูกฉีดยาฆ่าหญ้า ชายมีอายุถูกหลอกได้ง่ายฉันใด ปัจจุบันหญิงมีอายุก็อาจถูกหลอกได้ง่ายฉันนั้น

ความเท่าเทียมกันในการถูกหลอกไม่ใช่ถนนวันเวย์แต่เป็นถนนสองทางสวนกัน

cougars หรือสิงห์ภูเขาเป็นสัตว์นักล่าอันตราย เพราะเป็นพี่น้องกับ jaguar นักล่ามีชื่อ cougars มีชื่อในภาษาอังกฤษกว่า 40 ชื่อ มีถิ่นอาศัยกระจายอยู่ไปทั่วทวีปอเมริกา ลักษณะสำคัญก็คือกินทุกอย่างตั้งแต่กวาง แกะ วัว หนู หรือแม้แต่แมลง (นี่คือที่มาของคำแสลง cougars) ลักษณะนิสัยของการล่าคือการแอบดักทำร้าย (ambush predator) โดยชอบซุ่มเงียบในพุ่มไม้และโดดเข้าโจมตีอย่างไม่รู้ตัว cougars ผสมพันธุ์บ่อย ท้องลูกยาวแค่ 91 วัน เมื่อคลอดลูกออกมา cougars เพศเมียเป็นผู้ดูแลลูกคนเดียวและหวงแหนลูกมาก มีอายุยืนประมาณ 8-10 ปี

สัตว์ที่เป็นคู่แข่งสำคัญของ cougars ในการแย่งอาหารก็คือ grey wolves หรือหมาป่าสีเทาซึ่งมีความเจ้าเล่ห์มากกว่า ดังนั้น cougars จึงต้องระวังทั้งเหยื่อเล็กใหญ่ที่อาจแว้งกัด

และคู่แข่งสำคัญคือ "เจ้าหมาป่า (หัว) สีเทา" และอาจมีงูที่อาศัยอยู่บนหัวหงอกรวมอยู่ด้วย

หน้า 6