หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
รางวัลโอลิมปิค

คอลัมน์ ดุลยภาพ ดุลยพินิจ โดย นวพร เรืองสกุล มติชนรายวัน วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11127

คุณประภาวดี เจริญรัตนธารากูล ได้รับเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค เป็นรางวัลแห่งความพยายามของเธอ และความพยายามนั้นทำให้เธอเป็นเลิศกว่านักกีฬาคนอื่นๆ ในวันแห่งการแข่งขันวันนั้น

ส่วนนักกีฬาคนอื่นๆ ทั้งที่ได้และไม่ได้รางวัล อาจจะรู้สึกว่าตนเองโชคไม่ดี หรือฝีมือยังไม่ดี แต่อันที่จริงใครก็ตามที่ได้พยายามทำจนเต็มหรือเฉียดเต็มความสามารถที่ตนมี ล้วนสมควรยินดีกับการกระทำของตนได้ทั้งสิ้น

นักกีฬาที่ได้รับเหรียญนั้น กลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน และบางคนยังร่ำรวยเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืนด้วย ทั้งจากเงินรางวัล และจากการได้รับทาบทามให้เป็นผู้นำเสนอสินค้าในสื่อโฆษณาของสินค้ายี่ห้อต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีงานสังคมติดตามมาอีกหลายคน ผู้คนล้วนมาห้อมล้อมแสดงความยินดี จนกระทั่งบางคนอาจจะลืมความโดดเดี่ยวในช่วงที่คร่ำเคร่งฝึกซ้อม อย่างที่ไม่รู้ว่าจะมีวันแห่งความฟู่ฟ่าเช่นนี้หรือไม่

นักกีฬา นักร้อง นักแสดง มีความคล้ายกันอย่างหนึ่งในเรื่องการเงินตรงที่ว่า มักได้เงินก้อนโตในเวลาอันสั้น ไม่ได้รับรายได้สม่ำเสมอตลอดชีวิต

สำหรับบุคคลกลุ่มนี้ มีตัวอย่างของบุคคลหลายต่อหลายคนที่สามารถใช้เงินจำนวนมากเช่นนั้นให้หมดไปได้ในเวลาอันสั้น

การเรียนรู้ที่จะรับมือกับเงินทองและชื่อเสียงที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องที่จำเป็นมาก นักกีฬาที่รักษาสติไว้ได้ดี หรือมีครอบครัวและโค้ช รวมทั้งผู้อุปถัมภ์ที่ช่วยกันดูแล ก็นับว่าโชคดี

ผู้เขียนเคยเขียนถึงการจัดการกับเงินก้อนโตที่ได้รับมาครั้งหนึ่งในคราวที่วิจารณ์ พลฤทธิ์ ได้เหรียญทอง เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ขอเขียนถึงอีกครั้งในครั้งนี้

คนเราแทบทุกคนมีเวลาหารายได้สั้นกว่าเวลาที่ต้องใช้จ่ายเพื่อบำรุงรักษาตนไปจนกว่าจะสิ้นลม เว้นแต่ข้าราชการที่เงินมาแบบเฉลี่ยชั่วชีวิต แต่ก็ต้องแลกกับการถนอมรักษาสถานภาพของข้าราชการไว้ให้ตลอดรอดฝั่ง ตั้งแต่เริ่มรับราชการจนถึงวันที่เกษียณอายุจากการทำงาน เพื่อให้มีสิทธิรับบำนาญ

เงินของมนุษย์เงินเดือนก็มาตลอดช่วงวัยทำงานเหมือนกัน โดยที่คนกลุ่มนี้ต้องเก็บรักษาเงินหรือหาทางลงทุนเพื่อหารายได้อื่นๆ ไว้สำหรับใช้จ่ายเลี้ยงตนหลังจากเลิกชีวิตการทำงานที่ได้รับเงินเดือนไปแล้ว

เงินของเกษตรกรมีช่วงเวลาที่แตกต่างออกไป คือไม่มาเป็นรายเดือน แต่มักมาตามช่วงฤดูกาลของผลผลิต ซึ่งเกษตรกรแต่ละราย ต้องพยายามเฉลี่ยเงินที่ได้รับมาไว้ให้พอใช้ ตลอดระยะเวลาก่อนที่ผลผลิตรุ่นใหม่จะออกสู่ตลาด และนำรายได้ก้อนใหม่มาให้

เงินของนักกีฬา นักแสดง แม้กระทั่งผู้ที่ถูกหวยรางวัลใหญ่ เงินที่ได้รับมาเป็นก้อนโตในช่วงสั้นๆ ถ้าบุคคลกลุ่มนี้เข้าใจสถานะของตน และอยากจะรักษาสถานะความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิมเอาไว้ ก็จะคิดถึงความจำเป็นที่จะต้องเกลี่ยรายได้ที่ได้รับมานี้ให้พอใช้ไปตลอดชีวิต เป็นการเกลี่ยเงินข้ามเวลาที่ยาวนานกว่าบุคคลกลุ่มอื่นๆ

เมื่อได้รับเงินก้อนใหญ่มา สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนก็คือ มีคนทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักมานับญาติด้วย และมาขอเงินบ้าง ขอยืมเงินบ้าง ทบทวนความจำให้ระลึกถึงพระคุณที่เคยทำมาให้บ้าง มีรายจ่ายทางสังคมเพิ่มขึ้นเพราะต้องออกงาน และเริ่มหาความสำราญให้กับชีวิต บางคนก็กลายเป็นคนหน้าใหญ่ จ่ายไม่อั้นทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น รวมทั้งมีคนชักชวนไปลงทุนให้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ไม่เคยมีความถนัด และไม่รู้เรื่องมาก่อนเลย

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นรายจ่ายที่ทำให้เงินก้อนโตพร่องลงอย่างรวดเร็ว

คนที่ได้รับเงินก้อนใหญ่มา สิ่งที่พึงทำคือตั้งสติ แล้วค่อยๆ คิด แบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ อย่างเป็นระบบ ที่บอกว่าค่อยๆ คิด เพราะเงินก้อนนี้ไม่ใช่เงินร้อนที่ต้องจ่ายให้หมดๆ ถ้าไม่จ่ายจะมีคนมาทวงคืน แต่เงินก้อนนี้เป็นเงินของเราเอง

คิดไม่ออกก็ยังไม่ต้องจ่าย

เงินก้อนนี้ควรแบ่งอย่างไรดี อย่างแรก ทุกคนคงต้องการให้รางวัลกับตัวเอง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกหรือผิดปกติแต่ประการใด พ้นจากการใช้จ่ายเฉพาะหน้าก็เป็นการใช้จ่ายเพื่อให้ครอบครัวอยู่สุขสบายขึ้น ใช้สงเคราะห์ผู้อื่น ใช้เป็นเงินทำบุญทำทาน

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องกันอีกส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินออมเผื่อยามฉุกเฉิน และเป็นเงินรองรังของตนเอง และส่วนที่มากกว่าให้กันไว้เป็นเงินลงทุนทำกิจการงานเพื่อเลี้ยงตัวหรือปูพื้นเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต ดังคำโบราณที่มีมาในโลกนิติคำโคลงว่า

"ทรัพย์มีสี่ส่วนไซร้ ปูนปัน

ภาคหนึ่งพึงเกียดกัน เก็บไว้

สองส่วนเบ็ดเสร็จสรรพ์ การกิจ ใช้นา

ยังอีกส่วนควรให้ จ่ายเลี้ยงตัวตน"

เมื่อกล่าวถึงฝ่ายผู้รับเงินรางวัลไปแล้ว ก็ขอกล่าวถึงฝ่ายผู้ให้เงินรางวัลบ้าง

ในบ้านเราเงินรางวัลที่ให้มักมาให้รูปเงินก้อน ซึ่งทำให้ผู้รับต้องรู้จักบริหารจัดการเงินของตนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่นักกีฬาไม่คุ้นเคย และไม่มีประสบการณ์มาก่อน

ในบ้านเราสิ่งที่เรียกว่า "ทรัสต์" สำหรับบุคคลธรรมดาไม่มี และยังไม่มีการคิดให้มีอย่างจริงจัง ทรัสต์ในบางรูปแบบ เป็นการตั้งเพื่อหลบหลีกการเสียภาษีอากร แต่ทรัสต์ในอีกบางรูปแบบก็มีประโยชน์ เพราะแนวคิดเรื่องทรัสต์ส่วนหนึ่ง คือการมีผู้ดูแลทรัพย์สินเงินทองให้ผู้อื่นโดยที่มีกฎกติกาที่ชัดเจน แล้วผู้ดูแลนั้นทยอยจ่ายเงินให้กับผู้รับประโยชน์เป็นงวดๆ เช่น เป็นเดือนๆ ไป

ทรัสต์ประเภทนี้มีประโยชน์สำหรับเด็กที่มีญาติทิ้งเงินไว้ให้สำหรับเลี้ยงดูเด็กจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ มีประโยชน์สำหรับคนชรา ที่จะได้มีผู้ดูแลเงินของคนชราคนนั้นให้จนกว่าจะสิ้นชีวิต มีประโยชน์สำหรับใช้แทนการมอบเงินก้อน ให้กับผู้ที่ไม่รู้จักการบริหารเงิน หรือผู้ให้เป็นห่วงและปรารถนาจะให้เงินก้อนนั้นเพื่อการยังชีพไปตลอดชีวิตของผู้รับ ซึ่งการได้รับเงินก้อนที่ผู้รับบริหารจัดการไม่เป็น อาจจะทำให้เงินก้อนที่พึงใช้ได้จนตลอดชีวิต หมดไปในเวลาอันรวดเร็ว แล้วตนเองก็ต้องตกเป็นภาระของผู้อื่นและสังคมโดยที่ไม่จำเป็น

ในเวลานี้ที่การตั้งทรัสต์ยังเป็นไปไม่ได้ ทางเลือกง่ายๆ อีกทางที่พอเป็นไปได้ แม้ว่าจะไม่ดีที่สุดของผู้ที่บริหารเงินไม่เป็น และไม่รู้จักการลงทุนในธุรกิจที่เสี่ยงกับการสูญเงินทั้งก้อนอาจจะเป็นการทำประกันชีวิตแบบที่ในอนาคตจะได้รับเงินเป็นรายเดือน เพื่อยืดอายุเงินก้อนนี้ไปให้ยาวที่สุด

เงินรางวัลที่ผู้เขียนมองว่าดีที่สุดที่ได้อ่านข่าวมาก็คือ ข้อเสนอของกองทัพบกว่าจะรับคุณประภาวดีเข้ารับราชการ

ข้อเสนอนี้ดีกว่าเงินรางวัลที่ได้รับเป็นเงินก้อนเสียอีก เพราะการรับราชการทำให้มีงานทำ เป็นงานที่ทำไปได้ตลอดชีวิต และยังได้สวัสดิการต่างๆ ที่พึงมีสำหรับข้าราชการอีกด้วย คิดกลับมาแล้ว อาจจะมากกว่าเงินก้อน ที่อีกหลายต่อหลายกิจการให้ด้วยซ้ำไป

นอกจากเรื่องเงินทองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้มีชื่อเสียงพึงระวังดูแลก็คือ ชื่อเสียงของตนเอง

ในเรื่องนี้ผู้เขียนเคยอ่านพบข่าวเล็กๆ เกี่ยวกับ เอ็มมา วัตสัน นางเอกวัยรุ่นจากภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งเล่าว่า เงินทองที่มีต้องรู้จักเก็บงำและใช้อย่างพอประมาณแล้ว แม่ยังสอนว่า ให้ดูแลชื่อเสียงให้ดี เพราะชื่อเสียงเป็นสิ่งที่นำเงินทองมาเพิ่มให้ และยังสอนให้ลูกสาวไปร่วมทำบุญกับมูลนิธิต่างๆ อีกด้วย

ขออวยพรให้นักกีฬาที่ประสบชัยชนะและได้เงินรางวัลเป็นก้อนทุกคน มีโชคดี ได้พบคนดีๆ และตัดสินใจเลือกทางชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป

สำหรับผู้ที่ไปแข่งแม้ไม่ได้ชัยชนะ ก็คงจะภูมิใจได้ว่า ได้ทำอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถของตัวเองแล้ว และความมุ่งมั่นเช่นนี้ย่อมนำความสำเร็จมาให้ในชีวิตส่วนตัว และชีวิตการงานต่อไปอย่างแน่นอน

หน้า 6