|
||||||||||||||
|
คลั่งชาติ-ปฏิวัติ-ฟุตบอล
อาหารสมอง : วีรกร ตรีเศศ มติชนรายวัน วันที่ 08 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11108 วรทกับจิมหายไปนาน บัดนี้เพื่อนทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง ปัจจุบันจิมทำงานเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ของบริษัทต่างประเทศไทยประจำประเทศไทย ส่วนวรททำงานที่ธนาคารมั่นคงแห่งหนึ่งในต่างประเทศ บทสนทนาของทั้งสองมีดังต่อไปนี้ วรท : จิมยูเป็นคนต่างประเทศที่รู้จักบ้านไอดี ยูอาจเห็นบางอย่างที่พวกเรามองไม่เห็น ยูมีความเห็นเรื่องคลั่งชาติในกรณีเขาพระวิหารยังไง จิม : คลั่งชาติเป็นอาการของคนขาดสติ แต่การบ้ารักษาผลประโยชน์ของชาติต้องเป็นเรื่องของคนมีสติ คนบ้านยูจำนวนหนึ่งเข้าใจว่า การปกป้องพื้นที่ รักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นสิ่งไม่ถูกต้องเพราะคือการคลั่งชาติ ไอไม่รู้ว่าอย่างนี้เรียกว่าคลั่งหรือไม่คลั่ง แต่ถ้าพวกยูไม่ดูแลอาณาเขตและผลประโยชน์ของชาติยูเองแล้ว แมวที่ไหนมันจะดูแล (วะ) สมบัติบ้านใครมันก็ต้องดูแลเองทั้งนั้นแหละ มันเป็นความน่าเกลียดในฐานะมนุษย์ที่เห็นแก่ตัว ก็จริง แต่ในระดับชาติแล้วชาติไหนก็ต้องทำทั้งนั้น ใครเรียนวิชาการต่างประเทศวิชาแรกก็ต้องเข้าใจแล้ว ประธานาธิบดีของไอมักชอบพูดว่ารัฐบาลเปลี่ยนได้ แต่ผลประโยชน์ของชาติไม่มีวันเปลี่ยน วรท : แหมถามนิดเดียวตอบเสียยาวเลย แล้วเรื่องปฏิวัติละ ไอเห็นคนไทยกลุ่มหนึ่งรังเกียจการปฏิวัติเอามากๆ อะไรที่มาจากการปฏิวัตินั้นเลวไปหมด ไอว่ามันตลกว่ะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของไอบอกว่ารัฐธรรมนูญ 2550 มาจากการปฏิวัติ ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญแม้แต่ กกต. เป็นผลพวงจากการปฏิวัติเพราะฉะนั้นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มันถูกต้อง ยูว่ายังไง จิม : นายกฯ ของยูรังเกียจปฏิวัติ แต่ก็เป็นรัฐมนตรีมหาดไทยของคณะรัฐบาลที่แต่งตั้งโดยคณะปฏิวัติ ใน พ.ศ.2519 และใช้อำนาจตามคำสั่งคณะรัฐประหารหลายฉบับ โดยเฉพาะประกาศคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 42 (ปร.42) ปิดหนังสือพิมพ์กว่า 20 ฉบับ อย่างนี้ฝรั่งเขาเรียกว่ามีอาการ convenient amnesia คือสูญเสียความจำตามความสะดวก ส่วนเรื่องปฏิวัตินั้นมันก็เป็นเรื่องน่ารังเกียจ เพราะเป็นการใช้อำนาจล้มล้างการปกครองที่เรียกว่าระบอบประชาธิปไตย แต่ถามจริงๆ เถอะคนบ้านยูทำไมความจำสั้นจัง ก่อนหน้าปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 เป็นเวลา 5 ปี บ้านยูมีระบอบประชาธิปไตยจริงๆ หรือเปล่า หรือมีแต่ในรูปแบบ องค์การตรวจสอบถูกแทรกแซงจนหมดสิ้น รวมพรรคเหมือนรวมบริษัทจนเป็นเผด็จการรัฐสภา มันเลวร้ายมืดมิดเพราะ "ระบบเลือกตั้งปลอมๆ" อย่างไร หลายคนลืมแล้ว รู้อย่างเดียวว่าถ้าปฏิวัติแสดงว่าประชาธิปไตยหายไปเหมือนที่ถูกพูดกรอกหูทุกวัน ถ้าไม่มีการปฏิวัติประกาศอิสรภาพจากรัฐบาลอังกฤษเมื่อ 200 กว่าปีก่อนก็ไม่มีประเทศของไอทุกวันนี้ ถ้าคนฟิลิปปินส์ไม่โค่นรัฐบาลมาร์กอสด้วยพลังประชาชนในปี 1986 (The Yellow Revolution) และตามด้วยกำลังทหารในภายหลัง ป่านนี้ลูกมาร์กอสก็อาจเป็นประธานาธิบดีครองอำนาจอยู่ ยูรู้ไหมถ้าไม่มีกลุ่ม solidarity ในโปแลนด์ต่อต้านระบอบคอมมูนิสต์ให้เป็นประกายไฟก็คงอีกนาน กว่าจะมีปฏิวัติในประเทศยุโรปตะวันออก นับสิบประเทศ ที่โค่นล้มรัฐบาลเผด็จการ ซึ่งเป็นนอมินิของโซเวียต และอ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีปฏิวัติตั้งแต่ 1987 เป็นต้นมาซึ่งมีชื่อประหลาดๆ เช่น The Singing Revolution (Estonia/Lithunia/Latvia) บ้าง The Velvet Revolution (เช็กโกสโลวาเกีย) บ้าง The Bulldozer Revolution (ยูโกสลาเวีย) บ้าง The Rose Revolution (ในจอร์เจีย) บ้าง ฯลฯ ก็ไม่มีทางที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ทำให้เกิดระบอบประชาธิปไตยในประเทศเหล่านี้ได้เลย วรท : ไอจำปฏิวัติในโรมาเนียที่โค่นล้มจอมคอรัปชั่นเผด็จการประธานาธิบดี เชาเชสกูในปี 1990 โดยนักศึกษาเป็นผู้นำได้ ชื่อประหลาดอีกอันคือ The Cedar Revolution ในเลบานอน ในปี 2005 ที่โค่นล้มรัฐบาลที่เชียร์ซีเรีย และยอมให้ซีเรียยึดครองประเทศโดยพฤตินัย ดูเป็นลูกพี่ลูกน้องกับปฏิวัติในยุโรปตะวันออกที่ไล่เรียงกันในทศวรรษ 1980 ที่เรียกกันว่า color revolutions จิม : ไอว่าอย่าไปติดที่รูปแบบ ควรดูที่เนื้อหาว่าประชาชนมีสิทธิเสรีภาพจริงตามระบอบที่เรียกว่าประชาธิปไตยหรือเปล่า อะไรที่บั่นทอนปิดกั้นสิ่งเหล่านี้ รวมทั้งกีดกันการเมืองภาคประชาชน แทรกแซงองค์การตรวจสอบและถ่วงดุล ฯลฯ โดยเฉพาะมุ่งเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มละก็เอาไว้ไม่ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะมาจากคณะปฏิวัติหรือรัฐสภาก็ตาม วรท : เวลาปฏิวัติก็ชอบอ้างกันว่าต้องโค่นล้มรัฐบาลเพราะเต็มไปด้วยคอรัปชั่น เป็นเผด็จการ เต็มไปด้วยความไม่ดีต่างๆ แล้วคนไทยจะทำไงเล่า จิม : ก็ดูซิว่ารัฐบาลนั้นมันทำจริงหรือเปล่า คนบ้านยูไม่ได้กินแกลบนี่หว่า ถ้ามันโค่นล้มรัฐบาลที่เชิดชูประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ยอมรับการเมืองภาคประชาชน การตรวจสอบถ่วงดุลและเล่นตามเกมส์ก็ต้องออกแรงสู้กันละ แต่ถ้ารัฐบาลมันโคตรทุจริต และเป็นเผด็จการแฝงอย่างที่พวกยูเคยเห็นกันและก็สนับสนุนเมื่อเกือบ 2 ปีก่อนก็ไปอีกเรื่องหนึ่ง พวกยูมันความจำสั้นว่ะ เมื่อผ่านปฏิวัติ 19 กันยามาสักพักถูกกรอกหูว่าการปฏิวัติมันเลวร้ายก็เลยลังเลเปลี่ยนใจ อะไรๆ จากปฏิวัติมันก็เลยเลวไปหมด ระบอบประชาธิปไตยไทยเกิดขึ้นได้อย่างไรตั้งแต่ 2475 ถ้าไม่มีปฏิวัติ วรท : นายกฯ ของไอบอกว่า ปปช. เถื่อนเพราะคณะปฏิวัติแต่งตั้ง แล้วยูว่ายังไง จิม : นายกฯ ของยูนั้นฝรั่งเขาเรียกว่า unique คือไม่มีใครเหมือน ในสังคมไทย ตลอดเวลาที่ผ่านมา คำสั่งคณะปฏิวัติ ถือว่าเป็นกฎหมายมาตลอด ไม่ว่าจะประกาศมาแล้วกี่ปีก็ตาม ปัจจุบันไอเชื่อว่า ยังมีหลายฉบับที่ยังมีผลตามกฎหมาย ไอจำได้ว่าเพิ่งมีการสังคยานากันไปโดยทำให้เป็นกฎหมายแต่ก็ยังไม่เสร็จดี ศาลฎีกาก็มีคำพิพากษามากมายในอดีตที่ผ่านมา ที่ถือว่าคำสั่งคณะปฏิวัติเป็นกฎหมาย วรท : แล้วทำไมนายกฯ ของไอจึงรังเกียจรังงอนคำสั่งปฏิวัติที่แต่งตั้ง ปปช. ครั้งนี้ จิม : ก็อย่างที่บอก นายกฯ ของยูมี convenient amnesia ตอนนี้เปรียบเสมือนเล่นฟุตบอลกัน ตอนนี้ทีมของนายกฯ กำลังจะถูกกรรมการผู้ตัดสินเป่าลูกโทษก็เลยถามความชอบธรรมของกรรมการผู้ตัดสิน หาว่าสมาคมฟุตบอลฯ ไม่ได้แต่งตั้งมา ใส่เสื้อใส่กางเกงทั้งสีและแบบผิดจากประเพณีของกรรมการผู้ตัดสิน แถมสมาคมที่ตั้งกรรมการมาก็เถื่อนอีกต่างหาก เพราะตอนลงคะแนนสมาชิกมาไม่ครบ วรท : ไอดูฟุตบอลมาก็แยะยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้เลย จิม : ต่อไปยูอาจเห็นทีมของนายกฯ เปลี่ยนกติกาที่เล่น ใช้สมาชิกบังคับให้ที่ถูกยิงมา 0-3 นั้น เจ๊ากันไป วรท : ไม่ให้ถือว่าฝ่ายของท่านนำ 3-0 แทนก็บุญแล้ว จิม : คนดูเขาก็เฝ้ามองอยู่ หากทำจริงหลายคนก็อาจวิ่งเฮโลลงมาในสนามเหยียบผู้เล่นด้วยความไม่พอใจแหละ เครื่องเคียงอาหารสมอง โลกมีกีฬาประหลาดใหม่ๆ ออกมามากมายให้คนสนุก เพราะมันเป็นยุคแห่งเอนเทอเท็นเมนท์และความตื่นเต้นตลอดเวลา คนรุ่นใหม่ไม่รู้จัก sound of silence เพราะหูมีเครื่องเสียงเสียบอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าไปไหนก็ต้องมีเสียงเพลงเห่กล่อมไม่ให้เหงา เมื่อเดินเข้าห้องอย่างแรกก็ต้องเปิดโทรทัศน์ กีฬาใหม่ๆ ก็เช่น bungee jumping (ปัจจุบันมี sex bungee jumping คือ เปลือยกายกอดกันและโดดลงมาพร้อมกัน) kiteskiing (ว่าวขนาดใหญ่ฉุดให้วิ่งเป็นสกีน้ำ) slamball (คล้ายบาสเกตบอลแต่โดดบนสปริงบอร์ดขึ้น dunk ได้) ฯลฯ กีฬาใหม่ล่าสุดคือ chess-boxing ผู้แข่งชกกันแบบสากล 3 นาที สลับกับเล่นหมากรุก 4 นาที มีพัก 1 นาที ก่อนหลังหมากรุกเพื่อถอดและใส่นวม ผู้ชนะคือน็อกเอ้าท์ ถูกรุกจนหรือกรรมการตัดสิน สถานที่เล่นหมากรุกก็บนเวทีชกมวยนั่นแหละโดยมีโทรทัศน์ถ่ายทอดกระดานที่เล่นให้เห็นกันทั่วสนาม กีฬานี้เพิ่งเริ่มนิยมกันในยุโรป มีการแข่งชิงแชมป์โลก (World Champion Chessboxer) ในปี 2008 กันที่เบอร์ลิน เยอรมนี คนรัสเซียนิยมเล่นหมากรุกกันและเมื่อเอามาผสมกับมวยก็ทำให้คนดูสนใจยิ่งขึ้น หมากรุกกับมวยไม่น่าจะเข้ากันได้เลย เพราะการใช้กำลังกับสมองดูจะอยู่กันคนละขั้ว และด้วยลักษณะนี้แหละ ที่ทำให้มันมีเสน่ห์ เพราะจะหาคนได้กี่คนเชียวที่ชกมวยเก่งและเล่นหมากรุกเก่งด้วย แต่มันก็มีจนได้ การผสมผสาน Fighting Mode กับ Thinking Mode และเอามาแข่งขันกันให้คนดูเป็นการฉุดกระชากอารมณ์คนดู จากคนละฟากได้อย่างน่าทึ่ง ลองจินตนาการดูแล้วอาจสนุก มวยกำลังจะน็อกกันอยู่แล้วพอดีหมดยก ต้องมานั่งแข่งหมากรุกกันต่อ ถูกถลุงจนแค่มองกระดานก็แทบไม่เห็น แต่ถ้าเดินหมากรุกไว้ดีก่อนหน้านี้ก็อาจเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ หรือเล่นหมากรุกจนฝ่ายแดงมั่นใจว่าตาหน้ารุกทีเดียวอีกฝ่ายจนแน่ ดังนั้น เมื่อฝ่ายน้ำเงินรู้ชะตากรรมตนเองเช่นนี้ก็ต้องเอาชนะให้ได้ด้วยการน็อกเอาท์ฝ่ายแดง เพราะหากน็อกไม่ลงพอไปเล่นหมากรุกก็จนแน่นอน (จนเงินด้วย) เอามาเล่นบ้านเราจะมีคนดูหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะคนไทยเรานั้นเป็นพวก fighting mode แต่เพียงอย่างเดียว ไม่เชื่อไปถามม็อบอุดรธานีเมื่อเร็วๆ นี้ดูก็ได้ น้ำจิ้มอาหารสมอง Only a life lived for others is a life worthwhile. Albert Einstein (1879-1955) ชีวิตที่มีเพื่อคนอื่นเท่านั้นจึงจะเป็นชีวิตที่คุ้มค่า หน้า 46
|