หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ข้าวแพง ใครได้ใครเสีย

แจงสี่เบี้ย : ศิริพรรณ นาครทรรพ ผู้บริหารทีม ทีมวิเคราะห์สาขาเศรษฐกิจ สายนโยบายการเงิน  กรุงเทพธุรกิจ  วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ปัจจุบันนอกเหนือจากราคาน้ำมันแล้ว ข่าวสารที่อยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วไปคงหนีไม่พ้นเรื่อง "ข้าว" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าวขาดตลาด หรือข้าวขึ้นราคา เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชนทุกคน ซึ่งเห็นได้จากข้าวธงฟ้าที่กระทรวงพาณิชย์นำออกมาจำหน่ายหมดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากราคาถูกกว่าราคาในท้องตลาด

การที่ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลทั้งด้านบวกและลบต่อเศรษฐกิจ โดยในด้านบวก การที่ราคาข้าวเพิ่มขึ้น ประกอบกับที่ทางการไทย ไม่มีนโยบายจำกัดการส่งออก ทำให้ประเทศมีรายได้เงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นการกระจายรายได้ระหว่างประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคข้าว แม้ว่าการส่งออกข้าวของไทยจะมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 2 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด (ประมาณ 3,500 ล้านดอลลาร์ ในปี 2550) ซึ่งไม่ถึงกับทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจดีขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัด

แต่เงินตราต่างประเทศส่วนใหญ่ที่ได้มาจะตกอยู่กับในประเทศ เนื่องจากการผลิตสินค้าเกษตร ใช้วัตถุดิบจากต่างประเทศค่อนข้างน้อย ประกอบกับผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ชาวนา โรงสี พ่อค้าคนกลาง จนถึงผู้ส่งออกเป็นคนไทย ทำให้กำไรที่ได้รับจะไม่ถูกส่งกลับไปยังต่างประเทศ ซึ่งต่างจากกรณีของสินค้าอุตสาหกรรมที่แม้มีมูลค่าการส่งออกสูง แต่สัดส่วนการนำเข้าวัตถุดิบก็สูงเช่นกัน และยังมีส่วนของกำไรที่ต้องส่งกลับไปต่างประเทศอีกด้วย

ในขณะเดียวกันราคาข้าวที่สูงขึ้นทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้การกระจายรายได้ในประเทศดีขึ้น โดยเป็นการกระจายรายได้ จากผู้บริโภคในประเทศไปสู่ผู้ผลิตข้าว โดยเฉพาะชาวนา ที่ส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำกว่าประชากรกลุ่มอื่น

แม้ว่าจะมีข้อสงสัยว่าประโยชน์จากราคาข้าวที่สูงขึ้นส่วนใหญ่ จะตกกับโรงสีและพ่อค้าคนกลาง แต่ชาวนาซึ่งเป็นผู้ปลูกข้าว ก็น่าจะได้รับประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะในช่วงหลังที่ข่าวสารเรื่องการเพิ่มขึ้นของราคาข้าวในตลาดโลก เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป และผลผลิตข้าวนาปรังเริ่มออกสู่ตลาด และยังอยู่ในมือของชาวนา ทำให้ชาวนามีอำนาจในการต่อรองราคามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ราคาข้าวที่สูงขึ้นส่งผลให้ราคาอาหารเพิ่มขึ้น ค่าครองชีพของประชาชนจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยจะถูกกระทบมากกว่า เนื่องจากสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่เป็นอาหารของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย สูงกว่ากลุ่มผู้มีรายได้มาก

รัฐจึงควรดูแลให้

1.ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาข้าวไปสู่สินค้าที่จำเป็น เป็นไปโดยเป็นธรรม ป้องกันการผูกขาด และให้กลไกตลาดทำงานมากที่สุด

2.การเพิ่มขึ้นของรายได้ของกลุ่มต่างๆ เป็นไปโดยเป็นธรรม อาทิเช่น การปรับเงินเดือนให้กับข้าราชการ การปรับค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสมสอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อ

และสุดท้าย การใช้มาตรการด้านรายจ่ายเข้าไปช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเฉพาะกลุ่มให้ซื้อข้าวราคาถูกก็อาจทำได้ เพียงแต่ต้องดูแลให้มีการกระจายสินค้าที่ทั่วถึงทั้งในเมืองและชนบท และที่สำคัญควรทำในช่วงที่คนยากจนยังปรับตัวไม่ได้ และต้องระมัดระวังไม่ให้มาตรการดังกล่าวไปบิดเบือนกลไกตลาด อันจะส่งผลต่อเสถียรภาพของราคาข้าวในภาพรวม


บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย