|
||||||||||||||
|
ทาทา
"นาโน"
นวัตยนตรกรรม...เขย่าวงการรถยนต์โลก
!!!
คอลัมน์ แยบยลกลยุทธ์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค teerayout@acc.chula.ac.th ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 4002 (3202) หลายๆ ท่านที่ใฝ่ฝันจะได้เป็นเจ้าของรถยนต์สักคันในอนาคต ขณะนี้ค่ายรถยนต์น้องใหม่ ในตลาดโลก แต่เป็นมือเก๋าในอินเดียมานานแล้ว นั่นคือ "ทาทา กรุ๊ป" กำลังนำเสนอรถยนต์รุ่นล่าที่มาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุดทั้งคัน ที่จะพลิกฟื้นตำราการผลิตรถยนต์ราคาถูกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดูดีมีสไตล์ ได้มาตรฐานและที่สำคัญคือ ต้องประหยัดน้ำมันมากๆ เบื้องหลังรถยนต์รุ่นนาโน จากทาทานี้มาจากความตั้งใจของผู้บริหาร ที่มองว่ารถยนต์มวลชนที่ผลิตเป็นจำนวนมากๆ ตอบสนองกับความต้องการของตลาดโลกได้จริง น่าจะมีราคาที่ต่ำกว่านี้ได้ จึงได้เริ่มวาดจินตนาการลงบนแผ่นกระดาษร่วมกับวิศวกรนักออกแบบพัฒนาพาหนะในฝันให้เป็นจริง โจทย์คือการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับนาโนคาร์นี้จะต้องเด็ดจริงๆ นั่นหมายถึงว่าจะต้องไม่ใช่พาหนะราคาถูก ที่เน้นแต่ลดต้นทุนจนทำให้ดูไม่ได้ ไม่น่าจับน่าต้อง การออกแบบจึงต้องให้สะดุดตาเช่นกัน ทั้งคุณภาพยังต้องได้ตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะความปลอดภัยที่ยอมรับได้ รวมถึงความมีประสิทธิภาพ จากเครื่องยนต์ต้องดีด้วย และที่ยากที่สุดคือ สนนราคาจะต้องไม่เกิน 2,500 เหรียญ หรือประมาณไม่เกิน 80,000 บาท สิ่งที่โดดเด่นของการพัฒนาจนสำเร็จนี้คือ การใช้แนวคิด Co-creation หรือ การร่วมใจพัฒนา แต่หลักๆ ก็คือการใช้พันธมิตรธุรกิจในด้านวิจัยพัฒนา และ ผลิตร่วมกัน เริ่มตั้งแต่การนัดหมายประชุมร่วมกันระหว่างผู้บริหารของทาทากรุ๊ปกับซัพพลายเออร์และผู้รับจ้างผลิตรายหลักๆ ทั้งหมด เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการผลิตรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงและต้นทุนถูกที่สุดในโลกดังกล่าว รายหลักๆ ที่ร่วมกัน ตั้งแต่ต้น อาทิ บริษัท Bosch จากเยอรมนี ซึ่งรับหน้าที่ผลิตคอมพิวเตอร์ควบคุมหัวใจการทำงานของเครื่องยนต์ทั้งหมด รวมถึงซัพพลายเออร์ที่สำคัญในท้องถิ่นทั้งหมดด้วย การระดมสมองเพื่อให้บรรลุ mission impossible นี้ก็ประกอบด้วย การลด น้ำหนักของรถยนต์ให้น้อยที่สุด เพื่อลดการใช้พลังงาน ปรับเปลี่ยนรูปแบบวัตถุดิบ ให้เบาขึ้น แต่ยังมีความทนทานและเฟ้นหาวัตถุดิบที่มีราคาถูกลง สลับสับเปลี่ยน รูปแบบวัตถุดิบเดิมที่มีราคาสูงด้วยชิ้นส่วน ที่ต้นทุนต่ำกว่า อาทิ เปลี่ยนมาใช้ท่อ สเตนเลสชิ้นเดียวแทนสองชิ้น ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบลดลงและง่ายต่อการประกอบ ใช้เวลาน้อยลงอีกด้วย ซึ่งก็ถือเป็น นวัตกรรมรูปแบบใหม่อีกอย่างหนึ่งทางยนตรกรรมอีกด้วย ซัพพลายเออร์ทุกรายจะได้รับโจทย์ให้ไปปรับเปลี่ยนแนวคิดของการผลิตแต่ละชิ้นส่วนของตน ด้านการดีไซน์บริษัทรับออกแบบจากอิตาลี และฝรั่งเศสได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ผลิตออกมาแล้วขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาขึ้น และใช้ชิ้นส่วนเท่าที่จำเป็นเพื่อลดต้นทุนทั้งวัตถุดิบและการประกอบ ให้ลงมาด้วย ซึ่งแน่นอนว่าหากบริษัทเหล่านี้ทลายกำแพงในด้านต้นทุนและประสิทธิภาพลงได้ เทคโนโลยีดังกล่าวคงเป็นที่ต้องการของบริษัทรถยนต์ทั่วทั้งโลก สิ่งที่เป็นความท้าทายต่อมาคือ การประสานแนวคิดจากพันธมิตรทุกรายให้ ร้อยเรียงตามความต้องการของตนเอง แต่ต้องเจออุปสรรคหลายด้าน อาทิ ราคาวัตถุดิบพุ่ง เช่น เหล็ก แถมกฎระเบียบของอุตสาหกรรมก็เข้มงวดมาก ดังนั้น กลยุทธ์อีกประการหนึ่งของ ทาทาก็คือ นำทุกคนเข้ามาร่วมกันรับรู้และ แก้ปัญหาตั้งแต่ต้นมือ แม้ว่าจะล่าช้าไปบ้างจากการประชุมระดมสมองต่างๆ แต่การที่ทุกฝ่ายต้องเข้ามาร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ทั้งนักออกแบบ ทีมการผลิต นักการตลาด นักการเงิน ดีลเลอร์ ซัพพลายเออร์ต่างๆ ทำให้การตัดสินใจและแก้ปัญหาเป็นไปอย่างสมบูรณ์ขึ้น การที่จะนำคนทุกคนกลุ่มใหญ่มาประชุมกันตลอดเวลา ย่อมเป็นไปไม่ได้ แถมยังไม่มีประสิทธิภาพอีกด้วย จึงต้องใช้ตัวแทนของแต่ละด้านเข้ามารับฟังปัญหาร่วมกัน และหาทางแก้อย่างเร่งด่วน อีกหนึ่งเทคนิคที่นำสู่ความสำเร็จของการพัฒนารถยนต์ "นาโน" คือ การใส่ใจในรายละเอียดทั้งหมดทุกขั้นตอน ซึ่งผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องลงมาคลุกวงในกันเลยทีเดียว พิจารณาทุกประเด็นและแก้ไขกันทุกจุด จนกระทั่งได้รับทุกสิ่งตามประสงค์ อาทิ ในกรณีของเครื่องยนต์ที่นับว่าเป็นหัวใจของรถนาโนนี้ ได้ผ่านการปรับเปลี่ยนอยู่หลายรอบ เริ่มแต่การคิดจะใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มีอยู่ในตลาดแล้วเพื่อลดต้นทุนในการพัฒนา แต่เมื่อนำมา ทดลองก็ไม่ได้ดั่งใจครับ จนกระทั่งต้องให้ วิศวกรมาร่วมกันออกแบบ จากเครื่องยนต์ขนาดประมาณ 500 cc แต่ก็ไม่ได้ขุมพลังอย่างที่หวัง จนต้องปรับเพิ่มอีกถึง 2 ครั้ง กลายมาเป็นเครื่องยนต์ขนาด cc และลงตัวกับรถรุ่นล่าในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เครื่องยนต์ แต่ทุกจุดของการวิจัยพัฒนาและการผลิตก็ผ่านการดูแล้ว ดูอีก ทุกอย่างตามสเป็ก จึงกลายมาเป็น ทาทา นาโน ที่สนนราคาต่ำที่สุด สมรรถนะก็เรียกว่าโอเคกันเลย หน้าตาก็ดูเข้าที ไม่มองดูเป็นรถโหลราคาถูก ด้วยหลากปัจจัย ทำให้เกือบทุกค่ายรถยนต์โลกคงต้องพลิกตำราเข้าสู้กันแทบไม่ทันทีเดียว เรียกว่าอุตสาหกรรมรถยนต์โลก เข้าสู่จุดเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ไม่แพ้การเปลี่ยนขุมพลังงานของเครื่องยนต์ทีเดียวครับ หน้า 38
|