|
||||||||||||||
|
Sovereign Wealth Fund
Just an Idea : ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ fsa@fpo.go.th กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 Sovereign Wealth Funds กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยมีบทบาทและความสำคัญมากขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในสถาบันการลงทุนที่สำคัญ (Driving force) ในระบบการเงินโลก เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่ รวมกันประมาณ 3 ล้านล้านดอลลาร์ และมีลักษณะการลงทุนที่ต่างไปจากการลงทุนของรัฐประเภทอื่นๆ ตัวอย่างการลงทุนที่หลายท่านอาจเคยได้ยิน ในช่วงที่ผ่านมาเร็วๆ นี้ คือ การลงทุนซื้อหุ้นใน Citigroup ของ Sovereign Wealth Funds ประเทศคูเวตและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นจำนวนเงินถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ Sovereign Wealth Fund หรืออาจใช้ชื่อในภาษาไทยว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ คืออะไร และต่างจากกองทุนทั่วไปอย่างไร Sovereign Wealth Fund คือ กองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาล ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีเงินทุนในรูปสินทรัพย์เงินตราต่างประเทศ และได้รับการบริหารจัดการแยกจากสินทรัพย์อื่นๆ ของประเทศ ในส่วนของลักษณะการลงทุนนั้น จะเน้นการลงทุนในต่างประเทศ และเป็นการลงทุนระยะปานกลางถึงระยะยาว วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ นั้น แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง ซึ่งน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทยมากที่สุด 2 ตัวอย่าง คือ 1. เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น จากการนำสินทรัพย์ของประเทศไปลงทุน (Wealth optimization funds) ทั้งในแง่ของผลตอบแทนและ "การเพิ่มศักยภาพระบบเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว" เช่น กองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารเงินทุนสำรองระหว่างประเทศส่วนที่มีมากเกินความจำเป็น (Excess Reserves) หรือ เพื่อบริหารการลงทุนโดยตรงของรัฐบาลในบริษัทต่างๆ 2. เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะปานกลางหรือระยะยาว โดยลดผลกระทบในระยะสั้น ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าส่งออกหลักๆ ของประเทศ (Stabilization funds) นอกจากการแยกประเภทของกองทุนฯ ตามวัตถุประสงค์แล้ว เราสามารถแยกกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ตามแหล่งที่มาของสินทรัพย์ต่างประเทศที่นำมาจัดตั้งได้ เป็น 2 ประเภท ประเภทเเรก คือ Commodity Funds จัดตั้งโดยมีแหล่งเงินจากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และสินค้าเกษตร โดยรายได้จาก commodity ส่วนใหญ่แล้วมาจากการจัดเก็บภาษีหรือรายได้ผ่านทางรัฐวิสาหกิจ ในขณะที่ ประเภทที่ 2 นั้น คือ Non-Commodity Funds ซึ่งจัดตั้งโดยนำสินทรัพย์เงินตราต่างประเทศ ที่เป็นส่วนประกอบของเงินทุนสำรองฯ แยกออกมาบริหารจัดการในรูปของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ หรืออาจมีแหล่งรายได้จากรัฐบาล เช่น จากการเกินดุลงบประมาณ การขายสินทรัพย์และการโอนการถือหุ้นโดยตรงของรัฐบาลมาที่กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ในช่วงที่ผ่านมา เรามักจะได้ยินว่ามีหลายประเทศได้ริเริ่มจัดตั้ง Sovereign Wealth Funds กันมากขึ้น ทั้งนี้ อาจมีสาเหตุสำคัญมาจากการที่ 1) ราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะราคาน้ำมัน เพิ่มขึ้น และ 2) การเกินดุลบัญชีเงินสะพัดของประเทศที่กำลังพัฒนา ทำให้ประเทศที่ส่งออกมีปริมาณเงินหมุนเวียน และเงินตราต่างประเทศในรูปเงินทุนสำรองฯ มากขึ้น จนเกิดความพยายามที่จะหาช่องทางการลงทุนใหม่ๆ เพื่อให้มีการกระจายความเสี่ยงและมีผลตอบแทนที่ดี แม้ว่าการลงทุนผ่าน Sovereign Wealth Fund จะมีปริมาณเพียง 1-2% ของสินทรัพย์ทางการเงินทั้งโลก แต่ก็มีขนาดใหญ่กว่า Hedge funds ที่มีขนาด 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ เกือบ 2 เท่า ทั้งนี้ ได้มีการประมาณการว่า ภายในปี 2554 Sovereign Wealth Funds จะมีขนาดเท่ากับเงินทุนสำรองฯ ของโลก และภายในปี 2558 จะมีขนาดสูงถึง 12 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ประเทศที่ไม่ได้ส่งออกน้ำมัน (Non-oil exporters) จะมีการจัดตั้ง Sovereign Wealth Funds เพิ่มขึ้น โดยจะมีสัดส่วนประมาณ 50% ของมูลค่าการลงทุนผ่าน Sovereign Wealth Funds ทั้งหมด
|