หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
การเติบโตของเฟอร์นิเจอร์เวียดนาม อานิสงส์จาก FDI

สกว.ชวนคิด : ผศ.มณฑา ตั้งหลักมงคล  กรุงเทพธุรกิจ  วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

นับตั้งแต่ที่เวียดนามนำนโยบายปฏิรูปทางเศรษฐกิจมาใช้ในปี พ.ศ.2539 รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับ การส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment : FDI) แม้ในระยะแรกๆ FDI ในเวียดนามดูไม่คึกคักนัก แต่รัฐบาลเวียดนามก็พยายามปรับปรุงกฎหมายที่สนับสนุน FDI มากขึ้น อาทิเช่น การแก้ไขกฎหมายการลงทุนในปี 2543 ที่อนุญาตให้ต่างชาติลงทุนได้ 100% และสามารถเข้าควบรวม หรือซื้อบริษัทท้องถิ่นได้โดยง่าย

การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระบบภาษีเงินได้นิติบุคคลฉบับในปี 2547 กำหนดให้บริษัทต่างชาติ และบริษัทเวียดนาม เสียภาษีในอัตราเดียวกัน คือ 28% ของกำไร และแก้ไขให้ผู้ประกอบการต่างชาติสามารถโอนกำไรกลับประเทศ โดยไม่ต้องเสียภาษีการโอน ทำให้การลงทุนจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้าไปในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง จากมูลค่า FDI ในปี 2543 ที่เท่ากับ 1.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าตัวเป็น 17.5 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2550 โดยเป็นการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมสูงที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 45% ของ FDI ทั้งหมด

อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีบริษัทต่างประเทศทยอยเข้าไปลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ ทั้งนี้ เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่มีแรงงานจำนวนมาก โดยแรงงานเวียดนามจัดว่าเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ เรียนรู้เร็ว มีทักษะด้านงานที่ต้องการรายละเอียดสูง เหมาะกับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้

นอกจากนี้ ค่าแรงในเวียดนามก็จัดว่าต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศที่ผลิตเฟอร์นิเจอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบกับเศรษฐกิจที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โครงสร้างพื้นฐานที่ถูกพัฒนาขึ้นมารองรับการเมืองที่มั่นคง ตลอดจนการส่งเสริมอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์อย่างจริงจัง ของรัฐบาลเวียดนาม ยิ่งเป็นปัจจัยดึงดูด FDI ให้เข้าไปในอุตสาหกรรมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ผลิตเพื่อส่งออกที่ทยอยย้ายฐานการผลิตเข้าไปในเวียดนาม เพื่อใช้ความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตต่ำ และสิทธิประโยชน์ทางการค้าที่เวียดนามได้รับ

ในปัจจุบันเวียดนามมีบริษัทต่างชาติและบริษัทร่วมทุนในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ ซึ่งเน้นการผลิตเพื่อส่งออกประมาณ 60 บริษัท เงินลงทุนจากต่างประเทศรวม 185 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่มาจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย นอกจากนี้ ยังมีบริษัทใหญ่ๆ จากแถบสแกนดิเนเวียและสหรัฐอเมริกาที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม สร้างความคึกคักให้อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ส่งออกของเวียดนามอย่างยิ่ง

ตัวอย่างบริษัทต่างชาติและบริษัทร่วมทุนในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของเวียดนาม

บริษัทไต้หวัน CC Furniture Co. Ltd. , Savimex , Greenriver Wood, Kaiser Company ,CC Furniture Co. Ltd. ,Savimex ,Greenriver Wood,

Woodworth

บริษัทญี่ปุ่น Sato Sangyo Co., Ltd., Koto Buki , Shirai

บริษัทสิงคโปร์ Cassarredo Manufacturing Co., Ltd, Serrano Vietnam Co., Ltd.,

บริษัทมาเลเซีย Minh Duong Co., Ltd , Tan Thanh Co. Ltd.

บริษัทสแกนดิเนเวีย Scancom Co. Ltd , Scanasia

บริษัทสหรัฐอเมริกา Stickley International Co.,Ltd, Whitler Co.,Ltd

บริษัทเวียดนาม-ไต้หวัน The Country Co. ,Binh Dinh Forestry Products Exp- Imp & Inv Corp PISICO

บริษัทเวียดนาม-อังกฤษ-นอร์เวย์ Serrano Vietnam

จริงๆ แล้ว เวียดนามเองก็มีผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ภายในประเทศอยู่แล้ว เมื่อมีการลงทุนของบริษัทต่างประเทศเกิดขึ้นอีก ย่อมทำให้มีการใช้แรงงานและวัตถุดิบมากขึ้น ในด้านแรงงานเวียดนามยังมีมากมาย ในด้านวัตถุดิบส่วนใหญ่อาศัยการนำเข้า ซึ่งรัฐบาลยกเว้นไม่เก็บภาษี จึงไม่มีปัญหาแย่งแรงงาน และวัตถุดิบ แต่กลับทำให้การนำเข้าและการค้าวัตถุดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุดิบหลัก คือ ไม้แปรรูป เติบโตและพัฒนาขึ้นตามความต้องการของอุตสาหกรรม ผู้ผลิตที่เป็นบริษัทเวียดนาม จึงพลอยได้รับประโยชน์ไปด้วย

นอกจากนี้ การร่วมทุนของเวียดนามกับต่างชาติที่ล้วนแต่เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ยังทำให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ตลอดจนการบริหารจัดการให้แก่ผู้ประกอบการเวียดนาม ส่งผลต่อการพัฒนาการผลิตเฟอร์นิเจอร์ของชาวเวียดนามควบคู่ไปกับการเข้ามาของ FDI

ในด้านตลาด บริษัทต่างชาติที่เข้ามาผลิตในเวียดนามยังช่วยนำลูกค้าเข้ามาในประเทศเวียดนามอีกด้วย เนื่องจากลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าของบริษัทต่างประเทศในเวียดนาม ส่วนใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะเลยไปดูสินค้า ของบริษัทเวียดนามอื่นๆ เท่ากับเป็นการเปิดช่องทางการจำหน่าย สร้างโอกาสทางการขาย ให้แก่บริษัทเฟอร์นิเจอร์เวียดนาม ซึ่งชาวเวียดนามเองก็ได้ชื่อว่า ค้าขายเก่ง ย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสทางการค้าหลุดมือไปง่ายๆ

จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า เพราะเหตุใดในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของเวียดนามจึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เวียดนามเป็นดาวเด่นดวงใหม่ในตลาดเฟอร์นิเจอร์ของโลก และก็คงไม่ผิดที่จะกล่าวว่าการเติบโตของเฟอร์นิเจอร์เวียดนามในตลาดโลกนั้น เป็นอานิสงส์มาจากการลงทุนโดยตรงของต่างประเทศนั่นเอง

นอกเหนือจากศักยภาพของเวียดนามในการผลิตเฟอร์นิเจอร์แล้ว เวียดนามยังมีศักยภาพในการผลิตสินค้าอื่นๆ อีก อาทิเช่น อาหารแช่แข็ง ยางพารา ยานยนต์ ฯลฯ ในยามนี้ประเทศไทยจะฉวยโอกาสจากการเติบโตของเวียดนามได้อย่างไร ติดตามได้ในการสัมมนาเรื่อง "ศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย และเวียดนาม" ซึ่งจะเปิดมุมมองใหม่ในเรื่อง เวียดนาม-ไทย : โอกาสใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2551 จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมสยาม ซิตี

ผู้สนใจกรุณาแจ้งรายชื่อ และขอรับกำหนดการประชุมที่ vietnamstudy@trf.or.th จำนวนจำกัด