|
||||||||||||||
|
SlamBall
กีฬาใหม่
อาหารสมอง : วีรกร ตรีเศศ Varakorn@dpu.ac.th มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 09 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 28 ฉบับที่ 1447 โลกมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน คอลัมน์นี้ต้องการเขียนถึงเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้มาก่อนหรือไม่ได้นึกถึงในบางแง่มุม วันนี้ขอเล่าเรื่องกีฬาใหม่ของโลกที่กำลังจะเปิดตัวครั้งใหญ่ในเร็วๆ นี้ ถ้าท่านเห็นคนโดดลอยตัวขึ้นสูงในอากาศอย่างน่าแปลกใจ และเอาลูกบอลยัดห่วงอย่างสะดวกอย่างที่เรียกกันว่า slam dunk แล้ว อย่าคิดว่านั่นเป็นบาสเกตบอล แท้จริงแล้วเป็นกีฬาชนิดใหม่ที่มีชื่อว่า SlamBall SlamBall อาจเป็นกีฬาใหม่ที่มาแรงในจอทีวีระดับโลกในอนาคตอันใกล้ก็เป็นได้เนื่องจากเป็นเกมส์ที่สนุกรวดเร็วและรุนแรง เป็นเกมส์ลูกผสมที่มีบาสเกตบอลเป็นหลักโดยเอากติกาของยิมนาสติก รักบี้ และฮอคกี้น้ำแข็ง เข้ามาผสมผสาน Mason Gordon ชาวอเมริกันเป็นผู้คิดค้นกีฬานี้ขึ้นใน ค.ศ.2000 เพื่อให้คล้ายกับวิดีโอเกมส์ ซึ่งมีที่มาจากเกมส์ที่เรียกว่า Grav-Ball ในนิยายวิทยาศาสตร์ Star Wars โดยเปิดตัวเป็นกีฬาอาชีพครั้งแรกในปี ค.ศ.2002 ผ่าน Spike TV ของสหรัฐอเมริกา ขออธิบายกติกาง่ายๆ ดังนี้ ผู้เล่นแต่ละข้างมี 4 คน เป้าหมายเหมือนบาสเกตบอลคือทำแต้มให้ได้สูงสุด เล่นในคอร์ตแบบบาสเกตบอล (30 เมตร คูณ 19 เมตร) ที่พื้นทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อการกระโดดสไตล์ยิมนาสติก หน้าห่วงของแต่ละฝั่งมีเบาะ Trampoline 4 อันที่ฝังไว้มีระดับเท่าผิวคอร์ตเพื่อให้ผู้เล่นสามารถดีดตัวขึ้นไป slam dunk ได้สะดวก ที่ต่างจากบาสเกตบอลก็คือสามารถชนตัวผู้เล่นกันได้จากข้างหน้าในขณะที่ไม่มีลูกบอลในมือ ทันทีที่ผู้เล่นคนหนึ่งมีลูกบอลในมือจะชนไม่ได้ แต่เมื่อตบลูกเลี้ยงแบบบาสเกตบอลแล้วก็จะชนได้ทันที ถ้า slam dunk จะได้ 3 แต้ม ถ้าชู้ตผ่านห่วงโดยฝ่ายตรงข้ามไม่ได้แตะห่วงจะได้ 2 แต้ม และก่อนหมดเวลา 2 นาที ลูกทุกลูกที่ชู้ตไกลเกินเขตเบาะ Tramploine หน้าห่วงจะได้ 3 แต้ม ฟังดูก็น่าสนุกเพราะคงชนกันวุ่นวาย หนักหน่วงแบบฮอคกี้น้ำแข็ง ส่วนใหญ่จะเป็นการชนกันกลางอากาศเมื่ออีกฝ่ายพยายามจะ slam dunk หรือชู้ต และเพื่อป้องกันอันตราย ผู้เล่นต้องใช้รองเท้าพิเศษ มีเครื่องป้องกันที่หัว ที่เข่า และศอก เป็นอย่างดี แข่งขันกันครึ่งละ 8 นาที สามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ตลอดเวลา ถ้าฟาล์ว 3 ครั้งต้องออกจากการแข่งขัน กติกาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างความสนุกตื่นเต้น เร้าใจ และเหมาะต่อการหยุดพักโฆษณาทางโทรทัศน์ เมื่อคิดค้นเกมส์นี้ขึ้นมา Gordon ก็จดทะเบียนสิทธิบัตรและตั้งบริษัทโดยร่วมมือกับ Spike TV ถ่ายทอด SlamBall เป็นธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดนี้จะไปได้ตลอดรอดฝั่งก็เมื่อมีผู้เล่นเก่ง มีผู้เข้าใจกติกา มีโค้ช มีผู้สอน และที่สำคัญที่สุดก็คือมีคนดู Gordon ร่วมคิดกับเพื่อนในการกำหนดกติกา สร้างสนามเล่น และอุปกรณ์ประกอบ เขาได้สร้างสนามขึ้นครั้งแรก ในโกดังเก็บสินค้าใน East Los Angeles และชักชวนนักเล่นบาสเกตบอลตามสนามสาธารณะ มาฝึกฝน ภายใน 1 ปี เขามีผู้เล่น 400 คน ลีกของการแข่งขันเกิดขึ้นโดยมี 6 ทีมเข้าร่วมแข่งขัน มีการถ่ายทอดไปทั่วสหรัฐอเมริกาและอังกฤษในปี 2002 แต่การตอบรับก็ไม่ดีเท่าที่ควร ในฤดูกาลที่ 2 คือ ค.ศ.2003 SlamBall ก็ยังไม่ติดตลาดถึงแม้จะมีคนสมัครเข้ามาเล่นถึงกว่า 20,000 คนก็ตาม เมื่อกีฬาชนิดนี้เป็นธุรกิจ และไม่มีคนดูมากพอที่จะดำเนินธุรกิจได้ก็ต้องเลิกไปโดยปริยาย น่าเสียดายที่ Gordon ผู้คิดค้นไม่ใช่เจ้าของบริษัทที่จดทะเบียนสิทธิบัตร หากแต่เป็น Michael Tollin เจ้าของบริษัทผลิตรายการ TV ในกลางปี 2007 บริษัท IMG ผู้มีชื่อเสียงในเรื่องกีฬาและสันทนาการตลอดจนเป็นตัวแทนนักกีฬาดัง เช่น Tiger Wood จ่ายเงิน 5 ล้านเหรียญเพื่อร่วมทุนในบริษัทของ Tollin เพื่อรื้อฟื้น SlamBall ทาง TV ขึ้นมาอีกครั้ง การสร้างกีฬาใหม่ขึ้นมาในสหรัฐอเมริกาให้เป็นที่นิยม ยากพอกับเข็นรถสิบล้อขึ้นภูเขา เนื่องจากอเมริกันชนหลงใหลเบสบอล อเมริกันฟุตบอล บาสเกตบอล ฮอคกี้น้ำแข็ง มวย ฯลฯ อย่างโงหัวไม่ขึ้นอยู่แล้ว ซ็อกเกอร์หรือฟุตบอลพยายามมานานกว่า 30 ปีก็ยังไม่ไปไหนนักถึงแม้จะเริ่มจากเอาเปเล่มาเล่นในลีกในสหรัฐอเมริกาจนกระทั่งถึงเบ๊คแฮมในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี IMG พยายามปลุกผีให้ขึ้น โดยหวังว่าเอาแค่ตีตลาดระดับหนึ่ง (แบบที่กีฬา "มวยวัด" สู้กันฟรีสไตล์หรือมวยผู้หญิง พอได้คนดูบ้างอยู่ในขณะนี้) ก็จะพอไปได้ ดังนั้น ในเดือนมีนาคม 2008 ที่ผ่านมาจึงมีการทดสอบนักกีฬา 100 กว่าคนในลอสแองเจลิส นิวยอร์ก และฟลอริด้า ทั้งลีกจะมี 8 ทีมใน 8 เมือง โดยจะเล่นโชว์ให้ดูในฤดูกาล 2008 ซึ่งจะเริ่มในอีก 2 เดือนข้างหน้าในเมืองใหญ่ๆ และจะเริ่มแข่งขันจริงจังในฤดูกาล 2009 ใน 8 เมืองใหญ่ต่อไป ความสำเร็จของการนำกีฬานี้กลับมาอีกครั้งอยู่ที่การมีนักกีฬาฝีมือยอดเยี่ยมจากบาสเกตบอลมาร่วมสังฆกรรมด้วย คนดูนั้นชอบ Slam dunk ด้วยความสะใจ ชอบการชนกันกลางอากาศ ชอบการชนกันกระเด็นรุนแรงแบบอเมริกันฟุตบอล และฮอคกี้น้ำแข็ง ชอบการกอดรัดฟัดเหวี่ยงของรักบี้ ชอบการกระโดดตัวลอยของนักยิมนาสติก ดังนั้น นักลงทุนจึงเชื่อว่าการนำ "ความมันส์" เหล่านี้มารวมกันไว้ใน SlamBall จึงน่าจะประสบความสำเร็จ หากได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายโทรทัศน์ที่พวกเขามีอิทธิพล ผมจำได้ว่าเคยเห็นกีฬานี้ทางโทรทัศน์สั้นๆ เมื่อหลายปีก่อน รู้สึกว่ามีความรุนแรงและเร้าใจพอควร SlamBall ที่เต็มรูปจริงๆ เกิดได้ยากในสวนสาธารณะ โรงเรียนหรือแม้แต่มหาวิทยาลัย เพราะต้องมีพื้นคอร์ตเป็นพิเศษและมี Trampoline ที่ฝังลงไปเรียบเสมอพื้นด้วย กีฬาที่เล่นกันแต่ในลีกโดยไม่มีเด็กหรือผู้ใหญ่เล่นกันข้างนอกอย่างกว้างขวางเป็นแรงสนับสนุน จะสามารถไปได้ไกลแค่ไหนคงต้องติดตามต่อไป SlamBall จะเป็นปลาสวยงามในตู้อยู่ได้อย่างยั่งยืน เทียบเท่าได้หรือไม่กับปลาที่เกิดในบ่อตามธรรมชาติ ซึ่งมีจำนวนมากมายจนสามารถเลือกจับตัวสวยงามเป็นพิเศษมาใส่ตู้ ถ้าตายก็ไปจับตัวใหม่มาใส่แทนได้เสมอ เฉกเช่นฟุตบอลหรือบาสเกตบอลอาชีพ เมื่อกีฬาเป็นธุรกิจและถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิงสุดสุด มิได้เป็นกีฬาที่พัฒนาขึ้นมาทีละเล็กน้อย ตามเส้นทางประวัติศาสตร์ดังเช่นฟุตบอล รักบี้ เบสบอล ฯลฯ เราจึงเห็นกีฬาหัวมังกุท้ายมังกรอย่างนี้ และรับรองว่าจะมีออกมาอีกเรื่อยๆ แต่จะอยู่ได้ยั่งยืนหรือไม่ ผู้ดูคือผู้ให้คำตอบสุดท้าย เครื่องเคียงอาหารสมอง ผู้อยู่ในอาชีพช่วยชีวิตคนยามฉุกเฉินพบว่าบ่อยครั้งมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วย อย่างทันด่วนเพื่อช่วยชีวิต เช่น กรุ๊ปเลือด ยาที่แพ้ โรคประจำตัว ยาที่ต้องใช้ประจำตัว หมอหรือโรงพยาบาลประจำตัว ฯลฯ แต่ไม่อาจได้มาซึ่งข้อมูลเหล่านั้น ทั้งๆ ที่พบโทรศัพท์มือถืออยู่กับผู้ป่วย แต่ก็ไม่รู้จะโทรศัพท์ไปถามใคร ถ้ามัวแต่โทรศัพท์ถึงหลายคนก็อาจไม่ทันกาล อาจเสียชีวิตไปก่อนหรือได้ข้อมูลที่ต้องการเมื่อตอนรดน้ำศพแล้วก็เป็นได้ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องไม่รู้จะโทรถึงใครในยามฉุกเฉินเป็นคนแรก ขณะนี้ในระดับสากลจึงมีการรณรงค์ให้พิมพ์คำว่า "ICE" (ย่อจาก In Case of Emergency) แทนชื่อคนไว้ในโทรศัพท์มือถือ (แน่นอนต้องมีเบอร์โทรศัพท์ของคนที่ต้องโทรศัพท์ถึง ในยามฉุกเฉินคู่กันไปด้วยกับ "ICE" ซิครับ) เมื่อผู้ช่วยชีวิตเห็น "ICE" เข้าก็จะโทรศัพท์ได้ทันที (ไม่ต้องเดาว่าชื่อในมือถือว่า "แป๋ว" หรือ "แต๋ม" ใครเป็นเมียหลวงและควรโทร.ถึงเมียคนใดก่อน) ถ้าจะมีแค่ "ICE" เฉยๆ หรือจะมี "ICE" แล้วตามด้วยชื่อหรือหมายเลขหนึ่งหรือสองก็ได้ตราบที่เป็น ICE (ตัวอักษรใหญ่ทั้งหมด) และมีขีดคั่นกลางก่อนถึงชื่อหรือหมายเลขก็ใช้ได้ครับ ใครจะไปรู้ การใส่คำว่า ICE แทนชื่ออาจช่วยชีวิตท่านไว้ก็เป็นได้ น้ำจิ้มอาหารสมอง Time is all we have. You may find one day that you have less than you think. (จาก Last Lecture ของ Randy Pausch ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย Carngie Mellon ที่กำลังจะตายด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน และดังสุดสุดในโลกในขณะนี้) เวลาคือทั้งหมดที่เรามี วันหนึ่งคุณอาจพบว่าคนมีมันน้อยกว่าที่คุณคิดก็ได้ หน้า 46
|