หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
เวียดนามขึ้นแท่นยักษ์ส่งออกเฟอร์นิเจอร์โลก

สกว.ชวนคิด : ดร.สักกรินทร์ นิยมศิลป์  กรุงเทพธุรกิจ  วันพฤหัสบดีที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

หากท่านผู้อ่านมีโอกาสไปเยือนกรุงโฮจิมินห์ นครหลวงของเวียดนาม ท่านอาจสังเกตว่า ย่านที่เป็นร้านค้าเฟอร์นิเจอร์หลักของเมือง จะตั้งอยู่นอกเขต CBD ออกไปและมักประกอบด้วยอาคารพาณิชย์ขายเฟอร์นิเจอร์ เช่น ชุดเครื่องครัว ตู้ เตียง ชุดรับแขก ที่ตั้งกระจุกตัวอยู่ติดๆ กันนับสิบร้าน บรรยากาศคล้ายคลึงกับบริเวณซอยประชานฤมิตรหรือถนนสายไม้ที่บางโพของเราดีๆ นี่เอง

คนเวียดนามที่โฮจิมินห์และเมืองอื่นๆ ส่วนใหญ่จะไปเลือกซื้อสินค้าเครื่องเรือนตามร้านค้าเก่าแก่แบบห้องแถวเหล่านี้เป็นหลัก เนื่องจากศูนย์การค้าและโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่อย่างเช่น อินเด็กซ์ หรือโฮมโปรและโฮมเวิร์ค เป็นสิ่งหายากยิ่ง หากจะมีก็เป็นโชว์รูมของร้านเฟอร์นิเจอร์แบรนด์เนมเฉพาะรายที่มุ่งขายตลาดบนหรือลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก และมีสินค้าค่อนข้างจำกัด

แม้พฤติกรรมการบริโภคของเวียดนามในการซื้อหาเครื่องเรือนจะเหมือนบ้านเราเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่อย่าเหมาไปว่าอุตสาหกรรมเครื่องเรือนของเวียดนามเป็นอุตสาหกรรมเล็กๆ ที่ไม่มีความสำคัญ และที่สำคัญอย่าเข้าใจผิดว่าอุตสาหกรรมเครื่องเรือนเวียดนามนั้นอ่อนด้อยกว่าไทย

จริงอยู่ว่าตลาดเครื่องเรือนในประเทศเวียดนามมีขนาดไม่ใหญ่นัก โดยการบริโภคภายในประเทศเมื่อปี 2006 คิดเป็นมูลค่า 861 ล้านดอลลาร์ (เทียบกับตลาดขนาด 1,122 ล้านดอลลาร์ในไทย) แต่ก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็วเฉลี่ยปีละประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการนำเข้าเครื่องเรือนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเมื่อปี 2006 เวียดนามนำเข้าเครื่องเรือนจำนวน 61 ล้านดอลลาร์ โดยครึ่งหนึ่งเป็นการนำเข้าจากจีน ที่เหลือเป็นการนำเข้าจากญี่ปุ่น มาเลเซีย ไทย และประเทศอื่นๆ

***(กราฟฟิก) การส่งออกเครื่องเรือนเวียดนาม (ล้านดอลลาร์)

นอกจากตลาดที่กำลังเติบโตตามอำนาจซื้อและจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว การขยายตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศ และการผลิตเพื่อส่งออกก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องเรือน โดยเฉพาะเครื่องเรือนไม้ของเวียดนามขยายตัวแบบก้าวกระโดด มูลค่าการส่งออกเครื่องเรือนของเวียดนามเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าตัวในช่วงเวลา 6 ปี จากจำนวนเพียง 398 ล้านดอลลาร์ในปี 2000 เป็น 2,385 ล้านดอลลาร์ในปี 2006 จนกลายเป็นผู้ส่งออกเครื่องเรือนอันดับ 9 ของโลก กล่าวอีกนัยหนึ่ง การส่งออกเครื่องเรือนของเวียดนาม โตขึ้นเฉลี่ยปีละหนึ่งเท่าตัวนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา จนแซงหน้าการส่งออกของไทยที่มีมูลค่า 1,151 ล้านดอลลาร์ในปี 2006

ที่จริงแล้วเวียดนามต้องนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิตอุตสาหกรรมเครื่องเรือนเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเวียดนาม จำกัดการตัดไม้ในประเทศเพื่อขยายพื้นที่ป่า จึงต้องนำเข้าไม้ซุง ไม้แผ่นและไม้ทดแทนจากหลายประเทศ เช่น ลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สวีเดน สหรัฐ และแคนาดา สำหรับไทยเรามีการส่งออกไม้ยางพาราแปรรูป จำนวนหลายร้อยล้านดอลลาร์ไปยังเวียดนามในปีที่ผ่านมา

การเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องเรือนทั้งสำหรับตลาดในประเทศและตลาดส่งออกอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ทำให้มูลค่าการผลิตของอุตสาหกรรมเครื่องเรือนเวียดนามเพิ่มขึ้นจากมูลค่าเพียง 535 ล้านดอลลาร์ในปี 2000 เป็น 3,185 ในปี 2006 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทยที่มีมูลค่าการผลิตรวมกัน 2,101 ล้านดอลลาร์ในปี 2006

เมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2000 อุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทยมีมูลค่าการผลิตถึง 1,617 ล้านดอลลาร์ หรือมีขนาดเป็น 3 เท่าของเวียดนาม แต่ 6 ปีให้หลังอุตสาหกรรมเครื่องเรือนเวียดนามแซงขึ้นมาจนใหญ่เป็น 1.5 เท่าของไทย โดยการขยายตัวของอุตสาหกรรมส่งออกเวียดนามเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมนี้แซงหน้าไทยตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา และคาดว่าไทยจะถูกทิ้งห่างออกไปอีกในอนาคต เนื่องจากเวียดนามตั้งเป้าจะแซงมาเลเซีย ขึ้นเป็นผู้ผลิตและส่งออกเครื่องเรือนอันดับ 1 ของอาเซียนในปี 2010 จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 2 ด้วยยอดการส่งออกถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์

ปัจจัยหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์เวียดนามเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว ก็เนื่องมาจากต้นทุนค่าแรง และค่าเช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมมีราคาถูก อีกทั้งการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐโดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศ ด้วยการแก้ไขกฎหมายการลงทุนในปี 2000 ที่อนุญาตให้ต่างชาติลงทุนได้ 100% และสามารถเข้าควบรวมหรือซื้อบริษัทท้องถิ่นได้โดยง่าย

รวมทั้งกำหนดให้อุตสาหกรรมเครื่องเรือนไม้เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร และวัตถุดิบในการผลิตเครื่องเรือน รวมทั้งให้สิทธิพิเศษทางภาษีแก่อุตสาหกรรมส่งออกอย่างเต็มที่ ต่างจากของไทยที่นโยบายภาครัฐกำลังมองข้ามอุตสาหกรรมนี้ไปอย่างน่าเสียดายแม้จะมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย และมีการจ้างงานนับแสนคนก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์จากไต้หวัน มาเลเซีย และจีนจึงพาเหรดการลงทุนเข้ามายังเวียดนาม เฉพาะนักลงทุนจากไต้หวันเข้ามาลงทุนผลิตเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนในเวียดนามมากถึงประมาณ 150 บริษัท จนทำให้เวียดนามเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกเครื่องเรือนชั้นนำของเอเชียและของโลกประเทศหนึ่งในปัจจุบัน