หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
"เวียดนาม" วันนี้ ยังไม่ใช่คู่แข่งไทย

กรุงเทพธุรกิจ  วันจันทร์ที่ 05 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

คำตอบโดยสรุปคือ....."ยังไม่มากนักตอนนี้"

@ มูลค่าการส่งออก

โดยรวมของเวียดนาม ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับไทย และโครงสร้างการส่งออกของทั้งสองประเทศยังค่อนข้างต่างกัน มูลค่าการส่งออกโดยรวมของไทยสูงกว่าเวียดนามอยู่ประมาณ 3 เท่าตัว

โดยมูลค่าการส่งออกของไทยในปี 2550 อยู่ที่ 152 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับมูลค่าการส่งออกของเวียดนามที่ 48 พันล้านดอลลาร์ โครงสร้างการส่งออกของไทยกับเวียดนามยังคงแตกต่างกันอยู่พอสมควร สัดส่วนการส่งออกของไทยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง (45% เทียบกับเวียดนามที่มีการส่งออกในกลุ่มนี้ในสัดส่วนเพียง 9.7%) ขณะที่สัดส่วนการส่งออกของเวียดนามส่วนใหญ่เน้นไปที่กลุ่มอาหาร (20.4% เทียบกับไทยที่มีการส่งออกในกลุ่มอาหารเพียง 11.2%) และสิ่งทอ (17.5% เทียบกับไทยที่มีการส่งออกในหมวดสิ่งทอเพียง 6%)

@เศรษฐกิจทั้งสองประเทศยังมีช่องว่าง

ห่างกันอยู่พอสมควร"ประมาณ 3-4 เท่า" หากวัดโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนในตลาด (market exchange rate) GDP per capita ของไทย (3,290 ดอลลาร์) จะสูงกว่า GDPper capita ของเวียดนาม (723 ดอลลาร์) ประมาณ 4 เท่าตัวด้วยกัน ซึ่งตัวเลข GDP per capita ของเวียดนามในปี 2549 นั้นมีมูลค่าใกล้เคียงกับ GDP per capita ของไทยเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว (ปี 2528)

นอกจากนี้มูลค่า GDP โดยรวมของไทยสูงกว่า GDP ของเวียดนามอยู่ประมาณ 3.4 เท่า ส่วนมูลค่าเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) สุทธิในไทยก็สูงกว่าเวียดนามประมาณ 4 เท่าตัวด้วยกัน และหากวัดโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามหลักความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ (Purchasing Power Parity - PPP) จำนวนเท่าของ GDP และ GDP per capita ของไทยเทียบกับเวียดนามก็ไม่ได้ลดลงมากนัก โดยมูลค่า GDP และ GDP per capita ของไทยอยู่ที่ระดับ

ประมาณ 2 เท่า และ 3 เท่าของเวียดนามตามลำดับ

@โครงสร้างทางเศรษฐกิจยังแตกต่าง

ยังห่างกันอยู่พอสมควร โดยภาคการเกษตรมีบทบาทสำคัญมากในเวียดนาม ภาคการเกษตรคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของ GDP ในเวียดนาม แต่มีสัดส่วนเพียง 11% ของ GDP ในไทย นอกจากนี้สัดส่วนการจ้างงานในภาคการเกษตรของเวียดนาม มีสัดส่วนสูงถึง 52% เมื่อเทียบกับไทยแค่ 40% เท่านั้น

ไทยยังได้เปรียบกว่าเวียดนามอย่างมากในด้านของโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ แต่จะมีความได้เปรียบน้อยลงเมื่อดูที่เครื่องชี้พัฒนาการมนุษย์

เวียดนามมีความสามารถในการแข่งขันมากกว่าไทยโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ทับซ้อนกัน

ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรในเวียดนามทัดเทียมกันกับไทย ผลผลิตทางการเกษตรในเวียดนามหลายอย่างด้วยกันมีมากกว่าไทยแล้ว อย่างไรก็ดี ไทยยังมีความได้เปรียบในด้านของผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ 2 อย่างด้วยกันคือ ยางและข้าว

ผลผลิตของยางต่อไร่ของเวียดนาม มีน้อยกว่าไทยมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศ ในขณะที่ผลผลิตของข้าวต่อไร่ของเวียดนามมีมากกว่าไทยอย่างมาก แต่ข้าวหอมมะลิซึ่งมีผลผลิตน้อยกว่าข้าวสารทั่วไป มีสัดส่วนประมาณ 30% ของผลผลิตของไทย และสามารถขายได้ในราคาสูงกว่าข้าวของเวียดนามประมาณ 70-80% สินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตรอื่นๆ ที่มีความสำคัญกับไทย แต่ผลผลิตในเวียดนามมีมากกว่า ได้แก่ มะม่วง ฝรั่ง และอ้อย

ค่าจ้างในไทยสูงกว่าเวียดนามในทุกภาคการผลิต และที่ค่าเฉลี่ยอยู่ประมาณ 3.4 เท่า ค่าจ้างในอุตสาหกรรมผลิตยานพาหนะและตัวถังรถยนต์ของไทยสูงกว่าในเวียดนามอยู่ 4 เท่า ค่าจ้างในอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรสำนักงานและเครื่องคำนวณของไทยสูงกว่าเวียดนามอยู่ 3.5 เท่า และแม้กระทั่งค่าจ้างในอุตสาหกรรมรองเท้าและเครื่องแต่งกายของไทย ก็ยังสูงกว่าเวียดนามอยู่ประมาณ 3 เท่า

ผลิตภาพด้านแรงงานในไทยส่วนใหญ่สูงกว่าในเวียดนาม แต่ไม่เพียงพอที่จะชดเชยความแตกต่างทางค่าจ้างของไทย ที่สูงกว่าเวียดนาม เราคำนวณความแตกต่างของผลิตภาพด้านแรงงานโดยเปรียบเทียบมูลค่าเพิ่ม ของผลผลิตอุตสาหกรรมต่อคนงาน 1 รายในไทยกับเวียดนามในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม โดยอิงกับข้อมูลของ UNIDO ผลิตภาพด้านแรงงานของไทยสูงกว่าเวียดนามอยู่โดยเฉลี่ยเพียง 2.9 เท่า เทียบกับความแตกต่างของค่าจ้างโดยเฉลี่ย 3.4 เท่า

อุตสาหกรรมของไทยที่มีต้นทุนแรงงานต่อหน่วยสูงเมื่อเทียบกับเวียดนามมีความเสี่ยงมากที่สุด ที่จะได้รับผลกระทบจากแนวโน้มการแข่งขันสูงขึ้นจากเวียดนาม อุตสาหกรรมเหล่านี้ ได้แก่ ยานพาหนะ เครื่องจักรสำนักงานและเครื่องคำนวณ ผลิตภัณฑ์แก้วและพลาสติก รวมถึงอุตสาหกรรมทั่วไปอย่างเครื่องแต่งกาย ซึ่งอุตสาหกรรมในไทยเหล่านี้เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากมีความแตกต่างทางค่าจ้างมากที่สุดเมื่อเทียบกับผลิตภาพ หรือมีต้นทุนแรงงานต่อหน่วย

@เวียดนามโตเร็วขึ้นแต่ไม่น่าไล่ไทยทัน

คาดว่าเศรษฐกิจของเวียดนามจะเติบโตสูงกว่าไทยอย่างมากในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากเวียดนามกำลังเข้าสู่จุดที่ดีที่สุดทางด้านเศรษฐกิจและประชากร เวียดนามมีประชากรอายุน้อยกว่าไทย จากการคาดการณ์ของ US Census Bureau พบว่า ประชากรของเวียดนาม 36% มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ในขณะที่ไทยมีประชากรอายุต่ำกว่า 20 ปี เพียง 29% แรงงานในเวียดนามน่าจะมีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ย 1.3% ต่อปี ในระยะ 10 ปีข้างหน้า เทียบกับไทยที่เติบโตเฉลี่ย 0.5% ต่อปี การเติบโตอย่างรวดเร็วของจำนวนแรงงานในเวียดนาม ประกอบกับโอกาสที่จะมีการโยกย้ายแรงงานจากภาคการเกษตร มายังภาคการผลิตซึ่งมีผลิตภาพด้านแรงงานมากกว่า) เพิ่มมากขึ้น ยืนยันได้ว่าเศรษฐกิจของเวียดนามจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่น่าจะไล่ตามไทยทัน

บล.ไทยพาณิชย์คำนวณ GDP ต่อหัว (ในสกุลดอลลาร์) ของเวียดนามได้ว่าจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 1 ใน 4 ของ GDP ต่อหัวของไทยในปัจจุบัน สู่ระดับประมาณครึ่งหนึ่งของ GDP ต่อหัวของไทยภายในปี 2593 โอกาสที่ GDP ต่อหัวของเวียดนามจะไล่ตามไทยได้ทันนั้นมี แต่นับว่าน้อยมาก

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ และคณะทำงานฝ่ายวิจัยของ บล.ไทยพาณิชย์ ได้จัดทำรายงานเรื่อง "เวียดนามเป็นคู่แข่งของไทยมากน้อยแค่ไหน" ซึ่งเป็นประเด็นคำถามในใจของคนไทย โดยเฉพาะนักธุรกิจทุกคน "กรุงเทพธุรกิจ" เห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก จึงนำรายงานบางส่วนมาเสนอ