หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
คน แรงขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศเวียดนาม

สกว.ชวนคิด : ธัญญาทิพย์ ศรีพนา  กรุงเทพธุรกิจ  วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2551

20 ปีนับจากที่เวียดนามได้ประกาศนโยบายปฏิรูปทางเศรษฐกิจ ศักยภาพในการพัฒนาประเทศปรากฏเห็นได้ชัด ซึ่งอาจเห็นได้จากอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศ การเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อหัว การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาของโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานและที่อยู่อาศัย และความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นต้น

อะไรคือปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่ผลักดันการพัฒนาประเทศเวียดนาม

ปัจจัยที่เป็นตัวขับเคลื่อนผลักดันการพัฒนาประเทศเวียดนามมีหลายปัจจัย ดังเช่นความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ของจำนวนประชากรที่มีถึง 84 ล้านคน ที่มีความสำคัญต่อความเป็นตลาดบริโภคขนาดใหญ่ ความสำคัญในด้านจำนวนแรงงานภายในประเทศ การมีแผนพัฒนาประเทศที่ชัดเจน และการนำนโยบายการพัฒนาทางเศรษฐกิจ มาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่สมบูรณ์ทุกประการและมีการติดขัดอยู่บ้าง ทั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่าความมีเสถียรภาพทางการเมืองและสภาวะของการปลอดความขัดแย้งทางการเมือง ในระดับที่จะเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ เป็นปัจจัยเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน

ในที่นี้ จะขอกล่าวถึงปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนผลักดันการพัฒนาประเทศในประเด็นที่เกี่ยวกับ "คน" เท่านั้น ซึ่งได้แก่ ความแน่วแน่ในการพัฒนาประเทศไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า ความสำนึกในความรักชาติ รักอิสรภาพและเอกราช ความขยันอดทน ความกระตือรือร้น ความใฝ่รู้อยากรู้ และความปรารถนาที่จะเข้าสู่ประชาคมโลก และมีเกียรติภูมิที่ทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ

คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า สภาวะสงครามในอดีตที่เวียดนามต้องประสบ การถูกครอบครอง รุกรานกดขี่จากประเทศที่ใหญ่กว่า ทำให้เวียดนามต้องอดทนดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และการหลุดพ้นจากการครอบครองกดขี่

1,000 ปี นับจากปี 111 ก่อนคริสต์ศักราชจนถึงค.ศ.939 เวียดนามอยู่ภายใต้การครอบครองของจีน อีก 100 ปีจากปลายทศวรรษที่ 1850 จนถึงปี 1954 อยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส และอีกไม่น้อยกว่า 2 ทศวรรษที่เวียดนามต้องต่อสู้กับสหรัฐในบ้านของตนเองในสงครามที่สหรัฐเรียกว่า สงครามเวียดนาม ทั้งหมดนี้ ทำให้เวียดนามเรียนรู้ที่จะอดทน เอาตัวรอด ต่อสู้เพื่ออิสรภาพโดยได้สูญเสียชีวิตเลือดเนื้อไปมากมาย เวียดนามจดจำความยากแค้นที่เคยประสบมาจากโดยการถูกกระทำโดยต่างชาติ และแน่นอนไม่มีใครอยากจะวกกลับไปเจอสิ่งเหล่านี้อีก

บทเรียนและความเจ็บปวดในอดีตสอนให้เวียดนามหวงแหนในเอกราชอิสรภาพ และจุดนี้เอง เวียดนามจึงมีความแน่วแน่ที่จะพัฒนาประเทศของตนเพื่อไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า

ความสำนึกในความรักชาติเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งของความตั้งใจแน่วแน่ในการพัฒนาประเทศ และจากความสามารถในการชนะสงคราม และการครอบครองของต่างชาติหลายครั้ง ทำให้เวียดนามมีความภาคภูมิใจ และมีความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างยิ่งและอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตลอดระยะเวลาของการต่อสู้เพื่อเอกราชและความเป็นอิสระ เวียดนามได้ผสมผสานยุทธศาสตร์และยุทธวิธีต่างๆ ทั้งในด้านการรบและการทูต อีกทั้งยังเรียนรู้และนำยุทธวิธีการต่อสู้ของศัตรูมาใช้กับศัตรูด้วย ความรู้เขารู้เราในด้านการรบ ทำให้เวียดนามสามารถเอาชนะศัตรูในอดีตอย่างจีน ฝรั่งเศส และสหรัฐได้

การขุด อุโมงค์กู่จี (Cu Chi) ในภาคใต้ของเวียดนาม และการขุด อุโมงค์หวิงมก (Vinh Moc) ในจังหวัดกว่างจิ หรือกว่างตรี (Quang Tri) ในภาคกลางของเวียดนาม เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนของความอุตสาหะอดทน สติปัญญา ความสามารถในการปรับตัว และการนำยุทธวิธีด้านการรบของจีน ซึ่งเป็นศัตรูในอดีตมาใช้

แต่ประเทศที่เคยถูกกดขี่และถูกกระทำในอดีตดังเช่นเวียดนาม และรวมถึงประเทศอื่นๆ ด้วยนั้น ก็จะมีความอ่อนไหวในบางเรื่อง อาทิเช่น ความระมัดระวังที่จะถูกเอารัดเอาเปรียบและแสวงหาประโยชน์ การถูกดูถูกเหยียดหยาม ทำให้ต้องมีความระมัดระวังตัวตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม จากการที่ไม่ได้อยู่ในสังคมระหว่างประเทศเป็นเวลานาน ทำให้ต้องเรียนรู้ทำความรู้จัก กับกติกาสากลที่ตนไม่คุ้นเคย แต่สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ สำหรับประเทศที่มีความสามารถในการปรับตัวดังเช่นเวียดนาม

ภัยธรรมชาติเป็นอีกปัจจัยที่สร้างให้คนเวียดนามเป็นชนชาติที่มีความอดทน พายุที่ผ่านเข้ามาสู่เวียดนามประมาณ 15 ลูกในแต่ละปีจวบจนปัจจุบัน รวมทั้งพายุไต้ฝุ่น ทำให้คนเวียดนามต้องคอยเฝ้าระวังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด และความสูญเสียตลอดเวลา ความอดทนนี้ได้สืบทอดมายังคนเวียดนามจวบจนปัจจุบัน

แต่แม้ว่าคนเวียดนามจะมีลักษณะพิเศษของความเป็นชนชาติที่มีความกระตือรือร้น อุตสาหะอดทน รักชาติและมีศักยภาพสูง อีกทั้งมีลักษณะเชิงรุกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจทั้งระดับปัจเจกชนและระดับรัฐ แต่รัฐบาลเวียดนามก็ยอมรับว่า เวียดนามยังต้องพัฒนาคุณภาพของคนของตนอีกมาก เพื่อให้ทันต่อสภาวการณ์ของโลกปัจจุบัน ซึ่งเป็นโลกของการค้าเสรี โลกของเศรษฐกิจภาคการบริการ และรัฐบาลเวียดนามก็ยังยอมรับอีกด้วยว่า ปัจจัยเกี่ยวกับคนหรือประเด็นเกี่ยวกับทรัพยากรบุคคล การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนผลักดันการพัฒนาทุกๆ ด้านของประเทศและเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลายาวนานในการพัฒนา

ความยากลำบากในอดีตเป็นแรงผลักดันให้เวียดนามลุกขึ้นมาพัฒนาประเทศในวันนี้ แต่กว่าจะมาถึงวันนี้หรือแม้แต่ในวันนี้ เวียดนามก็ยังคงต้องเผชิญปัญหาอุปสรรคที่ต้องแก้ไขอยู่มากมายตลอดเวลาอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ลักษณะของคนเวียดนามที่กล่าวมาข้างต้น ก็เป็นทุนเดิมที่เวียดนามมี และเป็นตัวผลักดันการพัฒนาประเทศในวันนี้ได้เป็นอย่างดี