|
||||||||||||||
|
The West Wing 2008 (1)
คอลัมน์ มองซ้าย มองขวา โดย ปกป้อง จันวิทย์ pokpongj@econ.tu.ac.th ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3966 (3166) US OPEN ปี 2008 เป็นปีสำคัญของสหรัฐอเมริกาและของโลก เนื่องจากเป็นปีแห่งการเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนใหม่ ต่อจากประธานาธิบดี George W. Bush แห่งพรรค Republican ซึ่งดำรงตำแหน่งจวนครบ 8 ปี และสร้างปัญหาให้สหรัฐอเมริกาและโลกมากมายระหว่างทาง การชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคราวนี้สนุกสนานกว่าทุกครั้ง เนื่องจาก เป็นการแข่งขันที่เปิดกว้างมากที่สุด สำหรับทั้งผู้สมัครของพรรค Republican และพรรค Democrat เพราะนอกจากประธานาธิบดีคนปัจจุบันจะไม่ได้ลงสมัคร เนื่องจาก ดำรงตำแหน่งครบ 2 วาระแล้ว รองประธานาธิบดีคนปัจจุบัน (Dick Cheney) ก็ไม่ได้ลงสมัครอีกด้วย (นอกจากแก่มากและสุขภาพเสื่อมแล้ว คงรู้ว่าลงไปก็ไม่มีใครเลือก - ฮา) นอกจากนั้น ผู้ที่เคยเป็นตัวแทนพรรคเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมาก่อนก็ไม่ได้ลงสมัคร จะมีก็แต่เมียของอดีตประธานาธิบดีเท่านั้น หากนับเวลาย้อนกลับไปถึงการเลือกตั้งที่ไม่มีประธานาธิบดีหรือรองประธานาธิบดี ที่กำลังทำงานอยู่ลงสมัครแข่งขัน ต้องย้อนกลับไปไกลถึงปี 1952 เมื่อครั้งที่ Dwight D. Eisenhower ได้รับเลือกตั้งเป็นตัวแทนพรรค Republican และต่อมาชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี การเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาจัดขึ้นใน "วันเลือกตั้ง" (Election Day) ซึ่งเป็นวันอังคารหลังวันจันทร์แรก ของเดือนพฤศจิกายน ในปีนี้ตรงกับวันที่ 4 พฤศจิกายน แต่ก่อนถึงสนามใหญ่ที่เป็นการต่อสู้ของตัวแทนของทั้งสองพรรค สนามประลองเบื้องต้นก็คือ การแข่งขันกันเองภายในพรรคเพื่อชิงตำแหน่งตัวแทนพรรค ด้านผู้สมัครเด่นของพรรค Democrat ที่ประกาศตัวลงสมัคร ได้แก่ นาง Hillary Clinton วุฒิสมาชิกมลรัฐนิวยอร์ก ภรรยาของนาย Bill Clinton อดีตประธานาธิบดี นาย Barack Obama วุฒิสมาชิกมลรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งเป็นนักการเมืองหนุ่มผิวดำ และนาย John Edwards อดีตวุฒิสมาชิกมลรัฐนอร์ธ แคโรไลน่า อดีตตัวแทนพรรคในตำแหน่งรองประธานาธิบดีเมื่อการเลือกตั้งครั้งก่อน ส่วนทางด้านผู้สมัครเด่นของพรรค Republican สูสีกันมากจนยากจะมองออก ต่างจากพรรค Democrat ที่นาง Clinton เป็นตัวเต็งตั้งแต่ต้น โดยมีนาย Obama ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ ผู้สมัครเด่นของพรรค Republican ได้แก่ นาย Mitt Romney อดีตผู้ว่าการมลรัฐแมสซาชูเซตส์ นาย Mike Huckabee อดีตผู้ว่าการมลรัฐอาร์คันซอ นาย Rudy Giuliani อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กในช่วงเหตุการณ์ 9/11 นาย John McCain วุฒิสมาชิกมลรัฐแอริโซนา และนาย Fred Thompson อดีตวุฒิสภามลรัฐเทนเนสซี และนักแสดงจากภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์เรื่อง Law and Order ประชาธิปไตยภายในพรรค เนื่องจากพรรคการเมืองของสหรัฐอเมริกาไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของนักการเมือง ประธานาธิบดี ประธานพรรค หรือนายทุนพรรค จึงไม่มีใครสามารถบงการ ชี้นิ้ว วางทายาท หรือเลือกตัวแทนพรรคกันในหมู่ผู้นำพรรคได้ตามชอบใจ แต่ต้องให้สมาชิกพรรคทั้งประเทศ มีส่วนร่วมในการตัดสินว่า แต่ละพรรคจะเลือกใครเป็นตัวแทนพรรค ไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในสนามเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา การแข่งขันสนามแรกคือการแข่งขันกันเองภายในพรรค เพื่อชิงตำแหน่งตัวแทนพรรค ซึ่งในบั้นปลาย แต่ละพรรคการเมืองจะตัดสินคัดเลือกตัวแทนพรรคใน "ที่ประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรค" (Party National Conventions) โดยการลงคะแนนเสียงของเหล่า Delegates (ตัวแทนผู้ลงคะแนน) ซึ่งได้รับเลือกตั้งหรือคัดเลือกมาจากแต่ละมลรัฐ รวมกับตัวแทนผู้บริหารระดับสูงของพรรค (ซึ่งกลุ่มหลังมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับกลุ่มแรก) ผู้สมัครที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคต้องได้รับเสียงเกินครึ่งหนึ่ง ของจำนวน Delegates ทั้งหมดทุกประเภทรวมกัน สำหรับพรรค Democrat มีจำนวน Delegates ทั้งสิ้น 4,409 คน ในจำนวนนี้ประกอบด้วย (1) Delegates จากมลรัฐต่างๆ 3,253 คน ซึ่งได้รับเลือกตั้งหรือคัดเลือกให้มาลงคะแนนสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ และ (2) Superdelegates ซึ่งเป็นผู้นำของพรรค สมาชิกรัฐสภา ผู้ว่าการมลรัฐ สมาชิกคณะกรรมการแห่งชาติของพรรค เป็นต้น อีกจำนวน 796 คน ซึ่งสามารถเลือกลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรายใดก็ได้ ทั้งนี้ ผู้สมัครที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนพรรค Democrat ต้องได้รับคะแนนเสียงจาก Delegates ทั้งหมดเกินกว่า 2,025 เสียงขึ้นไปในที่ประชุมใหญ่ สำหรับพรรค Republican มีจำนวน Delegates ทั้งสิ้น 2,380 คน ในจำนวนนี้ประกอบด้วย (1) Pledged Delegates ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ลงคะแนนที่มีพันธสัญญาในการลงคะแนนให้ผู้สมัครรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ มีที่มาจากการเลือกตั้งหรือคัดเลือกจากมลรัฐต่างๆ จำนวน 1,917 คน และ (2) Unpledged Delegates ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ลงคะแนนที่ไม่มีพันธสัญญาให้ต้องลงคะแนนให้ผู้สมัครรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ อีกจำนวน 463 คน ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกตั้งซึ่งในทางปฏิบัติเป็นที่รู้กันว่าจะลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรายใด อีกส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มผู้นำพรรคคล้าย Superdelegates ของพรรค Democrat ทั้งนี้ ผู้สมัครที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนพรรค Republican ต้องได้รับคะแนนเสียงจาก Delegates ทั้งหมดเกินกว่า 1,191 เสียงขึ้นไปในที่ประชุมใหญ่ สำหรับการเลือกตั้งปี 2008 พรรค Democrat กำหนดจัดการประชุมใหญ่ของพรรคที่เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ในวันที่ 25-28 สิงหาคม ส่วนพรรค Republican จัดขึ้นที่เมืองมินเนียโพลิส-เซนต์พอล รัฐมินเนโซตา ในวันที่ 1-4 กันยายน จะเห็นว่า ตัวละครที่มีความสำคัญในการคัดเลือกตัวแทนพรรคลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี คือเหล่า Delegates ของแต่ละมลรัฐ ซึ่งได้รับคัดเลือกจากกระบวนการเลือกตั้งที่เรียกว่า Primary และ Caucus (การเลือกตั้งขั้นต้น) ซึ่งในแต่ละมลรัฐและในแต่ละพรรคมีกฎกติกาในการจัด Primary และ Caucus แตกต่างกันออกไป สำหรับพรรค Democrat มีหลักการทั่วไปคือ ผู้มีสิทธิ์ออกไปลงคะแนนเลือกผู้สมัครที่ตนต้องการ เมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนน จะมีการคำนวณสัดส่วนของคะแนนที่ผู้สมัครแต่ละคนได้รับคิดเป็น % ของคะแนนเสียงทั้งหมด จากนั้นจะจัดสรรจำนวน Delegates ที่แต่ละคนได้รับในสัดส่วนเดียวกับคะแนนเสียงของแต่ละคน นั่นคือ ถ้าผู้สมัคร ก. ได้คะแนนเสียง 30% ของทั้งหมด ก็จะได้รับจัดสรร Delegates (Pledged Delegates) 30% ของจำนวน Delegates ทั้งหมดในมลรัฐนั้น ในกรณีของพรรค Democrat ผู้สมัครต้องได้รับคะแนนเสียงเกิน 15% จึงจะได้รับการจัดสรร Delegates ผู้สมัครที่ได้คะแนนนิยมจากการเลือกตั้งต่ำกว่า 15% จะไม่ได้ Delegates ในมลรัฐนั้นเลย โดย Delegates ในสัดส่วนของตนจะถูกกระจายไปยังผู้สมัครรายอื่น ส่วนพรรค Republican มีกระบวนการแตกต่างออกไป กล่าวคือ ในหลายมลรัฐใช้ระบบ Winner take all หรือ ผู้ที่ได้คะแนนเสียงสูงสุดจากการเลือกตั้งได้รับ Delegates ของมลรัฐนั้นไปทั้งหมด ไม่ได้จัดแบ่งตามสัดส่วนคะแนนเสียง ส่วนบางมลรัฐจัดแบ่งจำนวน Delegates เป็นสัดส่วนเดียวกันกับคะแนนเสียงที่ผู้สมัครแต่ละคนได้รับ แต่ในกรณีของพรรค Republican ไม่มีการบังคับเกณฑ์ขั้นต่ำ 15% เหมือนดังพรรค Democrat ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2008 ไปจนถึงกลางปี 2008 จึงเป็นเทศกาลหาเสียงแข่งขันกันเองภายในพรรคของเหล่าผู้สมัคร เพื่อช่วงชิงเสียงข้างมากของ Delegates ที่จะไปลงคะแนนเสียงให้ตนในที่ประชุมใหญ่แห่งชาติของพรรคตน เหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญที่ต้องจับตามอง ได้แก่ Caucases ที่มลรัฐไอโอวา ในวันที่ 3 มกราคม ซึ่งเป็นการลงคะแนนเสียงครั้งแรกของประชาชน และถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ของการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ตามด้วย Primaries ที่มลรัฐนิวแฮมเชียร์ ในวันที่ 8 มกราคม และ Super Tuesday ซึ่งเป็นการทำ Primaries และ Caucuses พร้อมกันครั้งใหญ่ที่สุดในหลายมลรัฐ (Democrat 23 รัฐ และ Republican 20 รัฐ) ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นมีรางวัลเป็นจำนวน Delegates ประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวน Delegates ทั้งหมดของแต่ละพรรค Iowa Caucuses: It isn"t just Iowa. มลรัฐไอโอวาเป็นบันไดขั้นแรกของการเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 1972 (ก่อนหน้านั้นการเลือกตั้งขั้นต้นเริ่มต้น ที่มลรัฐนิวแฮมเชียร์) เพราะเป็นสนามแข่งขันวัดคะแนนนิยมที่เป็นทางการสนามแรก อีกทั้งเป็นสนามที่เปิดกว้างสำหรับผู้สมัครให้แข่งขันกันบนพื้นฐานที่เท่าเทียม แม้ว่ามลรัฐนี้จะมีจำนวน Delegates ไม่มาก (พรรค Democrat มี 57 คน โดย 45 คนมาจากการเลือกตั้ง และ 12 คน เป็น Superdelegates และพรรค Republican มี 40 คน โดย 37 คน มาจากการเลือกตั้ง และอีก 3 คนเป็น Unpledged Delegates ในฐานะตัวแทนพรรค) โดยเฉพาะเมื่อวิเคราะห์ด้วยหลักคณิตศาสตร์การเมืองดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความหมาย แต่ไอโอวากลับเป็นสนามสำคัญที่ผู้สมัครแทบทุกคนให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงอยากเปิดตัวด้วยชัยชนะ หากเพราะชัยชนะที่ไอโอวาจะช่วยสร้างโมเมนตัมให้แก่ตัวผู้สมัครในสนาม Primaries และ Caucuses อื่นๆ ที่จะตามติดมา และจะส่งผลทางจิตวิทยาต่อผู้ลงคะแนนในมลรัฐอื่นๆ รวมถึงการปรับยุทธศาสตร์การหาเสียงของตัวผู้สมัครเอง ผลของ Iowa Caucus มีอิทธิพลในการกำหนดความเป็นไปของการแข่งขัน เพราะเป็นสัญญาณชี้ว่าผู้สมัครรายใด มีโอกาสที่จะชนะศึกได้จริง ช่วยยกระดับม้านอกสายตาให้กลายเป็นผู้สมัครตัวจริง และตัดผู้สมัครที่ได้คะแนนนิยมน้อยออกจากการแข่งขัน การเลือกตั้งในปีนี้ ผู้สมัครจากทั้งสองพรรคแทบทุกคน (ยกเว้น นาย Giuliani ที่เลือกยุทธศาสตร์ตรงกันข้ามคือไม่สนใจไอโอวา แต่เน้นหาเสียงเพื่อ Super Tuesday เป็นหลัก) มุ่งหาเสียงในไอโอวาอย่างเต็มที่ ทุ่มงบประมาณลงไปมหาศาล เพื่อเป็นผู้ชนะให้ได้ ยิ่งทำให้สนามแห่งนี้เป็นสนามชี้วัดคะแนนนิยมเบื้องต้นที่สำคัญมาก Caucus เป็นการเลือกตั้งขั้นต้นที่แสดงถึงเสน่ห์ของประชาธิปไตย เพราะผู้ใช้สิทธิ์ไม่ได้ออกจากบ้านมาลงคะแนนเฉยๆ แต่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันด้วย คำว่า Caucus หมายถึงการประชุมกลุ่มเล็กของผู้สนับสนุนหรือสมาชิกพรรค มีการจัดแบ่งหน่วยเลือกเป็นหน่วยย่อยตามโบสถ์ โรงเรียน โรงยิม ห้องสมุด กระบวนการจะเริ่มต้นด้วยการรับฟังนโยบายจากผู้สนับสนุนผู้สมัครแต่ละคนแล้วค่อยลงคะแนน ในกรณีของ Republican เมื่อฟังนโยบายเสร็จก็จะไปลงคะแนนลับ สมัยก่อนเป็นการเขียนชื่อผู้สมัครที่ต้องการเลือก ลงบนกระดาษเปล่า แต่สำหรับกรณีของ Democrat ยิ่งมีเสน่ห์ เพราะจะแบ่งห้องประชุมลงคะแนนออกเป็นส่วนๆ เมื่อผู้ใช้สิทธิ์ต้องการเลือกผู้สมัครรายใดก็จะเคลื่อนตัวไปยืนรวมกลุ่มในพื้นที่ของผู้สมัครรายนั้น จากนั้น เจ้าหน้าที่ก็จะนับคะแนนเสียงของแต่ละคนว่าได้เกินกว่า 15% หรือไม่ หากไม่ถึง ประชาชนจะมีเวลาเคลื่อนย้ายตัวเอง ไปยังพื้นที่ของผู้สมัครรายอื่นที่คะแนนถึง ช่วงนี้ผู้สนับสนุนผู้สมัครที่ยังอยู่ในการแข่งขันจะพยายามพูดจูงใจ ให้ผู้ลงคะแนนรอบสองเลือกมายืนข้างตน ผลการเลือกตั้งของพรรค Democrat ปรากฏว่า ผู้ชนะได้แก่ นาย Obama ได้สัดส่วนคะแนน 38% ตามด้วยนาย Edwards 30% และนาง Clinton 29% ส่วนผลการเลือกตั้งของพรรค Republican ปรากฏว่า ผู้ชนะได้แก่ นาย Huckabee ได้ 34% รองลงมาคือ นาย Romney 25% Thompson 13% และ McCane 13% ผลการเลือกตั้งของทั้งสองพรรคล้วนสร้างความแปลกใจและมิติใหม่ทางการเมือง การเลือกตั้งขั้นต้นครั้งนี้มีผู้ใช้สิทธิ์ออกมาเลือกตั้งจำนวนมากจน "ไม่มีที่จะยืน" ประมาณการกันว่าฝั่ง Democrat มีผู้ใช้สิทธิ์อย่างน้อย 227,000 คน เทียบกับ 124,000 คน ในปี 2004 ส่วน Republican มีผู้ใช้สิทธิ์ 120,000 คน เทียบกับ 87,000 คน ในปี 2000 (ปี 2004 ประธานาธิบดี Bush ลงสมัครเป็นตัวแทนพรรคโดยไม่มีคู่แข่ง) ผลการเลือกตั้งในไอโอวาบอกอะไร ? บทวิเคราะห์การเมืองทุกสำนักชี้ไปในทางเดียวกันว่า ประชาชนต้องการ "ความเปลี่ยนแปลง" มากกว่า "ประสบการณ์" ผู้ชนะของทั้งสองพรรคล้วนเป็นหน้าใหม่ของการเมืองระดับชาติ มีบุคลิกและวัตรปฏิบัติที่แตกต่างจากนักการเมืองอาชีพหน้าเก่าทั่วไป ปัจจุบัน ชาวอเมริกันกำลังเบื่อหน่ายพวก Washington ซึ่งหมายถึงนักการเมืองหน้าเก่าที่ครองอำนาจอย่างยาวนานในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นที่ตั้งของทำเนียบขาว รัฐสภา และศาลสูงสุด นาย Obama อายุ 44 ปี เป็นสมาชิกวุฒิสภาสมัยแรกด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายกว่า 70% และเป็นคนผิวดำ มีพ่อเป็นเคนยา แม่เป็นอเมริกา จบการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียและฮาร์วาร์ด มีภาพลักษณ์ของ "นักการเมืองแห่งอนาคต" ส่วนนาย Huckabee เป็นอดีตผู้ว่าการมลรัฐอาร์คันซอถึง 11 ปี เคยเป็นบาทหลวงนิกาย Southern Baptist เป็นนักพูด เป็นอดีตมือเบสวงร็อกแอนด์โรลและมีประวัติเคยลดน้ำหนักตัวร่วม 50 กิโลกรัมเพื่อสุขภาพในเวลาอันสั้น นาย Obama ได้คะแนนเสียงถล่มทลายจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ชัยชนะครั้งนี้พิสูจน์ว่า ผู้ใช้สิทธิ์มองข้ามสีผิว เพราะไอโอวามีประชากรผิวขาวเกิน 80% นอกจากนั้น เขายังได้รับคะแนนนิยมสูงจากกลุ่มผู้หญิงด้วย ส่วนนาย Huckabee ได้คะแนนเสียงสูงมากจากกลุ่มเคร่งศาสนา ที่น่าสนใจคือ นาย Huckabee เป็นผู้สมัครทุนต่ำ ได้รับเงินสนับสนุนน้อยที่สุดในกลุ่มตัวเต็งของทั้งสองพรรค โดยมีเงินสนับสนุนแค่เพียง 2.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับนาง Clinton ที่มี 90 ล้านเหรียญสหรัฐ นาย Obama 80 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือนาย Romney 62 ล้านเหรียญสหรัฐ นาย Huckabee ใช้เงินหาเสียงไปเพียง 1.3 ล้านสหรัฐ เทียบกับผู้สมัครกลุ่มนำที่ใช้เงินไปแล้วถึง 40-50 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่กลับได้รับชัยชนะอย่างพลิกความคาดหมาย เส้นทางสู่ West Wing ในทำเนียบขาวยังคงทอดยาวอีกไกล น่าสนใจว่าสองผู้สมัครม้านอกสายตาเมื่อแรกเริ่มอย่าง Obama และ Huckabee จะสร้างโมเมนตั้มที่ได้รับจากไอโอวาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด บทพิสูจน์แรกคือ Primaries ที่นิวแฮมเชียร์ ในวันที่ 8 มกราคมนี้ หน้า 46
|