หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
เตือนภัยเกมกลแชร์ลูกโซ่สายพันธุ์ใหม่

บทความ : สิทธิชัย ฝรั่งทอง  กรุงเทพธุรกิจ  วันพฤหัสบดีที่ 03 มกราคม พ.ศ. 2551

ช่วงปลายปี 2550 ที่เพิ่งผ่านมานี้จะพบกับข่าวการแพร่ระบาดของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งการกลับมาของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ครั้งนี้มีพัฒนาการของการหลอกลวงที่เปลี่ยนไปจากเดิม รวมทั้งเป็นสัญญาณการเตือนภัยว่าระบบเศรษฐกิจกำลังตกต่ำหรือชะลอตัว เนื่องจากว่าประชาชนมีค่าครองชีพที่สูง รายได้น้อยไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ไม่มีความแน่ใจในการลงทุน จึงทำให้ธุรกิจแชร์ลูกโซ่อาศัยโอกาสเช่นนี้ใช้กุศโลบาย และแผนการตลาดในคราบของธุรกิจขายตรงล่อลวงให้ประชาชนส่วนใหญ่หลงเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นแชร์ก๋วยเตี๋ยว แชร์ข้าวสาร แชร์หุ้นต่างประเทศ หรือการซื้อสินค้าการเกษตรในตลาดล่วงหน้าทั้งผ่านบริษัทหรือผ่านเวบไซต์ เป็นต้น

ล่าสุดผู้เขียนได้ค้นพบก็คือ ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ในรูปแบบของการขายหลักสูตรฝึกอบรมในเรื่องของการพัฒนาบุคลิกภาพ การพูด มนุษยสัมพันธ์ ลีลาศ การร้องเพลง ภาษาต่างประเทศ และการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นนักศึกษาจบใหม่ และประชาชนในต่างจังหวัด ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาตำรวจสามารถบุกจับได้หลายราย แต่การจะกำจัดธุรกิจประเภทนี้ให้หมดไปนับว่าเป็นเรื่องยาก

ดังนั้น เพื่อไม่ให้ประชาชนหลงตกเป็นเหยื่อต่อไปอีก ผู้เขียนจะชี้ให้เห็นถึงลักษณะที่โดดเด่น และวิธีการของธุรกิจแชร์ลูกโซ่สายพันธุ์ใหม่ ดังนี้

1. ตัวบริษัท ส่วนใหญ่เพิ่งก่อตั้งไม่เกิน 5 ปี แต่กลับประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ซึ่งในความเป็นจริงของการทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม กว่าจะประสบความสำเร็จได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยเกือบ 10 ปี มักมีการอ้างว่ามีสมาชิก และสาขาของบริษัทกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ อยู่ทั่วประเทศ บางแห่งใช้วิธีเช่าตึกหรือเช่าพื้นที่ในตึก ที่เปิดให้เช่าทำสำนักงานในย่านธุรกิจเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ รวมทั้งบางแห่งอ้างว่ามีใบรับรองจากสมาคม หรือหน่วยงานของรัฐ ให้จดเลขที่และตรวจสอบไปยังสมาคมการขายตรง กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หรือหน่วยงานของรัฐที่ดูแลในเรื่องนี้ก่อนตัดสินใจลงทุน

2. ผลิตภัณฑ์/ตัวสินค้า จะมีไว้เพื่อเป็นการประกอบการหลอกลวงว่าเข้าข่ายลักษณะการขายตรงที่จะต้องมีสินค้า โดยเสียค่าสมัครจำนวนเงินที่ไม่มาก หลังจากนั้นเมื่อสมาชิกสามารถหาสมาชิกใหม่ได้ ก็จะมีส่วนแบ่งรายได้จากการค่าเข้าเป็นสมาชิกของสมาชิกใหม่ให้แก่ผู้ที่ชักชวนมา และในใบสมัครและสัญญาจะระบุว่า "ข้าพเจ้าจะไม่เรียกร้องสิทธิใดๆ เกี่ยวกับบริษัท" ใช้เงินปันผลล่อใจให้ลงทุน ซึ่งตอนแรกจะได้รับเงินอย่างสม่ำเสมอจำนวนมากหลายคน แต่ระยะหลังๆ จะมีเหตุผลจากบริษัทกล่าวอ้างต่างๆ นานา สุดท้ายก็ปิดบริษัทหนีไป

3. ผลตอบแทน มักชี้ให้เห็นถึงเงินค่าตอบแทนจากการลงทุนจำนวนที่มาก เปรียบเสมือนการสร้างวิมานในอากาศให้เห็นว่า การลงทุนครั้งนี้ ให้ผลตอบแทนมากกว่าการลงทุนประเภทอื่นๆ บางบริษัทกล่าวอ้างว่าเป็นการร่วมลงทุน กับบริษัทในลักษณะแฟรนไชส์ MLM เป็นต้น รวมทั้งไม่ต้องออกไปเสนอขายเพียงแต่สร้างเครือข่ายและบริหารทีมงาน โดยได้รับผลตอบแทนจากการบริหารสมาชิกและเครือข่าย ดังนั้น ซึ่งการลงทุนใดๆ ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงมากนั้น นับเป็นการลงทุนที่ผิดปกติ

4. ในการสัมมนาอบรมจะใช้วิทยากรที่น่าเชื่อถือ ส่วนใหญ่มักใช้บุคคลที่ประสบความสำเร็จภายในบริษัท มาเป็นผู้บรรยายถึงเคล็ดลับที่ประสบความสำเร็จ และปลุกระดมเชิงจิตวิทยาให้คล้อยตามแผนการตลาดว่ามีประสิทธิภาพ ซึ่งหากทำได้ตามที่บริษัทวางไว้ก็จะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนครั้งนี้ บางบริษัทได้นำบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายอาชีพ มาแสดงตัวเพื่อสร้างความน่าเชื่อให้กับสมาชิก เช่น นักวิชาการ นักพูด นายแพทย์ เภสัชกร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นต้น

5. แผนการตลาด มักใช้คำว่า "ผู้สปอนเซอร์" หรือคำว่า "นักธุรกิจอิสระ" เป็นต้น ซึ่งในแผนการตลาดมักกล่าวอ้างว่า เป็นระบบเครือข่ายที่ดีกว่าระบบเครือข่ายขายตรง MLM แบบเดิม โดยตัวเราจะได้รับการคุ้มครองจากอุบัติเหตุ เงินโบนัส เงินรักษาตำแหน่ง และเป็นมรดกให้กับลูกหลานได้อีกด้วย ซึ่งจะต้องมีการลงทุน 2 ด้าน คือ ด้านซ้ายสร้างเครือข่าย จะได้รับเงินปันผลบวกเพิ่มหน่วยละ 1,000 บาท ส่วนด้านขวาสร้างเครือข่ายจะได้รับเงินปันผล บวกเพิ่มอีกเช่นกันอีก 1,000 บาท บางบริษัทมีแผนการตลาดที่ซับซ้อนยากต่อความเข้าใจเพื่อทำให้สมาชิกต้องเข้าอบรม 3-4 ครั้ง จึงจะสามารถออกไปทำตลาดเองได้ ซึ่งบริษัทจะแนะนำให้สมาชิกใช้วิธีเพียงแต่แนะนำสมาชิกใหม่ เข้ามาฝึกอบรมหากเกิดการลงทุนร่วมกันก็จะได้รับเงินปันผล

ประการสุดท้าย ธุรกิจแชร์ลูกโซ่เหล่านี้ มักจะอยู่ตามย่านธุรกิจหรือตัวเมือง เช่น สีลม สุรวงศ์ อโศก ลาดพร้าว ศรีนครินทร์ สำโรง และตามต่างจังหวัด ซึ่งบริษัทมักมีข้อกล่าวอ้างว่าเป็นการขยายกิจการมาจากกรุงเทพฯ ดังนั้น การติดต่อใดๆ จะต้องทำการผ่านบริษัทแห่งนี้ก่อน รวมทั้งเมื่อมีสมาชิกเครือข่ายแล้วประสบผลสำเร็จสูงได้ไม่นาน มักจะโทรแจ้งตำรวจเข้ามากวาดล้างแล้วปิดบริษัทหนีไป

สำหรับหลัก 6 ประการของคำเตือนภัยธุรกิจแชร์ลูกโซ่สายพันธุ์ใหม่นี้ อาจจะไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัว ที่จะทำให้พ้นภัยจากธุรกิจนี้ได้ เนื่องจากธุรกิจแชร์ลูกโซ่เหล่านี้ มักเปลี่ยนวิธีการ และมีพัฒนาการที่เปลี่ยนไปตามเกม ที่หน่วยงานของรัฐกวาดล้าง ผู้เขียนจึงขอส่งสัญญาณเตือนภัยให้รู้ทันกลเกม ของบรรดาบริษัทมิจฉาชีพ ที่เป็นภัยเศรษฐกิจอีกครั้ง และข้อเตือนใจว่าไม่มีธุรกิจใดลงทุนแล้วได้รับผลตอบแทนสูงเพียงชั่วข้ามคืน