|
||||||||||||||
|
ความเป็นกลางระหว่างไข่สองลูก
โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ มติชนรายวัน วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 10936 ความเป็นกลางของสื่อคือคาถาซึ่งนักสื่อสารมวลชนถูกสอนให้ท่องจำเหมือนมนตรา และนอกจากท่องจนขึ้นใจแล้ว ยังเกิดสูตรสำเร็จของการรายงานข่าวที่ถือว่าเป็น "กลาง" ด้วย นั่นก็คือทุกรายงานข่าว ควรมีความเห็นของอีกฝ่ายหนึ่งประกบไว้ด้วยกันเสมอ หากไม่อาจหาความเห็นของอีกฝ่ายหนึ่งมาประกบได้ (เพราะเหตุใดก็ตาม) รายงานข่าวนั้นก็ยังไม่สมบูรณ์พอจะเผยแพร่ นี่อาจจะเป็นที่มาของการทำข่าวแบบ "ปิงปอง" ซึ่งถูกโจมตีอยู่บ่อยๆ เจตนาของนักข่าว อาจมีเพียงต้องการสร้างสมดุลของข่าวก็เป็นได้ แต่กึ๋นมีเท่านี้ จึงได้แต่เปิดเวทีให้คนสองฝ่ายได้ขึ้นมาทะเลาะกันให้สังคมฟัง อย่างไรก็ตาม จุดยืนความเป็นกลางของสื่อนี้เองที่ถูกท้าทายจากคนวงนอก และคนในวงการสื่อด้วยกันเอง คนวงนอกถามว่า ในความเป็นจริงของสังคมทุกสังคมในโลก ทรรศนะต่างๆ ไม่เคยถูกเสนอแก่สังคมอย่างเท่าเทียมกัน ในโลกปัจจุบัน ทรรศนะของทุนและรัฐมีช่องทางที่จะสถาปนาตนเองเป็นทรรศนะครอบงำอยู่เสมอ ฉะนั้นแม้แต่การรายงานข่าวที่พยายามเป็นกลาง สื่อก็มีส่วนช่วยตอกย้ำทรรศนะครอบงำนั้นโดยไม่ตั้งใจอยู่ตลอดเวลา ยกตัวอย่างรูปธรรมในเมืองไทย ต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมและสังคม-วัฒนธรรมไม่เคยถูกคำนวณเข้าไปในโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนไฟฟ้า, โรงไฟฟ้า, โรงถลุงเหล็ก, เหมืองโพแทส, โรงแยกก๊าซ ฯลฯ ทำให้โครงการที่ทุนและรัฐสร้างขึ้น มีแต่กำไรล้วนๆ และแน่นอนย่อมถือว่าเป็นประโยชน์แก่สังคมโดยรวมเสมอ เพราะไม่เคยมีการคิดต้นทุน-กำไรกันอย่างละเอียดรอบคอบจริง นี่คือทรรศนะครอบงำในสังคมไทย สื่อจะรายงานข่าวให้เป็นกลางอย่างไรท่ามกลางทรรศนะครอบงำนี้? ความสมดุลของข่าวจึงไม่ใช่สองฝ่ายได้เนื้อที่ไปคนละ 5 ตารางนิ้วเท่ากันอย่างแน่นอน ปัญหาอยู่ที่ว่าสังคมที่บริโภคข่าว ได้รับรู้เนื้อหาและกระบวนการคิด ของฝ่ายที่คัดค้านทรรศนะครอบงำ ครบถ้วนหรือไม่ เพียงพอหรือไม่ สำหรับการที่จะสามารถมองประเด็นปัญหาจากจุดยืนของทรรศนะที่เป็นรอง ยิ่งกว่านี้ ตัวทรรศนะครอบงำเองก็ควรถูกสื่อตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อให้สังคมมีสำนึกถึงจุดอ่อน ของทรรศนะครอบงำเหล่านั้นด้วย สังคมควรรับรู้ถึงการกระจายของดินเค็มในภาคอีสาน อันเป็นผลกระทบของเขื่อน และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ต่างๆ, ควรรับรู้ถึงโครงสร้างความต้องการพลังงานไฟฟ้าในเมืองไทยว่า ที่จริงแล้ว มีคนเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่ต้องการใช้ไฟฟ้าราคาถูกอย่างไม่มีขีดจำกัด ไม่ใช่ประชาชนส่วนใหญ่, นโยบายผลิตเหล็กกล้าของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ, ยุโรปตะวันตก และญี่ปุ่น ในท่ามกลางโลกที่เป็นโลกาภิวัตน์นี้คืออะไรกันแน่, ฯลฯ เพื่อความเป็นกลางที่แท้จริง สื่อต้องเจาะข่าวต่างๆ อีกมากเพื่อแฉโพยจุดอ่อนของทรรศนะครอบงำต่างๆ ในสังคมไทย การท่องมนตราความเป็นกลางโดยไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ ไม่เป็นการหลอกตัวเองและหลอกสังคมหรอกหรือ คนในวงการสื่อเองเคยตั้งคำถามว่า ความเป็นกลางระหว่างอะไรกันแน่ ระหว่างสิ่งที่ถูกกับผิดกระนั้นหรือ คำถามนี้ดูท้าทาย แต่ที่จริงแล้วเป็นการท้าทายที่ตอบได้ง่ายกว่ากันมาก นั่นก็คืออะไรผิด อะไรถูก โดยเฉพาะในเรื่องนโยบายสาธารณะ ไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินกันง่ายๆ และแน่นอนว่าสื่อไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตัดสินได้ดีกว่าคนอื่น ฉะนั้นหากสื่อเริ่มต้นด้วยการตัดสินผิด-ถูกมาตั้งแต่ต้น สื่อย่อมเป็นผู้ปิด-เปิดข้อมูลข่าวสารได้เอง ตามแต่สำนึกส่วนตัวของตนว่าอะไรผิดอะไรถูก สื่อกับโฆษณาจะต่างกันตรงไหน แม้ว่าคำถามนี้เป็นการท้าทายที่ตอบได้ง่าย แต่สำนึกว่าอะไรผิดอะไรถูกไม่ใช่เรื่องตัดสินได้ง่ายๆ มีความสำคัญต่อการทำหน้าที่ของสื่ออย่างยิ่ง ตราบเท่าที่สื่อมีสำนึกนี้อย่างเต็มเปี่ยม สื่อต้องเปิดให้ข่าวสารข้อมูลได้ไหลผ่านไปสู่สาธารณชนอย่างเสรี โดยไม่ด่วนตัดสินเสียเอง และเพราะการตัดสินไม่ใช่ง่ายดังกล่าว จึงต้องช่วยให้ข่าวสารข้อมูลนั้นมีสมดุลจริง กล่าวคือไม่เฉพาะแต่ในเนื้อข่าวที่เสนอเท่านั้น แต่ต้องมองหาจุดสมดุลจากสภาพความเป็นจริงของสังคมทั้งหมดด้วย ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องตรวจสอบข่าวสารข้อมูลนั้นอย่างรอบด้าน โดยสรุปก็คือ รายงานข่าวที่ดีต้องเป็นกลางนั้นเป็นคาถาที่ควรมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน แต่ความเป็นกลางหมายถึงต้องทำอะไรบ้างเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องใช้ความรู้, การทำงานหนัก, ใจที่เปิดกว้างให้แก่ทรรศนะที่แตกต่าง, ความกล้าที่จะวินิจฉัยได้ว่าจุดสมดุลที่แท้จริงของการรับรู้ข่าวสารข้อมูลอยู่ตรงไหนกันแน่ และความกระหายใคร่รู้ รวมทั้งความระแวงสงสัยต่อข้อมูลข่าวสารที่ป้อนมาให้ตามสมควร ปราศจากความสำนึกถึงความเป็นกลางเยี่ยงนี้ ความเป็นกลางก็เป็นเพียงสูตรสำเร็จ อันนำมาซึ่งข่าว "ปิงปอง", และการขยายความเห็นและข้อมูลที่ขาดการตรวจสอบของฝ่ายทุนและรัฐ ซึ่งมีช่องทางสื่อกับสังคมมากอยู่แล้ว ช่วยตอกย้ำความลำเอียงและอคติของสังคมที่มีต่อทางเลือกและทางออกที่คนเล็กๆ ไร้อำนาจในสังคมเสนอ หากใช้ภาษาของกลุ่มชาวบ้านที่ต่อต้านการสร้างโรงถลุงเหล็กที่บางสะพาน นี่คือความเป็นกลางระหว่างไข่สองลูกเท่านั้น หน้า 6
|