|
||||||||||||||
|
โอกาสครั้งใหม่
ในการออมระยะยาว
แจงสี่เบี้ย : สุชานัน จุนอนันตธรรม กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ธปท. ได้แถลงข่าวการออกพันธบัตรออมทรัพย์ ธปท. อายุ 4 ปีและ 7 ปี วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด 9 แห่ง การออกพันธบัตรออมทรัพย์ในครั้งนี้ ก็เพื่อสานต่อวัตถุประสงค์เดิม ของการออกพันธบัตรออมทรัพย์ ธปท. เมื่อเดือน กันยายนปีก่อน ที่ต้องการเพิ่มทางเลือกในการออม และการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ และผลตอบแทนดีให้แก่ผู้ที่ต้องการออมระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการรองรับความต้องการซื้อ ตราสารประเภทต่างๆ ของประชาชนโดยทั่วไป ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น จากที่กฎหมายคุ้มครองเงินฝากมีผลบังคับใช้ และผู้ฝากเงินเริ่มปรับตัวโดยการโยกย้ายเงินฝาก ไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ก่อนจะกล่าวถึงพันธบัตรรุ่นที่จะออกใหม่นี้ ขอย้อนกลับไปถึงการออกพันธบัตรออมทรัพย์ ธปท. ครั้งก่อน ว่าได้รับการตอบรับอย่างดีมาก ผู้ออมทั้งบุคคลธรรมดา มูลนิธิและองค์กรสาธารณะต่างๆ ให้ความสนใจซื้อพันธบัตรกว่า 4 หมื่นราย รวมวงเงินทั้งหมดประมาณ 90,000 ล้านบาท พันธบัตรออมทรัพย์ที่ออกในครั้งนี้ ก็มีคุณลักษณะโดยทั่วไปเหมือนกับพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นก่อนๆ กล่าวคือ จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง ในอัตราคงที่ (อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว) ตลอดอายุของพันธบัตร และจะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนในวันที่พันธบัตรครบกำหนด นอกจากนี้ ผู้ถือพันธบัตรสามารถนำพันธบัตรออมทรัพย์ไปวางเป็นหลักประกันกับหน่วยงานราชการ องค์กรของรัฐ รวมทั้งสถาบันการเงินหรือบุคคลอื่นได้ทันที และเมื่อครบ 1 ปี ภายหลังจากวันออกพันธบัตร ท่านสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้บุคคลอื่นได้ ส่วนวงเงินที่แต่ละท่านจะซื้อได้นั้นจะต่างกันบ้างระหว่างพันธบัตรออมทรัพย์ ธปท. และกระทรวงการคลัง คือ พันธบัตรออมทรัพย์ ธปท. มีวงเงินซื้อขั้นต่ำอยู่ที่ 5 หมื่นบาทต่อราย และไม่จำกัดวงเงินขั้นสูง ในขณะที่พันธบัตรออมทรัพย์ของรัฐบาล ซึ่งออกเป็นประจำทุกเดือนจะจำกัดวงเงินซื้อไว้ที่ 500,000 บาทต่อราย เนื่องจากมีวงเงินรวมเพียง 500 ล้านบาทต่อรุ่น ถ้าจะถามถึงความน่าสนใจเกี่ยวกับการออมผ่านพันธบัตรออมทรัพย์นั้น ก็ต้องขอชี้แจงว่า โดยทั่วไปแล้ว ผู้ลงทุนควรให้ความสำคัญกับการกระจายสัดส่วนของเงินลงทุนในสินทรัพย์หลายๆ ประเภท และระยะเวลาการลงทุนต่างๆ กัน นอกจากจะลงทุนในตราสารที่มีผลตอบแทนสูง ซึ่งก็จะต้องมีความเสี่ยงสูงควบคู่กันด้วยแล้ว ก็ควรกันเงินบางส่วนมาลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำไว้บ้าง พันธบัตรออมทรัพย์ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่ผู้ออมสามารถเลือกได้ โดยจะเป็นการออมระยะยาวที่ได้รับรายได้อย่างสม่ำเสมอ เมื่อพูดถึงการลงทุนระยะยาวถึง 4 ปี หรือ 7 ปี ท่านผู้อ่านอาจจะรู้สึกหวั่นใจถึงความไม่คล่องตัว หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินก่อนพันธบัตรครบกำหนด ขอเรียนว่าท่านสามารถขายพันธบัตรต่อให้กับทั้งบุคคลธรรมดา และนักลงทุนสถาบัน ราคาขายจะขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยในตลาดในขณะนั้นเทียบกับอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว ซึ่งมีความเป็นไปได้มากที่จะอยู่ในระดับที่ต่างกัน ดังนั้น ผู้ขายมีโอกาสที่จะได้รับเงินจากการขายคืนพันธบัตรก่อนครบกำหนดมากกว่าเงินต้นหรือน้อยกว่าเงินต้นก็ได้ กรณีหลังจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อขายพันธบัตรในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว แต่ผลตอบแทนที่ท่านผู้ออมได้รับมาระหว่างที่ถือพันธบัตร ซึ่งคำนวณจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว บวกส่วนต่างอีกไม่เกินร้อยละ 15 ก็น่าจะสูงพอที่ชดเชยความเสี่ยงดังกล่าวได้ไม่มากก็น้อย ท่านที่คลุกคลีอยู่ในวงการการเงินอาจจะแย้งว่า ขณะนี้อัตราผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรรัฐบาลไทยลดลงต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรออมทรัพย์ ธปท. ในครั้งนี้ไม่จูงใจนัก อย่างไรก็ตาม หากมองไปในอนาคต ก็มีความเป็นไปได้ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะลดลงไปได้อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐ มีแนวโน้มชะลอตัวจากปัญหา subprime ซึ่งพ่นพิษไปสู่เศรษฐกิจทั่วโลก เดือนมกราคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐได้ลดอัตราดอกเบี้ยสองครั้ง รวมร้อยละ 1.25 ธนาคารกลางยุโรปก็เริ่มเสียงอ่อนลง อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงทางด้านเงินเฟ้อก็ยังมีอยู่ แม้ว่าราคาน้ำมันจะลดลงไปบ้างในบางช่วง จากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจซบเซาของสหรัฐ ซึ่งแรงกดดันด้านอัตราเงินเฟ้อนี้อาจทำให้อัตราผลตอบแทนปรับขึ้นได้บ้าง สุดท้ายแล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ออมว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไรกับการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต แต่ถ้าคิดถึงอัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยที่ผู้ซื้อได้รับจริงๆ ในช่วงระยะเวลาที่ถือพันธบัตร ก็เชื่อว่าน่าจะยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจอยู่เมื่อเทียบกับการลงทุนระยาวที่มีความเสี่ยงระดับเดียวกัน ขอเรียนข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 4 ปี และ 7 ปี อยู่ที่ประมาณร้อยละ 3.37 และ 3.80 ตามลำดับ (ยังไม่ได้บวกส่วนต่างเพิ่ม) ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำอายุ 2-3 ปี อยู่ที่ประมาณร้อยละ 2.5 เท่านั้น หากมองย้อนกลับไปถึงการลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นที่ผ่านๆ มา ส่วนใหญ่ก็จะพบว่ามีผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากสำหรับระยะเวลาเดียวกัน ผู้ที่กำลังมองหาแหล่งลงทุนระยะยาว ความเสี่ยงต่ำและผลตอบแทนค่อนข้างสูง ก็ไม่ควรมองข้ามทางเลือกที่น่าสนใจนี้ ผู้ออมท่านใดที่มีเงินอั่งเปาเหลือจากการจับจ่ายใช้สอย ก็สามารถนำเงินมาลงทุนกับพันธบัตรออมทรัพย์ ธปท. ได้ ซึ่งจะเปิดให้จองซื้อผ่านสาขาธนาคารพาณิชย์ตัวแทนจำหน่าย 9 แห่งทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 18-26 กุมภาพันธ์ นี้ และท่านสามารถแวะไปขอข้อมูลเพื่อการตัดสินใจไว้ล่วงหน้าที่สาขาธนาคารพาณิชย์ใกล้บ้านได้ตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ
|