|
||||||||||||||
|
อคส. Hedger
รายใหม่ (ใหญ่) ใน AFET
In Step with AFET Futures : กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ข่าวดีที่สุดที่ผมได้รับในช่วงนี้เป็นข่าวของการ ดีขึ้นเรื่อยๆ ของพระอาการประชวรของในหลวง ที่ทางสำนักพระราชวัง ได้มีแถลงการณ์ออกมาให้พวกเราได้ทราบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้วมาถึงต้นสัปดาห์นี้ ข่าวที่ครองพื้นที่สื่อหนังสือพิมพ์ทั้งหลาย และเป็นที่เฝ้าติดตามกัน กลับเป็นข่าวการมีเรื่องมีราวกันของดาราชื่อดังกับพิธีกรสาว (ขณะเขียนบทความนี้อยู่ผมก็กำลังฟังคุณเข็มให้สัมภาษณ์อยู่ด้วยครับ) หากจะมีการถามถึงผู้ที่ได้ประโยชน์จากกรณีดังกล่าว อานิสงส์ส่วนใหญ่น่าจะตกอยู่กับผู้ที่เป้าโดนสื่อโจมตีอยู่ในเวลานี้ (เช่น ผู้รับผิดชอบกรณีเงินหายในภาคใต้ ฯลฯ) เพราะว่าข่าวต่างๆ ของท่านเหล่านั้นถูกข่าวดาราดังกล่าวกลบซะเกือบหมดเลย ในช่วงนี้ ก็ยังมีข่าวคราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับนโยบายข้าวของรัฐบาล อันสืบเนื่องมาจากการประชุมคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในคราวประชุมครั้งที่ 2/2550 วันที่ 9 ตุลาคม 2550 ซึ่งก็คือ นโยบายการจำนำข้าวในปีนี้ที่ท่านรัฐมนตรีพาณิชย์ (นายเกริกไกร จีระแพทย์) ได้ให้สัมภาษณ์ว่า "ยังคงหลักการว่าจะไม่ทำให้กดราคาหรือบิดเบือนราคาตลาด รวมทั้งทำให้เกษตรกรคุ้มค่าการลงทุนและมีแรงจูงใจในการสร้างผลผลิต" (คมชัดลึก, 10 ต.ค.2550) โดยราคารับจำนำสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก 300 บาท/ตัน จากฤดูกาลที่แล้ว (อาจเป็นเพราะราคาข้าวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจากปีที่แล้ว ทำให้ราคารับจำนำข้าวเปลือกในปีนี้ 2550/2551) ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณสำหรับการรับจำนำข้าวในปีนี้ ไม่เกินกว่า งบประมาณของโครงการเมื่อปีที่แล้ว 2549/2550 เท่ากับ 2652.6 ล้านบาท ถือได้ว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับงบประมาณที่ใช้ในโครงการรับจำนำข้าว ของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา (มากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ในช่วงระยะเวลา 5 ปี) กขช. ยังได้มติในประเด็นของการระบายข้าวสารว่า ให้เพิ่มกลไกการระบายข้าวในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (AFET) (นอกเหนือไปจากการระบายข้าวเพื่อส่งออกที่ทำกันมาแต่เดิม) เข้าไปด้วยเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามกลไกราคา และเสริมทางเลือกในการระบายข้าว โดย กขช. มีมติให้ อคส. จัดให้มีการประมูลระบายข้าวดังกล่าวไปอย่างต่อเนื่องทุกเดือน และ ให้ อคส. เข้าไปซื้อขายข้าวล่วงหน้าในตลาด AFET ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องมีการประมูลขายข้าวก่อน โดยให้ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของคณะที่ปรึกษาการซื้อขายข้าวสารใน AFET (คณะที่ปรึกษา) มติของ กขช. ดังกล่าวถือว่ามีนัยมากครับสำหรับ AFET เพราะว่าการกำหนดให้ อคส. สามารถเข้าไปซื้อขายล่วงหน้าใน AFET ได้ตลอดเวลานั้น เป็นการเพิ่มผู้เล่นที่มีศักยภาพให้กับ AFET โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นด้านขาย เนื่องมาจาก อคส. ยังมีข้าวสารอยู่ในมืออีกเป็นจำนวนมาก และถือได้ว่าเป็นผู้ขายข้าวรายใหญ่ที่สุดในตลาดปัจจุบัน ผู้คนในวงการค้าข้าวทุกคนล้วนแต่จับตามองความเคลื่อนไหวของ อคส. รวมถึงนโยบายขายข้าวของรัฐบาลอยู่ทุกฝีก้าว การก้าวเข้ามาซื้อขายใน AFET ของ อคส. ย่อมจะทำให้ราคาซื้อขายใน AFET โดนจับตามองด้วยเช่นเดียวกัน (จะมีส่วนให้ AFET สามารถทำหน้าที่ในการเป็นเครื่องมือค้นหาราคาในอนาคต หรือ Price Discovery ได้) อีกทั้งการที่อนุญาต อคส. สามารถเข้าซื้อขายใน AFET ได้ตลอดเวลานั้น ก็จะเป็นผลดีต่อตัว อคส. เอง เพราะอย่าลืมนะครับ ยังไงเสียทาง อคส. ก็ต้องหาทางระบายข้าวในสต็อกของตัวเองออกมาอยู่แล้ว ฉะนั้นหาก อคส. (ภายใต้การกำกับดูแลของคณะที่ปรึกษา) เห็นว่าราคาข้าวขาวล่วงหน้าใน AFET (รหัส BWR5) ในเดือนส่งมอบใด อยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น ราคาล่วงหน้าข้าวขาว 5% ใน AFET ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ 2550 (BWR5 Feb-07) ในวันพุธที่ 24 ตุลาคม 2550 มีคนเสนอซื้ออยู่ที่ 10.92 บาท/กิโลกรัม อคส. ก็สามารถขายข้าวล่วงหน้าส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ BWR5 Feb-07 ที่ราคา 10.92 บาท/กิโลกรัมได้เลย ยังไม่ต้องรอไปถึงเวลาเปิดประมูลข้าวจริงๆ ซึ่งสำหรับรอบการระบายข้าวผ่าน AFET แบบให้เสนอราคาส่วนต่าง (Basis) ที่จะใช้ราคา BWR5 Feb-07 เป็นราคาอ้างอิงนั้น ปกติจะเปิดประมูลกันประมาณในช่วงเดือนธันวาคม 2550 (ดูรายละเอียดการประมูลข้าวสารในสต็อกรัฐบาลแบบ Basis ผ่านกลไก AFET ได้ที่ www.afet.or.th , www.aftc.or.th , หรือ www.pwo.go.th) การที่ อคส. สามารถเลือกที่จะขาย BWR5 Feb-07 ล่วงหน้าได้ก่อนจะช่วยให้ อคส. รู้ราคาที่ตนจะขายข้าวได้ ในรอบของการประมูลเดือนธันวาคม 2550 (ซึ่งเป็นการประมูลใช้ BWR5 Feb-07 เป็นราคาอ้างอิง) เพราะว่าด้วยกลไกการบริหารความเสี่ยงผ่านตลาดล่วงหน้า ราคาขายข้าวที่แท้จริงที่ อคส.สามารถขายข้าวได้ (ต้องพิจารณาทั้งธุรกรรมในตลาดจริงและธุรกรรมที่ทำใน AFET) จะเท่ากับ ราคา BWR5 Feb-07 ใน AFET ที่ อคส. สามารถขายได้ บวกด้วย จำนวนส่วนต่างที่ชนะการประมูล (Winning Basis) สมมติ อคส. อนุมัติให้ขายข้าว 15,000 ตัน ในรอบการประมูลเดือนธันวาคม 2550 ที่จำนวนส่วนต่าง Basis เท่ากับ ลบ 95 สตางค์ต่อกิโลกรัม (- 0.95 บาท/กิโลกรัม) และสมมติว่า อคส. มีต้นทุน BWR5 Feb-07 อยู่ที่ 10.92 บาท/กิโลกรัม จะทำให้ ราคาขายข้าวที่แท้จริงที่ อคส.สามารถขายข้าวได้ จะเท่ากับ 10.92 - 0.95 = 9.97 บาท/กิโลกรัม การรู้ต้นทุน BWR5 Feb-07 ดังกล่าวก่อนการประมูลจะช่วยให้ อคส. อยู่ในฐานะที่ได้เปรียบ (อคส. ได้ใช้ AFET ในการทำบริหารความเสี่ยงด้านราคาไว้แล้ว) เพราะหาก อคส. สามารถขายล่วงหน้า BWR5 Feb-07 ได้ในราคาที่สูง คณะทำงานพิจารณาจำหน่ายข้าวก็สามารถพิจารณาอนุมัติขายข้าวที่ค่า Basis ได้ต่ำลง (พิจารณาได้ง่ายขึ้น เพราะว่ามีกำไรตุนอยู่ในกระเป๋าอยู่แล้ว) เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาแบกรับภาระการเก็บรักษาข้าวไว้ต่อไปอีก ดังเช่นในปัจจุบัน
|