|
||||||||||||||
|
หวยบนดินรีเทิร์น
หน้าต่างความคิด : เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณะเศรษฐศาสตร์ กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2550 หวยบนดินมีแววจะได้กลับมาอีกรอบแล้วครับ หลังจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติ 114 ต่อ 36 รับหลักการร่างพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ผ่านมาเมื่อไรที่รัฐบาลจะหารายได้จากการพนัน ก็มักจะก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของการหาเงินเข้าคลังด้วยวิธีนี้ วิวาทะความเห็นส่วนใหญ่ เป็นการเปรียบเทียบระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับต้นทุนทางสังคม เหตุผลทางเศรษฐกิจของผู้สนับสนุนเรื่องนี้คือ เงินจำนวนมหาศาลซึ่งหมุนเวียนอยู่ใต้ดินจำนวนประมาณ 1 แสน 5 หมื่นล้านบาท ถ้าสามารถนำขึ้นมาหมุนเวียนบนดินได้ ก็จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัว คนมีงานทำ รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ และยังเป็นบ่อนทำลายสุขภาพทางการเงินของผู้มีอิทธิพล ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในกิจกรรมการซื้อสิทธิขายเสียงอีกด้วย ในความเป็นจริงแล้ว เงินจำนวนประมาณ 1 แสน 5 หมื่นล้านบาทที่นำขึ้นมาบนดินนั้น อาจจะไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวมากสักเท่าไรนัก เพราะว่าเงินก้อนนี้ถึงจะไม่ถูกกฎหมาย แต่ส่วนหนี่งก็หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทยอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่เคยถูกนับไว้ในรายได้ประชาชาติมาก่อน การขยายตัวทางเศรษฐกิจจึงเป็นการขยายตัวในเชิงตัวเลขทางบัญชีมากกว่าจะเป็นการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ผลทางด้านการจ้างงานน่าจะเห็นได้ชัดเจนกว่า ถ้ายังจำกันได้ สมัยรัฐบาลก่อนหน้านี้ ขับรถไปไหนก็เห็นคนตั้งโต๊ะขายหวยกันทั่วไปหมด คำถามในเชิงนโยบายก็คือ ผู้ที่ทำงานลักษณะนี้ จะมีส่วนช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน การนั่งเขียนตัวเลขลงบนกระดาษทั้งวัน ช่วยให้พวกเขาเก่งขึ้นหรือบั่นทอนความสามารถในการทำงานของพวกเขาในระยะยาว? จะดีกว่าไหมถ้าคนเหล่านี้ไปทำงานอย่างอื่นซึ่งก่อให้เกิดผลผลิตที่เป็นเนื้อเป็นหนังกว่านี้? ถ้าเกิดการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้ไปดึงเอาแรงงานจากภาคเศรษฐกิจอื่นมาก็แล้วไป คนที่อยู่กับบ้านว่างๆ วันๆ ไม่ค่อยได้ทำอะไรแล้วหันมาขายหวยฆ่าเวลา แบบนี้ถือว่าเป็นผลดีกับระบบเศรษฐกิจ เพราะอย่างน้อยก็มีคนว่างงานน้อยลง ครอบครัวมีรายได้มากขึ้น ในทางกลับกันหากมีคนเปลี่ยนจากอาชีพอื่นมาขายหวยก็เท่ากับว่า นโยบายนี้ขโมยคนออกมาจากโรงงาน สำนักงาน ซึ่งอาจทำให้การผลิตสินค้าและบริการต้องลดลง มูลค่าของการผลิตที่หดตัวลงไปนี้คือต้นทุนที่ต้องนำเอามาพิจารณาด้วย ข้ออ้างซึ่งเป็นจุดขายหลักของรัฐพาณิชย์กิจการหวย คือการเอารายได้ไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ช่วยเหลืออุดหนุนด้านการศึกษา ก่อนจะเห็นดีเห็นงามไปกับเหตุผลข้อนี้ อย่าลืมพิจารณาด้วยว่า คอหวยส่วนใหญ่ไม่ใช่คนรวย ดังนั้น การขายหวยจึงไม่ต่างอะไรกับการเอาเงินจากคนจนกลุ่มหนึ่งไปช่วยคนจนอีกกลุ่มหนึ่ง การลงทุนด้านการศึกษาแบบหว่านไปทั่วเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า แค่การเอาเงินใส่ซองแจกให้เด็กแค่ก้อนเดียว ไมได้เป็นหลักประกันว่า เขาจะมีอนาคตที่ดี แทนที่จะแจกเงิน น่าจะเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียน พัฒนาคุณภาพชีวิตและคุณภาพด้านการเรียนการสอนของครูจะดีกว่า เพราะหากสิ่งเหล่านี้ดีขึ้น นักเรียนตาดำๆ ทุกคนต่างก็ได้รับผลประโยชน์กันถ้วนหน้า ไม่ต้องมานั่งอิจฉาคนได้รางวัล ถ้าจะให้ดีกว่านั้น ทุ่มลงทุนพัฒนาเป็นรายโรงเรียนเลย เอาให้เห็นกันชัดๆ ขอให้มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกโรงเรียนที่โปร่งใสชัดเจนก็พอ ด้านผลกระทบทางสังคมต้องแยกแยะให้ดี โดยเฉพาะประเด็นการมอมเมาประชาชน ยอมรับกันเถิดว่าการพนันอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านานแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ การพนันทุกประเภทเสพแล้วมีสิทธิติดทั้งนั้น คนชอบเล่นหวย ไม่ว่าหวยจะอยู่บนดินหรือใต้ดินก็ตามไปเล่นจนได้อยู่ดี คนกลุ่มนี้จึงไม่ใช่ผู้ที่ถูกมอมเมา เขาแค่เปลี่ยนที่ซื้อหวยเท่านั้นเอง คนที่ยังไม่ติดต่างหากที่น่าห่วง การอำนวยความสะดวกในการซื้อหวยอาจทำให้หลายๆ คนที่ไม่เคยคิดจะเล่นหวยมาก่อน ลองเล่นได้ง่ายขึ้น ถ้ารู้จักยับยั้งชั่งใจก็แล้วไป ถ้าคุมตัวเองไม่ได้ล่ะก็ยุ่งแน่ ยิ่งไปกว่านั้น พอได้เล่นการพนันสักอย่างหนึ่ง เดี๋ยวก็จะดิ้นรนไปเล่นอย่างอื่นต่ออีก สุดท้ายอาจจะถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัว ครอบครัวแตกแยกกันไปเลยก็มี หากจะดันหวยใต้ดินให้เกิดขึ้นจริงๆ ก็น่าจะแจ้งให้พี่น้องชาวไทยทราบด้วยว่า รัฐมีมาตรการอะไร ในการสกัดกั้นไม่ให้พี่น้องชาวไทย ตกหลุมอบายมุขมากไปกว่านี้ ขอดักคอไว้ก่อนเลยว่าการรณรงค์โฆษณาเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ผลอย่างแน่นอน การที่คนคนหนึ่งกลายเป็นคนติดการพนันนั้นมีเหตุปัจจัยหลายอย่าง หากจะแก้ไขป้องกัน รัฐจะต้องเข้าใจถึงเหตุปัจจัยเหล่านี้ให้ชัดเจนเสียก่อน ไม่เช่นนั้น ต่อให้พยายามยังไงก็เป็นแค่การตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เสียเงินเสียเวลาโดยใช่เหตุ ดูเหมือนว่าตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 เป็นต้นมา สังคมไทยให้ความสำคัญกับมิติเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก มิติทางสังคมถูกยกไปไว้หลังฉาก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว สังคมไม่ได้อยู่ได้ด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว บรรทัดฐานทางคุณธรรมจริยธรรมก็เป็นเสาหลักค้ำจุนสังคมเหมือนกัน สังคมที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นสังคมที่ร่ำรวยเงินตรา การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มีกินมีใช้ มีน้ำใจถ้อยทีถ้อยอาศัยต่างหากที่น่าจะเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศไทย ถ้าเอาเป้าหมายนี้เป็นหลัก แล้วย้อนถามกลับไปว่า "หวย" มีส่วนช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายได้หรือเปล่า? แค่นี้คำตอบน่าจะชัดเจนอยู่แล้ว...
|