|
||||||||||||||
|
ปตท.กับการลงทุนบนเกาะฟอกเงิน
:
จริยธรรมและธรรมาภิบาลขององค์กร
บทความ : รสนา โตสิตระกูล กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2550 จริยธรรมของนักการเมืองกำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทยระยะนี้ เมื่อรัฐมนตรีในรัฐบาลขิงแก่ ถูกตั้งคำถามถึงจริยธรรม ในหลากหลายประเด็น เฉพาะประเด็นถือครองหุ้นเกิน 5% ซึ่งอาจมิใช่เพียงประเด็นจริยธรรม แต่เป็นคุณสมบัติตามกฎหมายของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ทำให้มีรัฐมนตรี 4-5 ราย ต้องลาออกจากตำแหน่ง และทำให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติบางท่านต้องรีบทยอยขายหุ้นของตนเองในบริษัทต่างๆ ออกไป เพื่อมิให้ขัดคุณสมบัติตามกฎหมาย เมื่อสังคมเริ่มจับตามองอย่างจริงจังในจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว สังคมควรจับตาในจริยธรรม และความมีธรรมาภิบาลขององค์กรที่รัฐถือหุ้นใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ด้วย ตัวอย่างเช่น บริษัท ปตท.ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจกึ่งบริษัทเอกชนมหาชน ที่มีผลประกอบการดีเยี่ยมติดต่อกันมาตลอด จนได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น และยังได้รับการจัดอันดับจากสถาบันในต่างประเทศ เป็นบริษัทติดอันดับหนึ่งในสิบในอาเซียน แต่น่าแปลกที่กลับไม่มีใครตั้งคำถามต่อบริษัท ปตท.ว่า เหตุใดบริษัทจึงไปตั้งบริษัทลูกบนเกาะเคย์แมน (CAYMAN ISLANDS) อันเป็นเกาะฟอกเงินในกลุ่มเดียวกับเกาะบริติช เวอร์จิน ที่สำคัญคือ การลงทุนของบริษัทลูกของ ปตท.บนเกาะเคย์แมน สูญเงินไปมากกว่า 6,000 ล้านบาท ในระยะเวลาสั้นๆ แต่กลับไม่ถูกนำมาประเมินผลการประกอบกิจการของบริษัท แม้แต่กระทรวงการคลัง ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน ปตท.เกินกว่า 50% ก็มิได้มีปฏิกิริยาต่อการลงทุนอันสูญเปล่านี้แต่ประการใด บริษัท ปตท.ซึ่งมีสถานะทางด้านงบประมาณเป็นรัฐวิสาหกิจ ได้จัดตั้งบริษัท PTT INTERNATIONAL TRADING ขึ้นที่เกาะเคย์แมนเมื่อปี 2545 ในสมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยมีนายวิเศษ จูภิบาล เป็นผู้บริหารสูงสุดของ ปตท.ในขณะนั้น การจัดตั้งบริษัทลูกบนเกาะเคย์แมน ใช้เงินลงทุน 4,067.50 ล้านบาท และในปีเดียวกัน ในงบการเงินรวมของบริษัท ปตท.พบว่าผลประกอบการขาดทุนเหลือเงินทุนเพียง 150,000 บาท ซึ่งเท่ากับขาดทุนไปถึง 4,067.35 ล้านบาท ภายในเวลา 1 ปี และบริษัทนี้ในเกาะเคย์แมนก็ถูกปิดไปในปี 2546 ส่วนนายวิเศษ จูภิบาล ได้รับการแต่งตั้งให้ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ได้เป็นผู้บริหารสูงสุดของ ปตท.ต่อจากนายวิเศษ จูภิบาล ก็ได้จัดตั้งบริษัทที่เกาะเคย์แมนขึ้นมาใหม่ ในปี 2547 ชื่อบริษัท SUBLIC BAY ENERGY บริษัทใหม่นี้ขาดทุน 439.71 ล้านบาท ในปี 2547 และขาดทุนอีก 1,016.57 ล้านบาท ในปี 2548 ตามงบการเงินบริษัท ปตท.ระบุว่า เป็นการขาดทุนที่เกินกว่าเงินลงทุนทั้ง 2 ปี ไม่เพียงแค่นั้น บริษัทลูกของ ปตท. ได้แก่ บริษัท ปตท.สผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้จัดตั้งบริษัทหลานที่เกาะเคย์แมนอีกถึง 7 แห่ง โดยเป็นผู้ลงทุนเอง 100% ได้แก่ 1) PTTEP OFFSHORE INVESTMENT COMPANY LIMITED (PTTEP) ดำเนินธุรกิจการลงทุนทั่วไป 2) PTTEP KIM LONG VIETNAM COMPANY LIMITED (PTTEP KV) ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 3) PTTEP SOUTHWEST VIETNAM COMPANY LIMITED (PTTEP SV) ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 4) PTTEP HOAN-VU COMPANY LIMITED (PTTEP HV) ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 5) PTTEP HOANG-LONG COMPANY LIMITED (PTTEP HL) ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 6) PTTEP OMAN COMPANY LIMITED (PTTEP OM) ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 7) PTTEP ALGERIA COMPANY LIMITED (PTTEP AG) ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม บนเกาะฟอกเงินทั้งหลาย เช่น เกาะบริติช เวอร์จิน เกาะเคย์แมน เกาะวานโนตู ฯลฯ ใครก็ตามที่ต้องการจัดตั้งบริษัทกำมะลอเขามีบริการตั้งชื่อบริษัทพร้อมบริการการจดทะเบียนให้เสร็จ และยังมีบริการให้เช่าชื่อผู้บริหาร ผู้จัดการ รวมถึงผู้ถือหุ้นได้ด้วย โดยที่อาจเป็นบริษัทที่ไม่มีการประกอบกิจการจริง มีบริษัทจำนวนมากที่จดทะเบียนบนเกาะฟอกเงินในลักษณะธุรกรรมอำพราง เป็นเพียงการพักเงินเพื่อจัดการด้านภาษี เป็นการทำธุรกิจบนกระดาษ นอกจากทำหน้าที่ในการฟอกเงินที่ได้มาจากแหล่งที่เปิดเผยไม่ได้ เช่น เงินจากคอร์รัปชัน , การพนัน , การค้ามนุษย์ หรือโจมตีค่าเงินของประเทศ ก็จะเอามาฟอกให้เป็นเงินที่เปิดเผยได้ หรือกิจการที่ต้องการหนีภาษีที่ใช้ภาษาที่สุภาพว่า "การจัดการทางภาษี" รวมทั้งการผ่องถ่ายทรัพย์สินออกไปจากบริษัทในรูปการลงทุน เกาะฟอกเงินเหล่านี้ จึงเป็นสวรรค์ของนักมิจฉาชีพ ที่แม้แต่สหรัฐอเมริกายังต้องคิดหามาตรการ ในการจัดการกับบริษัทที่หลบเลี่ยงภาษีเหล่านี้ โดยถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อรัฐ ข้อเท็จจริงข้างต้นนี้สุจริตชนทั่วไปย่อมเกิดคำถามว่า 1) บริษัทที่เป็นรัฐวิสาหกิจสมควรหรือไม่ ที่จะไปตั้งบริษัทบนเกาะฟอกเงิน ที่มีการประกอบธุรกรรมที่เป็นสีเทาจนถึงสีดำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท ปตท.เป็นบริษัทที่ได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ควรหรือที่จะกระทำการที่ขัดต่อจริยธรรมในฐานะองค์กรของรัฐ 2) เหตุใดบริษัทลูกของ ปตท.บนเกาะฟอกเงินอย่างเกาะเคย์แมน จึงมีการขาดทุนมากกว่า 6,000 ล้านบาท โดยที่ไม่มีการตรวจสอบจากผู้ถือหุ้นใหญ่ คือรัฐบาล ยิ่งกว่านั้น ผู้บริหารของ ปตท.ที่ทำให้บริษัทขาดทุนไปเกือบ 5 พันล้านบาท กลับได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานในรัฐบาลชุดที่แล้ว นี่เป็นสิ่งที่วิญญูชนโดยทั่วไป ยากจะเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา 3) แม้จะมีการขาดทุนไปเกือบห้าพันล้านบาท และปิดบริษัทในปี 2546 แต่ในปีรุ่งขึ้นคือ 2547 ปตท.ก็ไปลงทุนในเกาะเคย์แมนอีก และขาดทุนอีก เป็นการขาดทุนซ้ำซากที่ไม่มีการตรวจสอบ นอกจากไม่มีการตรวจสอบแล้ว บริษัทลูกของ ปตท.ก็ยังเพิ่มการตั้งบริษัทหลานบนเกาะเคย์แมนอีก 7 บริษัท ไม่แน่ใจว่าในอนาคตบริษัทเหล่านี้ จะขาดทุนอย่างที่เคยเป็นมาอีกหรือไม่ เป็นที่น่าแปลกใจว่า เหตุใดผู้ถือหุ้นในบริษัท ปตท. ทั้งผู้ถือหุ้นรายย่อยและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จึงไม่ได้คำนึงถึงจริยธรรม ในการปล่อยให้บริษัทของตนไปลงทุนบนเกาะที่เป็นแหล่งฟอกเงิน และยังเป็นการลงทุนที่ขาดทุนอย่างหมดรูปอีกด้วย ที่น่าแปลกใจคือ การทำธุรกิจของ ปตท.ในประเทศกำไรอย่างมหาศาล แต่การทำธุรกิจในต่างประเทศกลับขาดทุนอย่างหมดท่า ประชาชนย่อมเกิดความสงสัยได้ว่า ผลกำไรของ ปตท.เกิดจากฝีมือหรือการผูกขาดกันแน่ แต่ผู้ถือหุ้นก็ไม่ได้สนใจ เพราะถือว่าโดยรวมเป็นธุรกิจที่กำไรเช่นนั้นหรือ ในฐานะของผู้ถือหุ้นทางอ้อมผ่านการถือหุ้นของกระทรวงการคลัง ขอเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐอย่าง สตง.ได้เข้ามาตรวจสอบความถูกต้อง ของการประกอบธุรกรรมของบริษัท ปตท.บนเกาะเคย์แมน ว่าเป็นธุรกรรมอำพรางหรือไม่ หรือเพื่อผ่องถ่ายทรัพย์สินของ ปตท.ไปให้ใครหรือไม่ เพื่อให้สมกับคำกล่าวอ้างว่า บริษัททั้งหลายที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีธรรมาภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้ บริษัทชั้นนำของโลกกับเกาะเคย์แมน บทความ : ไพศาล สุริยะวงศ์ไพศาล กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ทำไมบริษัทชั้นนำของโลกต้องไปเปิดบริษัทที่เกาะเคย์แมน คำตอบก็คือ เกาะเคย์แมนเป็นดินแดนที่มีระบบกฎหมาย ที่เอื้อประโยชน์ต่อการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ และมีระบบภาษีเบาบาง หรือกฎหมายมีความยืดหยุ่นสูงมากนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ บริษัทใหญ่ๆ ชั้นนำของโลกกว่า 7 หมื่นแห่ง และธนาคารกับสถาบันการเงินอีก 430 แห่ง จึงแห่ไปลงทุนจดทะเบียนตั้งบริษัทลูก หรือบริษัทหลานบนเกาะแห่งนั้น เพื่อสามารถแข่งขันกับบริษัทคู่แข่งได้นั่นเอง ภายใต้ระบบโลกาภิวัตน์ ส่วนกรณีของปตท.ก็เช่นกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันในด้านซื้อขายน้ำมันกับบริษัทน้ำมันข้ามชาติได้ เนื่องจากปตท.โดยนโยบายของรัฐบาลชวน หลีกภัย ในสมัยนั้น ให้ปตท.เข้าถือหุ้นร้อยละ 36 ของโรงกลั่นน้ำมันที่ตั้งขึ้นใหม่สองโรง คือ RRC ของบริษัทเชลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ SPRC ของบริษัทเชฟรอน เพื่อลดการพึ่งพาบริษัทน้ำมันข้ามชาติ ภายใต้กฎหมายไทย บริษัทน้ำมันข้ามชาติมีข้อได้เปรียบ เช่น สามารถซื้อขายน้ำมันได้ด้วยสกุลเงินดอลลาร์ ทำให้ไม่ต้องมีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งผันผวนตลอดเวลา และสามารถซื้อขายน้ำมันเพื่อส่งออก โดยไม่ต้องเสียภาษีการค้า นี่คือความล้าหลังของกฎหมายไทย เมื่อเปรียบเทียบกับสิงคโปร์เพื่อนบ้านของเรา หรือฮ่องกงเขตปกครองพิเศษของจีน และเคย์แมนประเทศในเขตปกครองอังกฤษหรือประเทศดูไบ ด้วยเหตุนี้ ปตท.จึงมีความจำเป็นต้องตั้งบริษัทขึ้นใหม่ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้โดยไม่เสียเปรียบหุ้นส่วน ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันข้ามชาติยักษ์ใหญ่อย่างเชลล์ และเชฟรอน และเกาะเคย์แมนก็เป็นประเทศที่เหมาะที่สุด เพราะมีกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อการค้าขายระหว่างประเทศและด้านภาษีอากร หรือกรณีของปตท.สผ.บริษัทลูก หรือบริษัทในเครือปตท.ที่ต้องไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทสำรวจขุดเจาะหาแหล่งน้ำมันดิบ หรือก๊าซธรรมชาติในต่างประเทศในเกาะเคย์แมน ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน เพื่อทำให้ต้นทุนในการแข่งขันต่ำที่สุด เช่นเดียวกับบริษัทข้ามชาติชั้นนำอีกมากมาย มิเช่นนั้น ประเทศไทยก็อาจจะขาดแคลนแหล่งพลังงาน ที่จะนำมาป้อนความต้องการของประเทศ เพราะไม่สามารถจะแข่งขันกับบริษัทสำรวจขุดเจาะหาแหล่งพลังงานต่างชาติ ซึ่งทุกวันนี้ แหล่งพลังงานมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต และความรุ่งเรืองของเศรษฐกิจประเทศ การที่ปตท. หรือปตท.สผ.ต้องไปลงทุนจดทะเบียนบนเกาะเคย์แมน จึงเป็นความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะนี่คือกติกาสากลในโลกธุรกิจปิโตรเลียม ต่อมาในปี 2546 ปตท.ก็ปิดบริษัทปตท.(เคย์แมน) ลง เพราะไม่มีความจำเป็น เนื่องจากเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และปตท.ต้องเข้ามาดูแลโรงกลั่นทั้งสองแห่งแทนหุ้นส่วน ภายใต้เงื่อนไขใหม่ ปตท.จึงหมดความจำเป็นที่ต้องใช้ปตท.(เคย์แมน) อีกต่อไป จึงได้ปิดบริษัทแห่งนี้ลง การเปิด หรือปิดตัวของบริษัทก็เป็นไปตามสถานการณ์ หรือเงื่อนไขของธุรกิจ หรือเศรษฐกิจ หากมีความจำเป็นก็เปิด เมื่อหมดความจำเป็นก็สามารถปิดได้ กระบวนการทางธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และคล่องตัว นี่คือสภาพการณ์ทั่วไปของโลกธุรกิจ อย่างไรก็ดี การดำเนินกิจกรรมธุรกิจสมัยนี้ ก็จำเป็นต้องคำนึงถึงศีลธรรม หรือคุณธรรม หรือต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมนั่นเอง แม้ว่าบางครั้งจะหมายถึงว่า การขาดทุนบ้างก็ตาม ดังเช่นกรณีของปตท.ที่ส่งเสริมการใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือ NGV แทนน้ำมัน ปตท.ก็ขาดทุน เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในฐานะรัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทน้ำมันแห่งชาติ เกาะเคย์แมนเป็นประเทศภายใต้อำนาจอธิปไตยของอังกฤษในทะเลแคริบเบียนใกล้กับประเทศสหรัฐ และแม้ว่าในอดีตเคยมีชื่อเสียงในด้านลบเกี่ยวกับการฟอกเงิน และค้ายาเสพติด ภายหลังรัฐบาลอังกฤษ ได้แก้ไขปัญหานี้ได้สำเร็จ และที่สำคัญ ก็คือเคย์แมนมีกฎหมายที่มีความยืดหยุ่นสูง และเอื้อประโยชน์ต่อการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ จนได้รับการยกย่องว่า เป็นศูนย์กลางการเงินนอกชายฝั่งที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นอกจากเกาะเคย์แมนจะเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของโลก เคย์แมนยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ในทะเลแคริบเบียน เป็นคู่แข่งของไทย เพราะชายหาดที่สะอาดและสวยงาม และน้ำทะเลที่ใสสะอาดเหมาะกับการท่องเที่ยวด้วยการดำน้ำ คนไทยไม่ค่อยรู้จักเกาะเคย์แมน จนกระทั่งเกิดกรณีของอดีตนายกฯ ทักษิณ ซึ่งทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งรู้จักเกาะแห่งนี้ ในภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ที่จริงทุกอย่างมีทั้งข้อดี และข้อเสีย นั่นคือกฎของธรรมชาติ หรือหยิน-หยางตามหลักของเต๋า ปตท.หรือปตท.สผ.ต้องไปเลือกลงทุนจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่บนเกาะแห่งนี้เช่นเดียวกับบริษัทต่างๆ กว่า 7 หมื่นบริษัท เพื่อผลประโยชน์ในการแข่งขัน และภาษีครับ ปตท.ไม่ต้องเสียภาษีตามกฎหมายของเกาะเคย์แมนเช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ อีกกว่า 7 หมื่นแห่ง แต่ปตท.และปตท.สผ.ยังคงต้องเสียภาษีเต็มที่ในฐานะบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ของไทย และบริษัทที่ปตท.ไปจดทะเบียนตั้งขึ้นบนเกาะแห่งนี้ ในปีแรกของการดำเนินกิจกรรม บริษัท ปตท.(เคย์แมน) จำกัด มีกำไรทั้งสิ้น 150,000 บาท ไม่ใช่ขาดทุนเหลือเงินลงทุนเพียง 150,000 บาท ตามที่ผู้เขียนบทความท่านหนึ่งเข้าใจ ซึ่งก็คาดว่า ท่านคงได้ข้อมูลที่ผิดพลาดมา ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะท่านผู้เขียนไม่ได้อยู่ในธุรกิจน้ำมันซึ่งทุกวันนี้ ก็มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ตามพัฒนาการของระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ส่วนกรณีของปตท.สผ. ซึ่งอยู่ในธุรกิจการสำรวจขุดเจาะหาแหล่งพลังงานเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก ดังนั้น ในปีแรกๆ (2-3 ปี) ก็มักจะขาดทุน ซึ่งเป็นลักษณะของธุรกิจประเภทนี้ ฉะนั้นจึงต้องดูผลลัพธ์ในระยะยาว หรือ 3-5 ปีขึ้นไป บริษัทในธุรกิจนี้จึงจะสามารถรายงานผลประกอบการที่มีผลกำไรได้ นี่จึงเป็นเรื่องปกติที่บริษัทปตท.สผ. หรือบริษัทสำรวจขุดเจาะหาแหล่งพลังงานของบริษัทใดก็ตาม จึงมักจะมีผลประกอบการขาดทุนใน 2-3 ปีแรก นอกจากกรณียกเว้นซึ่งเกิดขึ้นน้อยมากๆ ที่บริษัทที่อยู่ในธุรกิจดังกล่าว จะมีผลกำไรในปีแรกของการลงทุน เพราะเงินลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในวงเงินพันล้าน หรือหมื่นล้าน หรืออาจถึงแสนล้านบาท ตัวผมเองแม้ว่าจะอยู่ในธุรกิจน้ำมันหรือปิโตรเลียมกว่า 20 ปี คืออยู่กับบริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ด ประเทศไทย 10 ปี หรือเอ็กซอนโมบิลในสหรัฐ ซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของโลก กล่าวคือ ในปีที่แล้ว มียอดขายกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ หรือมากกว่ารายได้ประชาชาติไทยทั้งประเทศกว่าเท่าตัว บริษัทน้ำมันบางจากปิโตรเลียม 2 ปี (สมัยที่คุณโสภณ สุภาพงษ์ เป็นผู้บริหารสูงสุด) และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาปตท.อีกกว่า 10 ปี ก็ต้องยอมรับว่า ผมยังไม่สามารถเข้าใจธุรกิจนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง ต้องคอยติดตาม และหมั่นศึกษาอยู่ตลอดเวลา เพราะนี่คือลักษณะธุรกิจตามระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ที่มักทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากอยู่เสมอ หรือนี่เป็นวิธีคิดของชาวยุโรปนั่นเอง เนื่องจากปตท.และปตท.สผ.เป็นรัฐวิสาหกิจแม้ว่า ปตท.และปตท.สผ.จะเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) และปตท.ก็เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของปตท.สผ. ฉะนั้นทั้งสองบริษัทจึงต้องถูกตรวจสอบทั้งจากผู้ตรวจสอบบัญชี ตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ในฐานะบริษัทมหาชน และจากสำนักงานตรวจสอบเงินแผ่นดิน ของรัฐบาล หรือถูกตรวจสอบสองชั้นนั่นเอง ดังนั้น ไม่ว่าปตท.หรือปตท.สผ.จะไปลงทุน หรือจดทะเบียน ณ ที่แห่งหนใดในโลก ปตท.และปตท.สผ. ก็ต้องถูกตรวจสอบโดยระบบตรวจสอบสองชั้นดังกล่าวข้างต้น ข้อสังเกตก็คือ ประเทศหรือดินแดนที่มีข้อกฎหมายที่ยืดหยุ่นสูง หรือเอื้อประโยชน์ต่อการค้าขาย หรือการลงทุนระหว่างประเทศ ดังเช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง หรือเคย์แมน หรือดูไบ มักจะเป็นจุดหมายของการลงทุนของบริษัทข้ามชาติ หรือธนาคารสถาบันการเงินข้ามชาติยกเว้นจีน เนื่องจากจีนมีตลาดที่ยิ่งใหญ่มาก ซึ่งก็เป็นข้อยกเว้นตามหลักธรรมชาติ
|