หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ธาริษา-กรรณิกา-ภัทรียา ผู้หญิงเก่งบนเวทีตลาดเงิน-ตลาดทุน

กรุงเทพธุรกิจ  วันจันทร์ที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ในโลกการเงินอาจไม่บ่อยนักที่จะปรากฏชื่อผู้หญิงได้รับการโปรโมท ขึ้นเป็นซีอีโอขององค์กร แต่ในระยะไม่กี่ปีมานี้ เห็นได้ชัดว่า สังคมเปิดกว้างมากขึ้น

หลายๆ องค์กรการเงิน ผู้หญิงได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นเบอร์หนึ่ง ซึ่งรวมถึงแวดวงแบงกิ้ง และโลกการลงทุน เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

และที่ช็อกสุดขีดเห็นจะเป็นธนาคารกลางของไทย เพราะนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เมื่อปี 2485 รวมเป็นเวลาเกือบ 65 ปีจนถึงวันนี้ ตำแหน่งสูงสุดของ ธปท.เป็นที่ของ "ผู้ชาย" มาตลอดจนมาถึงผู้ว่าการ ธปท.คนที่ 21 นี้เองที่ตำแหน่งของผู้กุมอำนาจในการบริหารนโยบายการเงินของประเทศไทยได้เปลี่ยนมือมาเป็นที่ของ "ผู้หญิง" ที่ชื่อ "ธาริษา วัฒนเกส"

ดร.ธาริษา เกิดเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2492 เป็นลูกหม้อของแบงก์ชาติตัวจริง เธอเริ่มต้นทำงานที่แบงก์ชาติมาตั้งแต่ปี 2518 หลังจากจบการศึกษาปริญญาตรี และโทด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคโอะ ประเทศญี่ปุ่น ด้วยทุนของ ธปท. ก่อนที่จะลาไปศึกษาต่อปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา จบเป็นดอกเตอร์กลับมาทำงานที่แบงก์ชาติได้ไม่นาน ดร.ธาริษา ก็สมัครใจไปเป็นเศรษฐกร ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)

ทำงานกับไอเอ็มเอฟได้ 3 ปีเธอก็กลับมารับตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายกำกับ และตรวจสอบธนาคารพาณิชย์ที่แบงก์ชาติ ก่อนจะเลื่อนขั้นไปสู่ตำแหน่งต่างๆ ในแบงก์ชาติจนมาถึงตำแหน่งที่สูงที่สุด ในสมัยที่เป็นรองผู้ว่าการสายเสถียรภาพสถาบันการเงิน

ดร.ธาริษา มีผลงานชิ้นโบแดงชิ้นหนึ่งซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญถึงความเป็นคนยึดมั่นในความถูกต้องนั่นคือ การเป็นหัวแรงหลักในการดำเนินการตรวจสอบการปล่อยกู้มิชอบในธนาคารกรุงไทยทั้งๆ ที่ขณะนั้นมีแรงต้านจากฝ่ายการเมืองไม่น้อย และด้วยผลงานที่เข้าตารวมถึงประสบการณ์การทำงานในทุกสายงานสำคัญใน ธปท.ทำให้เมื่อ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ก้าวลงจากตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท. ดร.ธาริษา จึงเป็นเต็งหนึ่งที่ในที่สุดก็เข้าวินมาเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางหญิงคนแรกของประเทศไทยได้ตามคาด

หลังเข้ารับตำแหน่งใหม่ในวันที่ 8 พ.ย.49 ดร.ธาริษา แถลงแนวนโยบายของ ธปท.ในสมัยที่เธอเป็นผู้กุมบังเหียนว่า จะให้ความสำคัญกับการทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างยั่งยืน และมีเสถียรภาพ โดยยังคงกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อเป็นกรอบหลัก ในการดำเนินนโยบายการเงินไปพร้อมกับการใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแบบมีการจัดการ เพื่อไม่ให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการค้าและการทำธุรกิจ

ในขณะเดียวกันก็เน้นการให้ความสำคัญกับความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมีระบบการกำกับดูแลที่เป็นมาตรฐานสากล และเน้นให้สถาบันการเงินปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อรับกับการแข่งขันที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตามหลังเข้ารับตำแหน่งได้ไม่ถึงสองเดือน ดร.ธาริษา ก็เป็นที่กล่าวขวัญถึงอีกครั้งหลังจากที่ ธปท.ออกมาตรการกันสำรอง 30% เบรกเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น จนทำให้เกิดผลกระทบต่อตลาดหุ้นร่วง 108 จุด รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ตามมาเป็นระลอก หลายคนเริ่มตั้งคำถาม ถึงความสามารถของผู้ว่าการหญิงคนนี้ หลายคนเรียกร้องให้เธอเป็นคนรับผิดชอบ ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้น รุนแรงจนถึงกระแสเรียกร้องให้มีการ "ปลด" เธอออกจากตำแหน่ง

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะมีคำวิพากษ์ วิจารณ์มากมายขนาดไหน สิ่งเดียวที่ ดร.ธาริษา ตอบโต้คือ การยืนหยัดอธิบายและชี้แจงถึงความจำเป็นในการออกมาตรการดังกล่าวครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมยืนยันว่าการตัดสินใจออกมาตรการดังกล่าวไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างที่หลายคนคิด

ถึงวันนี้กระแสเรียกร้องให้เธอออกจากตำแหน่งอาจจะลดน้อยลง แต่คำวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ ธปท.ยังไม่จางหาย

หลายคนปักใจเชื่อว่าเธอไร้ฝีมือในการทำงานขณะที่หลายคนยังคงเชื่อมั่นในฝีมือของเธอ ไม่มีอะไรจะพิสูจน์ความจริงได้ดีไปกว่า "เวลา" และ "ผลงาน" ที่จะได้เห็นกันในระยะต่อไปข้างหน้าหากเธอยังคงทนหนาวในตำแหน่งที่สูงที่สุดโดยไม่เร่ง "ถอดใจ" ไปเสียก่อน

กรรณิกา หญิงเหล็กวงการแบงกิ้ง

กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นเอ็มดีหญิงแห่งค่ายใบโพธิ์อีกคนหนึ่ง ที่เริ่มมีบทบาทสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงภาพของธนาคารไทยพาณิชย์ในขณะนี้ หลังจากที่พกพาประสบการณ์ระดับมือพระกาฬ ในสายงานด้านการตลาดจากบริษัท ยูนิลีเวอร์ ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของไทย เข้ามาใช้บริหารธุรกิจการเงิน ซึ่งเป็นโลกการเงินที่มีความซับซ้อน ละเข้าถึงได้ยากสำหรับลูกค้าทั่วไป โดยเฉพาะในยุคสมัยที่สินเชื่อรายย่อยเป็นเป้าหมายหลักของสถาบันการเงิน

หลังจากเข้ามานั่งเก้าอี้บริหารของธนาคารแห่งนี้ด้วยตำแหน่งกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ เพื่อปูทางสู่การเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่คนปัจจุบัน กรรณิกาก็ได้เริ่มภารกิจในการพลิกโฉมหน้าธนาคารแห่งนี้ ด้วยการปรับปรุงระบบการให้บริการผ่านช่องทางต่างๆ รวมทั้งจัดระบบการขายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของธนาคาร โดยใช้หลักการทางการตลาดเข้ามาผสานโลกการเงินได้อย่างเหมาะสม กับความต้องการทางการเงินของลูกค้าจริงๆ

การจับจุดหลักได้ตรงประเด็นเพื่อผูกจิตผูกใจลูกค้าเป็นโจทย์ที่นักการตลาดหาคำตอบได้ไม่ยากนัก ซึ่งก็ไม่ยากจริงๆ สำหรับกรรณิกา มุมมองที่เธอใช้เป็นกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงบริการก็คือ มุมมองของตัวเองที่ไม่ใช่เกิดมาจากโลกนักการเงิน และไม่เข้าใจความซับซ้อนในโลกการเงิน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อไปถามพนักงานเองก็พบว่ามีความรู้ความเข้าใจ ในผลิตภัณฑ์ที่ธนาคารมีอยู่ไม่มากนัก

จุดตัดระหว่างโลกการเงินและการตลาดจึงเกิดขึ้นที่นี่เอง นั่นคือ ความง่ายในการทำความเข้าใจ ตัดผลิตภัณฑ์ร้อยแปดที่เข้าใจยาก และไม่มีความจำเป็น แล้วเลือกผลิตภัณฑ์หลักๆ ขึ้นมา แล้วตะลุยขายให้ได้ตามเป้าหมาย รวมทั้งการขยายเครือข่ายสาขา และช่องทางการบริการที่เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น

ในขณะที่ธนาคารแห่งอื่นยังเห็นว่านั่นหมายถึงภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ในระยะแรกกลยุทธ์ดังกล่าว ถูกต่อต้านจากพนักงานพอสมควร แต่เมื่อเห็นผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาว่ามันคุ้มค่าต่อการเปลี่ยนแปลงแล้ว และสามารถครองใจลูกค้าเป้าหมายได้อย่างชัดเจน จนมีการวัดระดับการให้บริการของสาขาเทียบชั้นเวิลด์คลาส หรือระดับโลกเลยทีเดียว

แม้กรรณิกา จะไม่ได้รับผู้หญิงคนแรกขององค์กรแห่งค่ายใบโพธิ์ เนื่องจากเธอเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ต่อจากคุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ถือได้ว่าการรับไม้ต่อครั้งนี้ เป็นงานที่ท้าทายความสามารถของเธออย่างยิ่ง ในยุคที่โลกการเงินกำลังเปลี่ยนผ่านอีกรอบ โดยเฉพาะในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจโลกมีความผันผวน และเป็นยุคที่การแข่งขันไม่ได้อยู่เฉพาะกับแบงก์ไทยเท่านั้น แต่เป็นก้าวสำคัญที่แบงก์พาณิชย์ กำลังแข่งขันกับสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของโลกที่กำลังเคลื่อนทัพเข้ามายังประเทศไทย

"ภัทรียา"แม่ทัพหญิงในโลกการลงทุน

ตั้งแต่ช่วงกลางปีฟากตลาดทุนก็มีสีสันไม่น้อย ภายหลังจากปรากฏชื่อ ภัทรียา เบญจพลชัย ได้รับเลือกขึ้นเป็นเบอร์หนึ่ง ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในผู้หญิงแถวหน้าของแวดวงตลาดทุนบ้านเรา ด้วยตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ คงสามารถการันตีความสามารถของเธอได้ เพราะกว่าที่จะมาถึงวันนี้เธอได้สะสมประสบการณ์งานด้านตลาดทุนมาตลอดช่วงชีวิตการทำงาน โดยเริ่มทำงานตั้งแต่สมัยก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ในปี 2518 เป็นเวลากว่า 30 ปี ซึ่งคงไม่แปลกที่เธอจะถูกแต่งตั้งให้รับตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ในปี 2549 และมีวาระ 4 ปี

ภัทรียา เป็นผู้หญิงแกร่ง คนที่สองที่ถูกโปรโมทขึ้นมารับตำแหน่งผู้จัดการตลาด จากในปี 2525 สิริลักษณ์ รัตนากร เป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ผู้หญิงคนแรก ทิ้งช่วงมาร่วม 20 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของผู้หญิงในยุคปัจจุบันว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ชาย และสังคมก็เปิดกว้างมากขึ้น ที่สำคัญภาพรวมองค์กรก็ให้การยอมรับถึงฝีมือการบริหารของเธอไม่น้อย

การที่สังคมเปิดกว้างให้เธอเข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว ก็ไม่ได้ชี้วัดถึงความสามารถของเธอ หากแต่ฝีมือการบริหาร และประสบการณ์ด้านตลาดทุนน่าจะเป็นเครื่องมือชี้วัดที่สำคัญ และสะท้อนถึงความสามารถที่แท้จริงของเธอ แต่ในยุคการแข่งขันเสรีทางด้านการเงิน และตลาดทุน รวมทั้งในยุคกระแสเงินทุนของโลก ที่มีความผันผวนอย่างมาก จะเป็นบทพิสูจน์และท้าทายที่สำคัญของเธอ ว่าจะรับมือกับแรงเสียดกับกระแสโลกาภิวัตน์ได้มากน้อยแค่ไห