หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
มะกันเปิดศึกการค้ากับจีน

คอลัมน์ เดินคนละฟาก  โดย กมล กมลตระกูล  ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3937 (3137)

จีนได้ดุลการค้าเพิ่มสูงสุดร้อยละ 33 ในเดือนสิงหาคม 2007 รองจาก เดือนมิถุนายนในปีนี้เท่านั้น โดยมีตัวเลขที่ 24.9 พันล้านเหรียญ เมื่อเทียบกับ 26.9 พันล้านเหรียญของเดือนมิถุนายน

ในรอบ 8 เดือนของปีนี้ จีนได้ดุลการค้ามากถึง 161.8 พันล้านเหรียญ และคาดว่าจะมากกว่า 250 พันล้านเหรียญ (10 ล้านล้านบาท) เมื่อถึงสิ้นปีนี้ และเป็นการทำลายสถิติตัวเลขของปีที่แล้วที่มีตัวเลขที่ 177.47 พันล้านเหรียญ

ตลาดยุโรปเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของจีน โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.3 เมื่อเทียบกับปีที่แล้วโดยมีตัวเลขที่ 23 พันล้านเหรียญในเดือนสิงหาคม

ในรอบ 8 เดือนจากต้นปี จีนได้ดุลการค้าสหรัฐเป็นเงิน 103.3 พันล้านเหรียญ และ คาดว่าจะมากกว่า 200 พันล้านเหรียญ (8 ล้านล้านบาท) เมื่อถึงสิ้นปี

การได้ดุลการค้าของจีนทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีดีพีในไตรมาสแรกสูงถึงร้อยละ 11.5 และร้อยละ 11.9 ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

ด้วยตัวเลขข้างต้น รัฐบาลบุชจึงหาทางแก้เกมโดยการละเมิดกฎกติกาการค้าเสรีที่ รัฐบาลสหรัฐและโลกตะวันตก ป่าวร้องอยู่เสมอว่า "ต้องค้าเสรี" แต่เมื่อประเทศของตนขาดดุลการค้าก็ "ตวัดลิ้น" ได้หน้าตาเฉย

ผิดกับรัฐบาลสารขัณฑ์ของเราที่ต้องมนต์ "ติดโรคค้าเสรี" ยอมให้บริษัทค้าปลีกยักษ์ ต่างชาติ "ลุย" เข้าถึงทุกอำเภอ ทำให้เศรษฐกิจชุมชน และพื้นบ้าน เช่น ตลาดสด และร้านโชห่วยย่อยยับหมดอาชีพ ก็ยังไม่รู้ร้อนรู้หนาว

นอกจากนี้ยังหลับหูหลับตารับคำสั่งจาก ยูเอสทีอาร์ หรือผู้แทนการค้าอเมริกันบีบแม้แต่ ในเรื่องการเข้ามาควบคุมนักศึกษาไม่ให้ถ่ายสำเนาตำราเรียนต่างชาติที่ราคาแพง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่การถ่ายไปเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า แต่เป็นเรื่องการศึกษา

ถ้าข้าราชการไทยคิดได้เพียงแค่นี้ ต่อไปคนไทยรุ่นต่อๆ ไปก็จะไร้การศึกษาและกลายเป็น คนป่าที่นุ่งใบไม้ห่มใบไม้เหมือนชาวแอฟริกันบางเผ่า หรือชาวเกาะบางเกาะ อันเนื่องมาจากการถูกกีดกันการศึกษา ตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา การสร้างกระแสต่อต้านสินค้านำเข้าจากจีนได้ทวีความเข้มข้นขึ้นราวกับนัดหมายกันไว้ โดยสื่อมวลชนอเมริกันเกือบทุกประเภท ทั้งทีวี วิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ ต่างนำเสนอข่าวและรายงานว่าสินค้าจีนไร้มาตรฐาน และอาจจะก่ออันตรายต่อสุขภาพของ ผู้บริโภค ทั้งๆ ที่ได้นำเข้าสินค้าต้นทุนถูก ไปขายกำไรจนพุงกางมาเป็นเวลาติดต่อกันเกือบสิบปี

ยาสีฟันที่ผลิตในประเทศจีนเป็นเหยื่อรายแรกๆ ต่อมาก็เป็นอาหารสัตว์ที่อ้างว่ามีสารอันตรายเจือปน กาวทาเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากจีน และหลังสุด คือ สินค้าของเล่นเด็กที่ใช้วัสดุมีสารอันตรายต่อเด็ก

เมื่อต้นปีนี้ผู้แทนการค้าอเมริกันได้ยื่นเรื่องกล่าวหาจีนอย่างเป็นทางการว่าไม่เคารพข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และตอบโต้โดยการขึ้นภาษีกระดาษอาบมันที่นำเข้าจากจีนอีกเท่าตัว

กระทรวงพาณิชย์อเมริกัน-U.S. Department of Commerce (DOC) ก็ใช้มาตรการห้าม ต่อต้านการทุ่มตลาด และห้ามอุดหนุนธุรกิจเอกชนขององค์การการค้าโลกมาเล่นงานสินค้าจีนหลายชนิด เช่น ท่อเหล็กรูปพรรณที่ใช้ในการก่อสร้าง กระสอบป่าน เคลือบพลาสติก ท่อเหล็กกลม และเหล็กหล่อเป็นต้น

นาย Wang Xinpei โฆษกของกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวว่า จีนจะใช้สิทธิ์ของความเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก เรียกร้องให้สอบสวนพฤติกรรมการกีดกันการค้าของอเมริกา

ในด้านสินค้าเฟอร์นิเจอร์ไม้ จีนส่งออกให้อเมริกาคิดเป็นมูลค่า 2.89 พันล้านเหรียญ คิดเป็นกว่า 1 ใน 3 ของตลาดทั้งหมด

บริษัทเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ในอเมริกาจำนวน 14 แห่ง จึงรวมหัวกันยื่นเรื่องให้กระทรวงพาณิชย์กล่าวหาว่าจีนใช้มาตรการทุ่มตลาด เพื่อจะให้รัฐบาลเก็บภาษีสินค้าเฟอร์นิเจอร์สูงขึ้นอีกเท่าตัว จะได้ไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าที่ผลิตในอเมริกา

วุฒิสภาก็มีการเตรียมออกกฎหมายมาเล่นงานจีนในเรื่องการควบคุมค่าเงินหยวน เพราะว่า อเมริกาต้องการให้จีนเปิดตลาดทุน และตลาดเงินอย่างเต็มที่ อเมริกาได้เปรียบในด้านเป็นเจ้าของกองทุนยักษ์ที่สามารถโจมตีค่าเงิน และสร้างความปั่นป่วน ให้กับระบบเศรษฐกิจในประเทศใดให้ปั่นป่วนพังพินาศได้ แต่จีนก็รู้ทัน และไม่ยอมเปิดตลาดเงิน หรือการควบคุมระบบควบคุมเงินตราของตน (capital control)

นาย Gao Hucheng รองรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวว่า การใช้มาตรการเรื่องการห้ามทุ่มตลาด และห้ามอุดหนุนธุรกิจเอกชน เป็นการสวนทางกับระบบการค้าเสรีที่อเมริกา มักนำมาอ้าง เพื่อบีบให้ประเทศอื่นเปิดตลาดให้กับสินค้า และการลงทุนของอเมริกา

นาย Gao Hucheng แถลงกับผู้สื่อข่าวว่า เขาไม่นึกเลยว่าอเมริกาจะใช้ข้ออ้างที่น่าหัวเราะ มาอ้างว่าธนาคารพาณิชย์ของจีนที่ปล่อยกู้ให้เอกชนเป็นการอุดหนุนเอกชน (subsidy) อเมริกาไม่รู้จักและไม่ยอมทำความเข้าใจในระบบธนาคารของจีนซึ่งแตกต่างกับของโลกตะวันตก

ตั้งแต่ปี 1979 อเมริกาได้ดำเนินการสอบสวนการนำเข้าของจีนเป็นจำนวนถึง 869 รายการ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับผู้ส่งออกของจีนเป็นจำนวนมากที่ล้มละลาย หรือฆ่าตัวตายไปเลยก็มี เช่น กรณีเจ้าของโรงงานผลิตของเด็กเล่นรายหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้หลังจากที่บริษัทของตนถูกขึ้นบัญชีดำ

อุดมการณ์การค้าเสรี เป็นเพียงภาพมายาที่เขียนเป็นตัวอักษร แต่ในทางปฏิบัติ ทุกชาติเขาล้วนรู้วิธีปกป้องผลประโยชน์ของชาติ รู้วิธีตอบโต้ รู้วิธีสร้างอำนาจต่อรอง และวางยุทธศาสตร์ ระยะยาวในการพัฒนาศักยภาพของคนใน ประเทศ และในการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ด้านอุตสาหกรรมยา ด้านซอฟต์แวร์ ด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งผมเคยเสนอตั้งแต่การทำวิจัยเรื่องทางออก หลังวิกฤตไอเอ็มเอฟ ให้กับ ส.ก.ว.

เกาหลีใต้ประสบวิกฤตเศรษฐกิจพร้อมๆ กับเรา และเขามองเห็นโอกาสอุตสาหกรรมด้านบริการ เช่น ภาคบันเทิง รัฐบาลส่งเสริมและอุดหนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างทุ่มเท

ในเวลาเพียง 10 ปีหนังเกาหลีติดตลาดทั่วโลก แม้กระทั่งญี่ปุ่นก็ยังถูกเจาะไข่แดง ดารา นักร้อง นักแสดงดเกาหลี ได้รับเชิญไปแสดงนอกประเทศเป็นประจำ กอบโกยเงินเข้าประเทศจำนวนมหาศาล

แม้ว่าสังคมเกาหลีจะเป็นสังคมอนุรักษนิยม แต่รัฐบาลก็ใจกว้าง เช่นการสร้างหนังเรตอาร์ไปบุกตลาดในอเมริกาและยุโรป เพราะรสนิยมของ ผู้ดูชอบแบบนั้นก็ไม่ถูกเซ็นเซอร์ หรือการสร้างหนังประวัติศาสตร์ที่วิพากษ์วิจารณ์ผู้นำในอดีต ซึ่งเหมือนกันทั่วโลกซึ่งอาจจะไม่ฉลาด หมกมุ่นในกามคุณ นิยมขุนนางที่ป้อยอ ก็ทำได้อย่างเต็มที่ หนังเกาหลีจึงจับตลาดได้ทุกตลาด นี่คือตัวอย่างของวิสัยทัศน์ในยุค "โรคการค้าเสรี" ที่บางประเทศติดโรคนี้อย่างรู้ไม่เท่าทัน

การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบคือการทำลายชาติอย่างคนสิ้นคิดในยุค "โรคการค้าเสรี" เพราะว่าในระยะยาวแล้วคนส่วนใหญ่แม้ว่าจะฉลาดเพียงใดก็ตามจะถูกกีดกันออกจากระบบ การศึกษาที่มีราคาแพง

อุตสาหกรรมไทยทุกวันนี้ยังย่ำเท้าอยู่กับการหากินในการขูดรีดแรงงานราคาถูกกับแรงงาน แรงงานเชื่อมตะกั่ว แรงงานเชือดและห่อไก่ กุ้ง แรงงานหนูถีบจักร แรงงานทากาวรองเท้า ทั้งๆ ที่มีเด็กไทยที่ไปชนะการประกวด และแข่งขันได้รางวัลโอลิมปิกทางวิชาความรู้หลายสาขา และมหาวิทยาลัยก็มีงานวิจัยออกมามากมาย แต่รัฐก็ไม่ได้ส่งเสริมต่อ ไม่มีการจัดตั้งกองทุน venture capital ขึ้นมาให้การสนับสนุนเพื่อตั้งโรงงาน รัฐไม่มีเงินวิจัยสนับสนุนให้ต่อยอด

นักธุรกิจไทยก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะบ่นหรือเรียกร้องอะไรเมื่อเจอมาตรการแบบที่จีนเจอ เพราะตนเองก็ไร้วิสัยทัศน์ และไม่ต้องการพัฒนาตัวเองไปสู่ภาคการผลิตอื่นที่เรามีศักยภาพ และมีวัตถุดิบ เช่น ไบโอเทค หรือผลิตภัณฑ์ยา เนื่องจากไทย มีสมุนไพรมาก ในขณะที่สิงคโปร์เป็นประเทศ ที่ไม่มีวัตถุดิบอะไรเลยกลับกำลังมาแรงในอุตสาหกรรม 2 ด้านนี้

นอกจากนี้ก็ด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ด้านการเขียนโปรแกรมซอฟต์แวร์ ซึ่งไทยก็ไม่แพ้ใคร และไม่ต้องทำลายภาวะสิ่งแวดล้อม และต่อไป ก็ไม่ต้องพึ่งการลงทุนของต่างชาติที่เข้ามาตักตวงทรัพยากรธรรมชาติ และทำลายสิ่งแวดล้อม ถลุงการใช้กระแสไฟฟ้า ทำให้เราต้องผลิตเพิ่มอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนคิดจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มา รองรับอุตสาหกรรมของต่างชาติกันแล้ว

บทเรียนจากจีน ซึ่งไทยก็โดนมาแล้วในหลายเรื่อง เช่น เรื่องเหล็ก กุ้ง และไก่ ก็น่าจะให้บทเรียนกับนักธุรกิจให...ญ่ ได้ตระหนักว่าจะหากินง่ายๆ จากแรงงานราคาถูกแบบเดิมๆ นั้น ก็มีแต่ตายหยังเขียด ครับ

หน้า 46