|
||||||||||||||
|
แกะกล่องผลศึกษา....
ยุทธศาสตร์พัฒนาพาณิชยนาวี
มติชนรายวัน วันที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10797 หมายเหตุ - รายงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งจากผลการศึกษาของสำนักงานวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเสนอแนะยุทธศาสตร์การพัฒนาธุรกิจการพาณิชยนาวีของประเทศ เสนอต่อ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพาณิชยนาวีแห่งชาติ สำหรับเป็นแนวทางการพัฒนาธุรกิจการพาณิชยนาวีของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน กับต่างประเทศในอนาคต การกำหนดมาตรการและยุทธศาสตร์ สำหรับการพัฒนากิจการพาณิชยนาวี ยุทธศาสตร์การเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางทะเล มาตรการระยะสั้น - การยกเว้นภาษีเงินได้จากรายได้ของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศประเภท Door to Door โดยกำหนดให้ครอบคลุมถึงการใช้เรือไทยในช่วงใดช่วงหนึ่ง - ยกเว้นภาษีเงินได้ของลูกเรือไทยให้ครอบคลุมถึงรายได้ในรูปแบบอื่น ที่นอกเหนือจากเงินเดือนและค่าจ้าง เช่น ค่าล่วงเวลา ค่าสวัสดิการอื่นๆ - ขยายระยะเวลาของการได้สิทธิในการยกเว้นการเสียภาษีรายได้ที่ได้มาจากการขายเรือเก่า และการซื้อเรือใหม่หรือสั่งต่อเรือใหม่จาก 1 เป็น 2 ปี นับจากวันที่มีการขายเรือเก่า เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับเวลาที่อู่เรือ ใช้ในการต่อเรือใหม่และในกรณีที่ต่อเรือใหม่ โดยใช้อู่เรือไทยให้ขยายเป็น 3 ปี เพื่อให้ผูกพันกับการพัฒนาอู่เรือ -ให้มีการจัดเก็บภาษีเงินได้ที่ได้จากการให้บริการเรือ Offshore Supply Vessel ที่ชักธงไทยโดยใช้หลักเกณฑ์และอัตราภาษีเดียวกับที่ปฏิบัติกับเรือต่างประเทศ - ยกเว้นการจัดเก็บภาษีเงินได้ร้อยละ 1 สำหรับเงินได้พึงประเมินที่เป็นค่าเช่าเรือเดินทะเล ที่ใช้ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากภาษีดังกล่าวมักตกเป็นต้นทุนของผู้ประกอบการไทย ไม่ใช่เป็นต้นทุนของเจ้าของเรือต่างประเทศ - กำหนดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บกับผู้ประกอบการเรือไทยที่ประกอบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของไทย (Cross Trad) ในอัตราร้อยละ 0 รวมทั้งครอบคลุมกรณีการซื้อเรือจากต่างประเทศมาจดทะเบียนเรือไทยและการสั่งซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ของเรือไทยทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งกรณีซ่อมเรือและต่อเรือทั้งในและต่างประเทศ - กำหนดภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 แก่กิจกรรมการบริการและการใช้บริการรับจ้างบริหารเรือ - ลดอากรนำเข้าสำหรับเรือสินค้าทั่วไปขนาด 1,000 ตัน หรือต่ำกว่า ให้เหลือร้อยละ 1 และควรมีการจัดกองทุน สำหรับการซ่อมเรือให้มีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 0 และทำให้อู่เรือไทย สามารถนำไปปล่อยสินเชื่อ แก่บริษัทในการนำเรือมาซ่อมและต่อกับอู่เรือไทย - ยกเว้นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่เก็บกับค่าตอบแทนที่ผู้ประกอบการเรือไทย จ่ายให้กับผู้ประกอบการในต่างประเทศ ที่ให้เช่าเรือเดินทะเลขนส่งระหว่างประเทศ และให้เช่าที่เก็บตู้คอนเทนเนอร์และให้เช่าหรือซ่อมคู้คอนเทนเนอร์ เพราะภาษีดังกล่าวมักตกเป็นต้นทุนของผู้ประกอบการไทย ไม่ใช่ต้นทุนของเจ้าของเรือต่างประเทศ มาตรการระยะกลางและระยะยาว - อนุญาตให้มีการจดทะเบียนเรือและการดำเนินพิธีศุลกากรภายนอกราชอาณาจักรได้ - ผ่อนปรนกฎระเบียบที่ใช้บังคับกรณีที่มีการส่งคนไทยในประเทศไปเปลี่ยนคนประจำเรือขณะที่เรืออยู่ในต่างประเทศได้ - การปรับปรุงระบบภาษีให้สอดคล้องกับระบบภาษีสากล รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายการขนส่งทางทะเล ให้สอดคล้องกับการพัฒนาธุรกิจขนส่งที่เป็นอยู่ - การส่งเสริมให้มีการจัดหาเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ เรือคอนเทนเนอร์ และเรือขนสินค้าหีบห่อ ที่อยู่ในธุรกิจเรือประจำเส้นทางอย่างน้อย 50% ของสินค้าที่มีการนำเข้าและส่งออกระหว่างไทยกับต่างประเทศให้มีการชักธงไทย - การสนับสนุนกองเรือไทยให้ขยายการให้บริการไปยังออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐให้มากขึ้น - ตั้งกองทุนพาณิชยนาวีโดยอาจจะเป็นเงินทุนหมุนเวียนที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า และมีกฎเกณฑ์ในการกู้ สะดวกกว่าที่ประเทศโดยเฉพาะประเทศคู่แข่ง และอาจจะซื้อหุ้นของบริษัทเรือต่างชาติ ให้มีสัดส่วนมากพอเพื่อเข้าไปบริหารโดยใช้กองทุนในประเทศเหมือนกองทุนเทมาเส็ก หรือสนับสนุนให้เจ้าของเรือเอกชนไทยไปลงทุนซื้อกิจการเดินเรือของต่างชาติ โดยรัฐบาลต้องมีมาตรการในการคุ้มครองให้เอกชนมีความมั่นใจในการลงทุนในต่างประเทศ ยุทธศาสตร์การพัฒนาอู่เรือ เพื่อสนับสนุนการขยายขนาดกองเรือของประเทศและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ มาตรการระยะสั้น - ยกเว้นอากรนำเข้าสำหรับเครื่องจักร วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อเรือและซ่อมเรือ - ให้สิทธิประโยชน์สูงสุดด้านการส่งเสริมการลงทุนแก่อุตสาหกรรมอู่เรือโดยไม่จำกัดเขตการส่งเสริม และให้สิทธิพิเศษยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน - กำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐต้องต่อ และซ่อมเรือกับอู่เรือในประเทศ ที่มีขีดความสามารถเป็นอันดับแรก - ตั้งโครงการศึกษาความต้องการและสร้างบุคลากรของอุตสาหกรรมต่อเรือ และสร้างแรงจูงใจให้นักวิจัย เข้ามาทำงานในด้านนี้เพื่อสนองความต้องการของอู่เรือ - เว้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการต่อเรือ และการซ่อมเรือในประเทศเพื่อจูงใจให้เจ้าของเรือสั่งต่อเรือในประเทศให้มากขึ้น - ควรที่จะมีการช่วยเหลือในการให้สินเชื่อแก่ลูกค้าของอู่เรือไทย ในการสั่งต่อเรือกับอู่เรือไทยด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ารัฐบาลในประเทศต่างๆ มีการดำเนินการอยู่ มาตรการระยะกลางและระยะยาว - จัดตั้งสถาบันพัฒนาอู่เรือ สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ สามารถขยายกิจการแ ละส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น การผลิตอุปกรณ์ เหล็กที่ใช้ในการต่อเรือและสร้างแรงจูงใจให้ต่างประเทศสนใจที่จะมาเข้าร่วมทุน เพื่อที่จะสามารถนำเอาเทคโนโลยี เครื่องมือ การบริหารจัดการที่ทันสมัยมาใช้ - การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอู่เรือและจัดหาสถานที่ตั้งอู่เรือและซ่อมเรือที่เหมาะสม ยุทธศาสตร์การพัฒนาท่าเรือ เพื่อส่งเสริมการค้า และการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการ มาตรการระยะสั้น - เร่งผลักดันให้ท่าเรือแหลมฉบังเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำที่รองรับทั้งการขนส่งในและระหว่างประเทศ โดยเชื่อมท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) ให้มีบทบาทเป็นจุดเชื่อมโยงการขนส่งทางลำน้ำให้มากขึ้น รวมทั้งควรมีการศึกษากำหนดบทบาทของท่าเรือ การเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างท่าเรือ และความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประเมินขีดความสามารถของท่าเรือ วางแผนก่อสร้างท่าเรือแห่งใหม่ ความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกและการเชื่อมโยงกับท่าเรืออื่นๆ เพื่อส่งเสริมการให้การขนส่งทางชายฝั่ง และลำน้ำภายในประเทศ สามารถเข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้นและรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ มาตรการระยะกลางและระยะยาว - เร่งก่อสร้างท่าเรือลำน้ำสาธารณะที่อยุธยาหรืออ่างทอง เพื่อส่งเสริมให้การขนส่งทางน้ำภายในประเทศมีความสะดวก - พัฒนาท่าเรือชายฝั่งอันดามันในเชิงพาณิชย์ เพื่อเป็นประตูสู่อินเดียและสหภาพยุโรป (อียู) - พัฒนาท่าเรือผู้โดยสารระหว่างประเทศให้มีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศโดยทางเรือให้มีความสะดวกและปลอดภัย - ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวกับการกำหนดนโยบายกำกับดูแลท่าเรือ และการประกอบกิจการท่าเรือ เพื่อปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับสภาพการแข่งขันของโลก หน้า 20
|