|
||||||||||||||
|
การเมืองเชิงนโยบาย
?!
คอลัมน์ มองซ้าย มองขวา โดย ปกป้อง จันวิทย์ pokpongj@econ.tu.ac.th ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3952 (3152) เขาว่าการเมืองไทยพัฒนาเข้าสู่ยุคของ การเมืองเชิงนโยบายแล้ว ! พรรคชาติไทย http://www.chartthai.or. th/chartthai/policy_election/index.html - ปลูกไม้ใช้หนี้ พักหนี้ 3 ปีแรก เมื่อปลูก ไม้ใหญ่ยืนต้นครบ 200 ต้น/ไร่ รักษาไม้ได้ครบ 15 ปี ปลดหนี้ 1 แสนบาท - ปลดหนี้เกษตรกร แก้ปัญหาหนี้เร่งด่วน จัดงบฯให้กองทุนฟื้นฟู 20,000 ล้าน ซื้อหนี้เกษตรกรมาบริหาร - จัดสวัสดิการช่วยเหลือผู้เดือดร้อน เช่น เบี้ยยังชีพคนชรา เงินช่วยเหลือผู้พิการ บำนาญเกษียณอายุเกษตรกร 500 บาท/เดือน - ยกระดับสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาล ตำบล และเพิ่มงบฯพัฒนาครุภัณฑ์แก่ระบบ โรงพยาบาลอีก 20,000 ล้านบาท - ทำถนนลาดยาง ไร้ฝุ่น ทุกหมู่บ้าน ระยะทาง 50,000 ก.ม. ภายใน 3 ปี - เพิ่มกองทุนปัจจัยการผลิต หมู่บ้านละ 5 แสนบาท - ประกันราคาข้าว เกวียนละ 8 พันบาท - ตั้งธนาคารที่ดิน ธนาคารแรงงาน พรรคประชาธิปัตย์ http://www.democrat. or.th/intention/intention.htm - จ่ายเบี้ยยังชีพรายเดือนแก่ผู้สูงอายุ เดือนละ 500 บาท รวมใช้งบฯปีละ 35,000 ล้านบาท - จัดโครงการ "รักษาฟรีที่คลินิก" - จัดงบประมาณด้านพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก 15,520 ล้านบาท - ลงทุน 300,000 ล้านบาท ขยายระบบชลประทานทั่วประเทศ - ทำโครงการประกันภัยพืชผล โดยรัฐบาล จัดสรรงบฯสำหรับเบี้ยประกัน ปีละ 6,000 ล้านบาท - จัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง โดยรัฐบาลจัดสรรเงินเป็นทุนประเดิม 10,000 ล้านบาททันที โดยจัดสรรให้ตำบลละ 1-2 ล้านบาท - ผู้ใช้ไฟน้อย (ไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน) ได้ส่วนลดเพิ่มขึ้น 3 เท่า โดยฟรีค่าไฟฟ้า 15 หน่วยแรก และงดเก็บค่าบริการ - ลงทุนระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 250,000 ล้านบาท - ลงทุนระบบรถไฟรางคู่ 200,000 ล้านบาท พรรคพลังประชาชน http://www.ppp.or.th/ Application/life_lib/show.asp?lib_id=21& lib_Mode=G&lib_subGroup=1 - สานต่อ "นโยบายประชานิยมสูตรต้นตำรับ" อาทิ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ธนาคารเพื่อประชาชน และ SML รวมทั้ง หวยบนดิน กองทุนเรียนก่อนผ่อนทีหลัง การขจัดยาเสพย์ติด โอท็อป - เพิ่ม "นโยบายประชานิยมสูตรพิเศษ" เพื่อลดรายจ่าย 4 เท่า และเพิ่มรายได้หลัก 4 เท่า โดยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวปีละประมาณ 350,000 ล้านบาท และจากการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะเพิ่มรายได้ 1,500,000 ล้านบาท รวมกับการสร้างไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และการผลิตยาของโลก โดยจะใช้พื้นที่ 4,000 ไร่ ในภาคกลาง สร้าง 10 โรงพยาบาลระดับโลก และ 4 มหาวิทยาลัยทางการแพทย์ - สร้างระบบรถไฟ 5 ระบบ คือ 1.รถไฟ แบบไทยที่ใช้อยู่ปัจจุบัน 2.รถไฟความเร็วสูง 3.รถไฟใต้ดิน 10 สาย 4.รถไฟวงแหวน สำหรับกรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ปทุมธานี นนทบุรี รังสิต สมุทรปราการ เริ่มภายใน 1 ปี 5.รถไฟก้างปลา สำหรับคนต่างจังหวัด ทั่วประเทศ - ลดค่าไฟฟ้า กระจายกำไรของการไฟฟ้า ฝ่ายผลิต 2 หมื่นล้านบาทต่อปีคืนให้ประชาชน พรรคเพื่อแผ่นดิน http://www.ppd.or.th/ main.php?filename=policy - จัดตั้งกองทุนร่วมทุนสำหรับ SMEs 10,000 ล้านบาท - เงินผันพัฒนาหมู่บ้านอย่างยั่งยืน หมู่บ้าน ละ 300,000-500,000 บาท - ยกระดับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เป็นธนาคารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยให้มีเงินทุนหมุนเวียนแห่งละ 3-5 ล้านบาท - สนับสนุนงบประมาณระบบประกันสุขภาพทั่วหน้า เป็นคนละ 2,300 บาท - จัดตั้งศูนย์ความสุขชุมชน (Happiness Center) และศูนย์ความสุขผู้สูงอายุ (Happiness Center) - จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนและครอบครัวทุกหมู่บ้าน โดยรัฐลงทุนเงินประเดิมให้หมู่บ้าน ละ 100,000 บาท - พัฒนาระบบรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศ พรรคมัชฌิมาธิปไตย http://www. matchima.or.th/05_policy.htm - ลดส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก ไม่เกิน 3% - ลดภาษีเงินได้ส่วนบุคคล ส่วนนิติบุคคลให้เก็บสูงสุดไม่เกิน 20% และให้มีการนิรโทษกรรมภาษีแก่บุคคลทั่วไป - สร้างรถไฟฟ้า 10 สายทาง เก็บค่าโดยสาร 15 บาท ตลอดสาย เป็นเวลา 10 ปี สำหรับกรุงเทพมหานครและเมืองบริวาร - ประกันราคาพืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวจ้าว ราคา 10,000 บาทต่อเกวียน ข้าวเหนียว 11,000 บาทต่อเกวียน ข้าวหอมมะลิ 12,000 บาทต่อเกวียน ยางพารา 80 บาทต่อกิโลกรัม มันสำปะหลัง 2 บาทต่อกิโลกรัม อ้อย 900 บาทต่อตัน และลำไยเกรดเอ กิโลกรัมละ 15 บาท - ส่งเสริมการเลี้ยงโคเพศเมียให้เกษตรกร 1 ล้านครอบครัว ประกันราคาโคเนื้อ (เป็น) ก.ก.ละ 50 บาท - ขุดบ่อน้ำ 9 ล้านบ่อ เพื่อ 9 ล้านครอบครัว ภายใน 4 ปี - ให้มีค่าตอบแทน อป.พร. และ อสม. เดือนละ 1,000 บาท - สนับสนุนโครงการ SML พัฒนาหมู่บ้าน เล็ก กลาง ใหญ่ หมู่บ้านละ 300,000 บาท 400,000 บาท และ 500,000 บาท ตามลำดับ - จัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อการศึกษา ให้แก่โรงเรียนของรัฐตามขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ จำนวน 50,000 บาท 100,000 บาท และ 150,000 บาท ตามลำดับ - ให้การสงเคราะห์เงินดำรงชีพ 1,500 บาทต่อเดือน แก่ผู้สูงอายุ คนพิการไร้อาชีพ ไม่มีรายได้อื่นเสริมและไม่มีผู้เลี้ยงดู พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (หาเว็บไซต์ ไม่พบ รวบรวมจากโฆษณาในหนังสือพิมพ์) - เงินเดือนไม่เกิน 20,000 บาท ไม่ต้อง เสียภาษี - เพิ่มค่าหักลดหย่อนเป็น 100,000 บาท เพิ่มหักลดหย่อนค่าเล่าเรียนลูกเป็น 5,000 บาทต่อคน - สำหรับลูกกตัญญูเพิ่มค่าหักลดหย่อนเลี้ยง ดูพ่อแม่เป็น 50,000 บาท - หักลดหย่อนค่าเลี้ยงดูคนพิการในครอบครัวได้ 30,000 บาท - ผู้ที่กำลังผ่อนหรือคิดจะซื้อบ้านหลังแรก ให้หักภาษีได้ทั้งต้นและดอกปีละ 300,000 บาท - เด็กไทยทุกคนที่อายุครบ 18 ปี จะมีเงินสะสมไว้เรียนต่อมหาวิทยาลัย คนละ 1 ล้านบาท ด้วยโครงการ Baby Bond - หนึ่งตำบล หนึ่งนักเรียนทุน เรียนฟรีจนจบปริญญาเอก - จ่ายบำนาญประชาชน 2,000 บาทต่อเดือน แก่ผู้อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีฐานะยากจน - เพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้านจาก 1 ล้านบาท เป็น 2 ล้านบาท - ขยายวงเงินโครงการ SML เดิมรัฐจัดสรร ให้ 2-2.5-3 แสนบาท เพิ่มเป็น 3-4-5 ล้านบาท เพื่อเพิ่มการจ้างงาน - พักชำระหนี้ครู 3 ปี ให้ครู 1.3 แสนคน ที่มีหนี้สินเฉลี่ยคนละ 1 ล้านบาท - จัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชน 50,000 ล้านบาท - พักชำระหนี้เกษตรกรที่มีเงินกู้ไม่เกิน 3 แสนบาท เป็นเวลา 3 ปี - ขาดดุลงบประมาณ 2 แสนล้านบาทต่อปี แต่ไม่เกิน 3 ปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขอต้อนรับเข้าสู่ยุคการเมืองเชิงนโยบาย แบบไทยๆ สวัสดีประเทศไทย ... Good night and Good luck ! หมายเหตุ : นโยบายที่คัดสรรมาลงใน คอลัมน์นี้ล้วนสร้างจากเรื่องจริงทั้งสิ้น เพราะ การเมืองไม่ใช่เรื่องเล่นสนุก แต่หากใครอ่านแล้วจะหัวเราะ ขันขำแบบขื่นเศร้าในชะตากรรมของประเทศนี้ ผู้เขียนก็มิอาจช่วยอะไรได้ (เช็กดูแล้วพบว่าการหัวเราะเยาะนโยบายพรรคการเมืองไทย ไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง และไม่ขัดระเบียบใดๆ ของ กกต.) ทั้งนี้ ผู้เขียนไม่ขอรับผิดชอบ หากทำให้ใครพานไม่อยากไปร่วมสนุกกับเกมประชานิยมในคูหาเลือกตั้ง เพียงแต่ท่าน อาจไม่ใช่คนดีในสายตาของ กกต. อีกต่อไป หน้า 46
|