หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
จากมุมมองของกระบวนทัศน์

บ้านเขาเมืองเรา : ดร.ไสว บุญมา  กรุงเทพธุรกิจ  วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 45 ปี ของการพิมพ์หนังสือแนวประวัติของวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง The Structure of Scientific Revolutions ของ โทมัส คูห์น (Thomas Kuhn) หนังสือเล่มนี้ได้รับความสนใจจากทั้งภายในและภายนอกวงการวิทยาศาสตร์ และทำให้คำว่า Paradigm ซึ่งต่อมาได้รับการถอดเป็นภาษาไทยว่า "กระบวนทัศน์" เริ่มถูกนำมาใช้ในวงสนทนาของผู้มีการศึกษาสูงๆ

จริงอยู่ผู้แต่งใช้คำนั้นเฉพาะในบริบทของวิวัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่มันถูกนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทอื่นอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในการควบกับอีกคำหนึ่งคือ Shift เมื่อนำมาประยุกต์ใช้ Paradigm Shift สื่อความหมายในแนว "การเปลี่ยนฐานความคิด" ของผู้ที่อยู่ในวงการ หรือสังคมเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นสังคมขนาดเล็ก เช่น สมาคมแม่บ้านในย่านวัดป่าเรไร หรือสังคมขนาดใหญ่ ที่ครอบคลุมเมืองไทยทั้งหมด หรือทั้งโลก

ฐานความคิดเป็นตัวกำหนดกรอบคุณธรรมสำหรับวัดพฤติกรรมของผู้ที่อยู่ในสังคมเดียวกันว่าสังคมนั้นจะรับได้หรือไม่ เช่น ในสมัยหนึ่งศาสนาบางนิกายตีความหมายคัมภีร์ว่า สตรีเป็นพระไม่ได้ยังผลให้นักบวชสตรีไม่เป็นที่ยอมรับในนิกาย หลังจากเวลาผ่านไปการตีความหมายคัมภีร์เปลี่ยนเป็นว่า สตรีเป็นพระได้ ซึ่งเท่ากับเป็นการเปลี่ยนฐานความคิด หรือกระบวนทัศน์ ทำให้นักบวชสตรีเป็นที่ยอมรับในนิกายนั้น

อีกตัวอย่างหนึ่งสังคมมนุษย์โดยทั่วไปเห็นว่า การลักขโมยและชิงทรัพย์เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ แต่มีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นโจร สังคมของคนกลุ่มนี้ยอมรับการลักขโมยและชิงทรัพย์ เพราะมันอยู่ในกรอบคุณธรรมที่วัดพฤติกรรมของพวกเขา

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาคอลัมน์นี้อ้างถึงความเห็นของอลัน กรีนสแปน ที่มีใจความว่า ปัญหาของเวเนซุเอลา และอาร์เจนตินายากแก่การเยียวยา เพราะนโยบายประชานิยมได้เปลี่ยนฐานความคิดของชาวเวเนซุเอลา และชาวอาร์เจนตินาส่วนใหญ่ จากผู้ที่มีวินัยและมุ่งดำเนินชีวิตด้วยการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก ไปเป็นผู้ขาดวินัยและหวังได้ของเปล่าจากรัฐอย่างพร่ำเพรื่อ ในขณะเดียวกัน เขากล่าวว่า ปัญหาของบราซิลยังพอแก้ได้ เพราะชาวบราซิลยังไม่ได้เปลี่ยนฐานความคิดไปในแนวเดียวกันกับเพื่อนบ้านทั้งสอง

จากมุมมองของกระบวนทัศน์ เราอาจอ่านการตกอยู่ในวังวนน้ำเน่าของการเมืองไทยในขณะนี้ ว่า มีต้นเหตุมาจากกระบวนทัศน์ของสังคมไทยเอื้อให้เกิดวังวนน้ำเน่า การสรุปเช่นนี้มีข้อมูลสนับสนุน ในรูปของการสำรวจความเห็นครั้งล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ของสถาบันเอแบคซึ่งบ่งว่า คนไทยกว่า 52% รับความฉ้อฉลของนักการเมืองได้ตราบใดที่ตนเองได้ประโยชน์ และเกือบ 83% เห็นว่าถ้ามีโอกาสได้ประโยชน์ก็จะฉวยโอกาสนั้น โดยไม่ต้องไตร่ตรองว่าการกระทำของตนจะผิดจรรยาบรรณ หรือกฎเกณฑ์ของสังคมหรือไม่

นอกจากนั้น ผลการสำรวจความเห็นของสถาบันเดียวกัน ระหว่างวันที่ 15-20 ตุลาคมที่ผ่านมาชี้ว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงเกือบ 65% ยินดีที่จะขายเสียงของตนในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 23 ธันวาคม และ 83% จะไม่รายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในกรณีที่ตนมีหลักฐานเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง

ข้อมูลเหล่านี้คงนำไปสู่ข้อสรุปอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากคนไทยส่วนใหญ่จะต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ จากแนวที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไปเป็นแนวที่มีความซื่อสัตย์ทุกด้าน และการไม่ยอมรับความฉ้อฉล มิฉะนั้น การเมืองไทยก็จะตกอยู่ในวังวนน้ำเน่าดังที่เห็นอยู่ต่อไปชนิดไม่มีวันผุดวันเกิด

สำหรับในด้านนโยบายประชานิยม ซึ่งถูกนำเข้ามาใช้ในเมืองไทยเมื่อสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา มันจะได้เปลี่ยนฐานความคิดของคนไทย ไปในแนวเดียวกันกับของชาวเวเนซุเอลา และชาวอาร์เจนตินาหรือไม่ยังยืนยันไม่ได้ในขณะนี้ อย่างไรก็ดี หากมันถูกนำมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น เพราะนโยบายของพรรคการเมืองทุกพรรคมีลักษณะของประชานิยมทั้งสิ้น เป็นไปได้สูงที่ฐานความคิดของคนไทยจะเปลี่ยนไปในแนวนั้นด้วย เมื่อเปลี่ยนไปผลจะเป็นอย่างไรคงไม่ต้องพูดซ้ำ

สังคมโลกขณะนี้มีปัญหาหนักหนาสาหัสหลายอย่าง ดังที่กล่าวถึงในคอลัมน์นี้ประจำวันที่ 12 และ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ต้นตอของปัญหามาจากปัจจัยหลัก 2 ปัจจัย ซึ่งได้แก่ จำนวนคนบนผิวโลกและการบริโภคของแต่ละคนซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งก่อให้เกิดความไม่สมดุลกับทรัพยากรธรรมชาติ

จากมุมมองของกระบวนทัศน์ การเพิ่มของจำนวนคนยังเกิดขึ้น เพราะฐานความคิดอันสืบเนื่องมาจากวิถีชีวิตในยุคก่อน ยังไม่เปลี่ยน ในยุคนั้นโลกยังมีคนน้อยและปราศจากเครื่องทุ่นแรง การมีลูกมาก ทำให้มีแรงงานสำหรับช่วยกันทำมาหากิน อีกทั้งยังเป็นการประกันสังคมแบบหนึ่ง ซึ่งให้การเลี้ยงดูพ่อแม่ในยามแก่เฒ่า แนวคิดเช่นนั้นได้รับการเสริมด้วยคำสอนของบางศาสนาในแนวที่ว่า การเกิดเป็นความประสงค์ของพระเจ้า แม้ฐานความคิดจากยุคนั้นจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การจำกัดการเกิดด้วยการคุมกำเนิดบ้างแล้ว แต่ความเปลี่ยนแปลงยังไม่เกิดขึ้นทั่วไป จนยังผลให้จำนวนคนบนผิวโลกลดลง

สำหรับในด้านการบริโภคของแต่ละคนซึ่งกำลังเพิ่มขึ้น สาเหตุไม่ได้อยู่ที่คนยากจนซึ่งไม่มีปัจจัยเบื้องต้นอย่างเพียงพอ หากอยู่ที่ผู้ที่มีความมั่งคั่งซึ่งยังคงบริโภคเพิ่มขึ้น ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นในด้านการสนองความต้องการของร่างกาย และในด้านการดำเนินชีวิตเบื้องต้นแล้ว ในหลายๆ กรณีคนกลุ่มนี้บริโภคแบบสุดโต่ง อันเป็นการทำลายทรัพยากรโดยไม่จำเป็น จริงอยู่ในบรรดาผู้มั่งคั่งมีส่วนหนึ่งซึ่งมีฐานความคิดในแนวที่จะไม่บริโภคเกินระดับของความจำเป็น แต่คนกลุ่มนี้ยังมีจำนวนจำกัดเกินไปที่จะยังผลให้กระบวนทัศน์ของสังคมโลกเปลี่ยนไปในทางลดการบริโภคลง

คอลัมน์นี้พูดถึงแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงหลายต่อหลายครั้งดังกับเป็นแผ่นเสียงตกร่อง แต่ก็ต้องพูดอีก เพราะมันเป็นกระบวนทัศน์ที่จะแก้ปัญหาของโลกได้ กระบวนทัศน์นี้มีกำเนิดในเมืองไทย คนไทยจึงน่าจะนำมาใช้เป็นฐานความคิดสำหรับดำเนินชีวิตก่อนชาติอื่น